คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ห้องแสดงนิทรรศการ

ช้าง ประติมากรรมสุดแฟนตาซีสะท้อนวัฒนธรรมใน The Art of Chang

06/06/2025

The Art of Chang Exhibition พาชมพาเหรดช้าง 36 ผลงานสุดแฟนตาซีโดยศิลปินดังทั่วโลกในโครงการสากล Elephant Parade สะท้อนวัฒนธรรม - ไลฟ์สไตล์ จัดแสดงที่ ‘มันมัน ศรีนครินทร์’อีกหนึ่งอาร์ตเวิลด์ทัวร์ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย หลังจากเดินทางอวดโฉมมาแล้วในหลายประเทศ ครั้งนี้ถึงคิว MunMun Srinakarin (มันมัน ศรีนครินทร์) ห้างสรรพศิลป์คราฟท์ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นแกลอรีมีชีวิตกับ The Art of Chang Exhibition นิทรรศการภายใต้คอนเซ็ปต์ From Nature to the Extraordinary หรือ ‘จากธรรมชาติ สู่ความไม่ธรรมดา’ เชิญชวนสัมผัสความงดงามของขบวน ประติมากรรมช้าง ผลงานคอลแล็ปส์ของ 36 ศิลปิน กันแบบใกล้ชิดพิมลพรรณ งามขำ และ เจเนท โวลิงกานิทรรศการนี้เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง ‘มันมัน ศรีนครินทร์’ นำโดย พิมลพรรณ งามขำ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมการตลาด มันมัน ศรีนครินทร์ ร่วมกับ Elephant Parade (เอเลฟเฟนท์ พาเหรด) นำโดย เจเนท โวลิงกา (Jeannette Woelinga) กรรมการผู้จัดการ Elephant Parade ประจำเอเชียและตะวันออกกลาง โครงการเพื่อสังคมที่ผสมผสานศิลปะ ธุรกิจ และการอนุรักษ์โครงการ Elephant Parade ระบุว่า ช้าง คือสัญลักษณ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความสง่างาม และความเชื่อมโยงทางวัฒนธรมและจิตวิญญาณของมนุษย์กับธรรมชาติ ข้างไม่ได้เป็นเพียงแต่สัตว์ป่า แต่คือ สัญลักษณ์ของการดํารงอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มักถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มี ความคิดลึกซึ้ง สุขุม แข็งแรง เมตตาไว้ในตัวเดียวกัน และมีความรู้สึกใกล้เคียงกับมนุษย์ จึงมักเป็นแรงบันดาลใจให้ ศิลปินใช้สื่อถึง ‘ความคิด’ ที่เคลื่อนไหวอย่างมีความหมายนิทรรศการ The Art of Chang ที่ มันมัน ศรีนครินทร์ช้างในเชิงคิลปะ คือรูปธรมของ ‘พลังความเงียบ’ และคือภาพแทนของโลกธรรมชาติที่บอกเราว่า “ศิลปะไม่จำเป็นต้อง เสียงดัง ถ้ามันพูดจากหัวใจ" เมื่อธรรมชาติ ‘สร้างชีวิต’ ศิลปะจึงทำหน้าที่ ’สร้างลมหายใจ’ ธรรมชาติสร้างช้างมา เพื่อให้ระลึกว่า ทุกชีวิตคือ ‘ศิลปะที่ควรถูกเคารพ’นิทรรศการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงงานแต่เพียงเท่านั้น แต่คือบทสนทนาระหว่าง มนุษย์ และ ธรรมชาติ ผ่านลวดลายที่บรรจงวาดลงบนสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในป่าใหญ่สร้างสรรค์ผิวของช้างให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสื่อสาร ทำให้งานศิลปะไม่ใช่เพียงแค่ภาพวาด แต่คือจิตวิญญาณของธรรมชาติที่ถูกวาดด้วยหัวใจของศิลปินนิทรรศการ The Art of Chang ที่ ‘มันมัน ศรีนครินทร์’ จัดแสดงผลงานประติมากรรมช้างที่มีลวดลายต่างๆ ซึ่งสร้างสรรค์โดย 36 ศิลปินจากทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยRu-Dee โดย INK Teamอาทิ ผลงานชื่อ Ru-Dee ประติมากรรมช้างที่เต็มไปด้วยรอยพิมพ์รูปมือหลากสีสัน สร้างสรรค์โดย INK Team ซึ่งอธิบายผลงานออกแบบชิ้นนี้ว่า“เราตั้งชื่อช้างของเราว่า ฤดี หรือ ‘ใจ’ ซึ่งหมายความว่าหัวใจหรือจิตวิญญาณในภาษาไทย พนักงานที่บริษัทอิงค์ (INK) มีความหลากหลายทั้งด้านเชื้อชาติ และวัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในสำนักงานใหญ่ในเอเชียของเราเราทาช้างเป็นสีขาวเพื่อที่จะให้เป็นตัวแทนของความสงบสุข รวมทั้งช้างยังเป็นสัญลักษณ์ของโลกนี้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังเพ้นท์รูปมือหลากหลายสีบนตัวช้าง อันแสดงถึงความสมัครสมานสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียว และความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”ประติมากรรมช้าง Catrina Elefanteไปสนทนากับธรรมชาติกันต่อกับผลงาน Catrina Elefante ประติมากรรมช้างในท่านั่ง มีลวดลายหัวกะโหลกสีขาวแวววาวและดอกไม้สีสันสดใสที่หมุนวนบนตัวช้างสีดำ สื่อถึงแก่นแท้ของ La Catrina สัญลักษณ์อันสง่างามของ 'วันแห่งความตาย' ของเม็กซิโก “การออกแบบนี้ยกย่องความงามของชีวิตและจิตวิญญาณแห่งการรำลึก เตือนให้เราตระหนักว่าความรักและความทรงจำนั้นอยู่เหนือกาลเวลา ช้างตัวนี้ประดับด้วยสีสันสดใส เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองศิลปะ วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างรุ่นต่อรุ่น” นริน กันทะวงศ์ ผู้ออกแบบผลงาน Catrina Elefante อธิบายไว้ในเว็บไซต์ Elephant Paradeประติมากรรมช้าง Ayutthaya Silverขณะที่ 'ปาริชาติ อินใจมา' ชวนสนทนากับผลงานชื่อ Ayutthaya Silver ประติมากรรมช้างที่สะท้อนถึงหัวใจของศิลปะและอาณาจักรล้านนาผ่านวัสดุเงินอันล้ำค่าและ 'ภิมทร์ เขมะสิงคิ' สร้างสรรค์ผลงานชื่อ Khao Soy ประติมากรรมช้างลวดลาย ‘ข้าวซอย’ อาหารขึ้นชื่อภาคเหนือของไทย เพื่อเป็นเกียรติแก่ขบวนฟ้อนเชียงใหม่ที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตประติมากรรมช้าง Khao  Soyประติมากรรมช้าง The Third Eyeอาจารย์ศิลปะซึ่งเติบโตจากการประกวดศิลปกรรม ปตท. 'เกรียงไกร กงกะนันทน์' เชิดชูช้างด้วยผลงาน The Third Eye ตามความเชื่อที่ว่าช้างเป็นช้างมงคลตามหลักฮวงจุ้ย ช้างเป็นสัญลักษณ์ของภูเขาที่แข็งแรง เต็มไปด้วยพละกำลัง ปัญญา โชคลาภ และคุณธรรมประติมากรรมช้าง Night Safariเมื่อมนุษย์เข้านอน สัตว์หลายชนิดก็ตื่นขึ้นและเริ่มกิจวัตรประจำวันในตอนกลางคืน ความแตกต่างที่สวยงามระหว่างกลางวันและกลางคืนเป็นแรงบันดาลใจให้ ‘วันเฉลิม หมื่นแปง’ สร้างสรรค์ประติมากรรมช้างชื่อ Night Safari ที่หาชมได้ยาก ธรรมชาติมีความหลากหลาย และไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกที่หลับใหลได้อย่างสมบูรณ์ประติมากรรม Joaquina ของศิลปิน Lucas Milk ได้รับแรงบันดาลใจจากผลไม้ Amarula ของแอฟริกา ทั้งรูปร่าง รสชาติ และประวัติศาสตร์ขณะที่ ศิลปิน Edith Rollinger-Simon สร้างสรรค์ประติมากรรม Sista น้องสาวของ Iro Iro ชื่อในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงความหลากหลาย ส่วน Sista  เป็นตัวแทนของการทำงานที่ยอดเยี่ยมและมีสีสันที่มอบให้กับเด็กๆ ซิสต้าต้องการแบ่งปันความสุขและความยินดีกับเราประติมากรรมช้าง Joaquinaประติมากรรมช้าง Sistaเตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปดื่มด่ำกับความสวยสะกดใจ ‘ที่ไม่ธรรมดา’ ในนิทรรศการศิลปะที่ ‘มีชีวิต’ เปิดโลกแห่งแรงบันดาลใจครั้งใหม่ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักช้างในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนปักหมุดโซนไฮไลท์ ห้ามพลาด! พบกับลวดลายช้างที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Culture & Lifestyle และ ช้างที่คอลแล็ปส์กับแบรนด์และคาแรคเตอร์ดัง สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวไทยและต่างชาติทั่วโลกเวิร์คช็อปเพ้นท์ช้างนอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมที่จะชวนทุกคนมาออกตามล่าหา ‘อักษรช้าง’ กับ The Treasure Hunt Game เพื่อลุ้นรับรางวัลพิเศษจาก Elephant Parade พร้อมรับส่วนลด 10% ในการซื้อสินค้าจาก Elephant Parade Shopกิจกรรมเติมจินตนาการไปกับกิจกรรมเวิร์คช็อปเพ้นท์ช้าง ที่จะได้เนรมิตช้างในแบบที่ไม่เหมือนใครเป็นของตัวเองThe Art of Chang Exhibition จัดแสดงระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม - 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00-19.00 น. บริเวณชั้น 1 ‘มันมัน ศรีนครินทร์’ ตั้งอยู่ที่ ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เข้าชมฟรีแหลงที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1181303

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

เที่ยวต่างประเทศ ทำไมต้องพกพาสปอร์ตตลอดเวลา

06/06/2025

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจสงสัยคือ เที่ยวต่างประเทศ ทำไมต้องพกพาสปอร์ตตลอดเวลา แค่เช็คอินที่โรงแรมหรือผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วก็เก็บไว้ในที่ปลอดภัยไม่ได้หรอ? คำตอบคือ การพกพาสปอร์ตเป็นสิ่งจำเป็น และนี่คือเหตุผลที่นักท่องเที่ยว นักเดินทางต้องรู้ จะได้ไม่ค้างคาใจทำไมต้องพกพาสปอร์ตตลอดเวลา1. เป็นหลักฐานการอยู่ถูกกฎหมายพาสปอร์ตคือเอกสารสำคัญที่พิสูจน์ว่าคุณเข้ามาในประเทศนั้นๆ อย่างถูกกฎหมาย ในบางประเทศ หากคุณถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและไม่สามารถแสดงพาสปอร์ตได้ คุณอาจถูกดำเนินคดีหรือถูกส่งกลับประเทศทันที2. ใช้ในการเช็คอินที่พักเวลาเช็คอินที่โรงแรมหรือที่พัก ส่วนใหญ่จะขอพาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตนและทำการบันทึกข้อมูลตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ บางที่อาจคืนพาสปอร์ตให้คุณหลังเช็คอินเสร็จ แต่บางที่ก็อาจขอเก็บไว้จนกว่าคุณจะเช็คเอาท์ ดังนั้นควรสอบถามให้ชัดเจน3. ใช้ในการเช่าพาหนะหรือทำกิจกรรมบางอย่างหากคุณต้องการเช่ารถ จักรยาน หรือทำกิจกรรมท่องเที่ยวบางอย่าง เช่น ดำน้ำ ปีนเขา หรือเที่ยวชมสถานที่สำคัญ บริษัทหรือไกด์ทัวร์อาจขอพาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตนและทำสัญญา4. กรณีฉุกเฉินหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เกิดอุบัติเหตุ ป่วยกะทันหัน หรือถูกตำรวจเรียกตรวจสอบ การมีพาสปอร์ตติดตัวจะช่วยให้กระบวนการต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้น5. ใช้ในการซื้อสินค้าได้ส่วนลดในบางประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถขอคืนภาษี (Tax Refund) ได้เมื่อซื้อสินค้า แต่ต้องแสดงพาสปอร์ตเป็นหลักฐาน ดังนั้นการพกพาสปอร์ตไว้จึงช่วยให้คุณประหยัดเงินได้6. ป้องกันการสูญหายแม้การพกพาสปอร์ตตลอดเวลาอาจเสี่ยงต่อการสูญหาย แต่การเก็บไว้ในที่ปลอดภัยตลอดเวลา เช่น กระเป๋าสะพายข้างที่มีระบบป้องกันขโมย หรือใช้กระเป๋าเก็บเอกสารที่กันน้ำกันไฟ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้7. กฎหมายของแต่ละประเทศบางประเทศมีกฎหมายบังคับให้ชาวต่างชาติพกพาสปอร์ตหรือสำเนาพาสปอร์ตตลอดเวลา หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับหรือถูกควบคุมตัว ดังนั้นควรศึกษากฎหมายของประเทศที่คุณไปเที่ยวให้ดีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1451703/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

ครัวเรือนไทยพร้อมหรือไม่กับโลกที่มีความเสี่ยงมากขึ้น?

30/05/2025

คอลัมน์ : เปลี่ยนเศรษฐกิจไทยผู้เขียน : ดร.สมประวิณ มันประเสริฐครัวเรือนเผชิญความเสี่ยงจากรายได้ที่เปลี่ยนแปลงผันผวน ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต Decron (2002) แบ่งความเสี่ยงต่อรายได้ออกเป็น 1.‘ความเสี่ยงร่วม’ ที่เกิดขึ้นกับทุกครัวเรือนพร้อมกัน อาทิ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยธรรมชาติและ 2.‘ความเสี่ยงเฉพาะตัว’ อาทิ ผลผลิตทางการเกษตรต่ำกว่าคาดจากปัจจัยเฉพาะของพื้นที่เพาะปลูก หรือหัวหน้าครอบครัวเจ็บป่วยส่งผลให้ครัวเรือนขาดรายได้ความเสี่ยงเฉพาะตัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อรายได้ของครัวเรือนไทย เมื่อประยุกต์วิธีการศึกษาของ Townsend (1995) เพื่อวัดอิทธิพลของความเสี่ยงเฉพาะตัวต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนไทย โดยใช้ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ในปี 2017 และปี 2021 พบว่าการกระจายตัวของอัตราการเติบโตของรายได้ต่อปีอยู่ที่ 3.66% หรือคิดเป็นประมาณ 1.5 เท่าของอัตราการเติบโตเฉลี่ย (2.42%) (รูปที่ 1) และพบว่าความเสี่ยงร่วมในระดับภูมิภาคหรือการอาศัยอยู่ในหรือนอกเขตเทศบาลสามารถอธิบายการกระจายตัวของรายได้เฉลี่ยได้เพียง 11.45%ความเสี่ยงเฉพาะตัวยังคงมีอิทธิพลมาก เมื่อมองลึกลงไปในระดับอาชีพ เช่น เมื่อลองคำนวณการกระจายตัวของอัตราการเติบโตของรายได้ในกลุ่มครัวเรือนที่หัวหน้าครัวเรือนเป็นเกษตรกร ผมพบว่าการกระจายตัวของอัตราการเติบโตสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 1.7 เท่าขณะที่ความเสี่ยงร่วมสามารถอธิบายการกระจายตัวของรายได้เฉลี่ยได้เพียง 1.57% ในขณะที่ความเสี่ยงเฉพาะตัวยิ่งมีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มครัวเรือนที่หัวหน้าครัวเรือนเป็นผู้จำหน่ายสินค้า ซึ่งการกระจายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 6.1 เท่า และความเสี่ยงร่วมอธิบายการกระจายตัวได้เพียง 7.38%ครัวเรือนอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงเฉพาะตัวที่รุนแรงขึ้น เมื่อมองบริบททางเศรษฐกิจของโลกและไทยที่เผชิญกับความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) มากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากโรคระบาด ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หรือสภาพอากาศ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจถูกส่งผ่านหรือแผ่ขยายผ่านห่วงโซ่อุปทาน กลายเป็นความเสี่ยงเฉพาะตัวที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไทยแตกต่างกันไป น่าสนใจว่าครัวเรือนไทยมีความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงเฉพาะตัวมากแค่ไหน?รูปที่ 1 การกระจายตัวของอัตราการเติบโตรายได้ครัวเรือนต่อปี (เฉลี่ยระดับจังหวัด-เขตเทศบาล)ครัวเรือนไทยเปราะบางต่อความเสี่ยงเฉพาะตัวในขณะที่ความเสี่ยงเฉพาะตัวมีขนาดใหญ่ ครัวเรือนไทยจำนวนมากกลับยังมีภูมิคุ้มกันไม่พอ จากข้อมูลการสำรวจ SES ในปี 2021 ชี้ว่ามีครัวเรือนไทยกว่า 7 ล้านครัวเรือนมีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 31.8% ของครัวเรือนไทย ส่วนอีก 8.9% มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายไม่ถึง 5% ครัวเรือนที่มีรายได้ไม่พอรายจ่ายจะมีเงินออมไม่เพียงพอรองรับผลกระทบจากความเสี่ยงเฉพาะตัว เมื่อขาดรายได้ ครัวเรือนจึงต้องก่อหนี้ และหากครัวเรือนเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบก็จำเป็นต้องขอสินเชื่อนอกระบบซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่ามาก นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ครัวเรือนไทยติดกับดักหนี้ได้ง่ายความเปราะบางของครัวเรือนไทยสะท้อนชัดเมื่อติดตามกระแสรายได้และรายจ่ายตลอดช่วงอายุของครัวเรือน หากผมใช้ข้อมูล SES จำลองรายได้คงเหลือ (รายได้ลบรายจ่าย) ของกลุ่มครัวเรือนตามอาชีพที่หัวหน้าครัวเรือนไทยประกอบอาชีพมากที่สุด 2 อันดับแรก คือเกษตรกรและผู้จำหน่ายสินค้า โดยแบ่งรายได้คงเหลือเป็น 3 กรณี คือ 1.รายได้คงเหลือรวมรายได้ทุกประเภท (Net income) 2.รายได้คงเหลือไม่รวมรายได้จากเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าของภาครัฐ (Net income excluding government assistance) และ 3.รายได้คงเหลือไม่รวมรายได้จากเงินสะสมกับกองทุนของภาครัฐ เงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากภาครัฐ และเงินโอนจากภายนอกครัวเรือน (Net income excluding all social assistance)รูปที่ 2 ประมาณการรายได้คงเหลือของครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวเป็นเกษตรกรและทำงานคนเดียวรูปที่ 3 ประมาณการรายได้คงเหลือของครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้จำหน่ายสินค้าและทำงานคนเดียวข้อมูลในรูปที่ 2 และรูปที่ 3 บ่งชี้ว่า1. ครัวเรือนมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายไม่มาก แม้ในช่วงที่หัวหน้าครอบครัวอายุ 35-55 ปี ซึ่งน่าจะมีศักยภาพในการหารายได้มากที่สุด เช่น ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเป็นเกษตรกรและทำงานคนเดียวมีรายได้คงเหลือสูงสุดประมาณ 5,000 บาทต่อปี ขณะที่ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเป็นผู้จำหน่ายสินค้าและทำงานคนเดียวมีรายได้คงเหลือสูงสุดประมาณ 20,000 บาทต่อปีเท่านั้น ข้อมูลสะท้อนว่าครัวเรือนเปราะบางต่อความเสี่ยงต่อรายได้และมีโอกาสสะสมเงินออมอย่างจำกัด หากคำนวณเร็วๆ ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเป็นเกษตรกรและทำงานคนเดียวจะมีโอกาสเก็บเงินได้มากที่สุดแค่ประมาณ 75,000 – 100,000 บาทเท่านั้น2. ครัวเรือนพึ่งพากลไกภาครัฐ โดยจะเห็นว่ารายได้คงเหลือจะลดลงอย่างมากหากไม่นับรายได้จากเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าของภาครัฐ โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเป็นเกษตรกร ที่รายได้คงเหลือเมื่อไม่นับเงินช่วยเหลือของรัฐติดลบเกือบตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต ขณะที่ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเป็นผู้จำหน่ายสินค้าจะมีรายได้คงเหลือลดลงกว่าครึ่งข้อบ่งชี้ทั้ง 2 ข้อสะท้อนถึงความเปราะบางของครัวเรือนไทย และความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทางเลือกและประสิทธิผลของกลไกจัดการความเสี่ยงต่อรายได้ เพื่อให้ครัวเรือนไทยรับมือกับความเสี่ยงเฉพาะตัวต่อรายได้ได้ดีขึ้นและหลีกเลี่ยงกับดับหนี้ครัวเรือนไทยเข้าถึงเครื่องมือจัดการความเสี่ยง แต่ยังไม่เพียงพอครัวเรือนจัดการความเสี่ยงเฉพาะตัวอย่างไร? วิธีที่ใกล้ตัวที่สุดคือ Self-insurance หรือการประกันตัวเอง โดยการเก็บออมหรือซื้อสินทรัพย์เพื่อสำรองไว้ใช้ในยามที่ขาดรายได้ หากเงินออมไม่พอ ครัวเรือนอาจกู้ยืมจากสถาบันการเงิน อย่างไรก็ดี ลำพัง Self-insurance อาจไม่พอรองรับความเสี่ยงต่อรายได้ โดยเฉพาะครัวเรือนไทยหลายกลุ่มที่มีรายได้ไม่พอรายจ่าย จึงออมเงินได้น้อยนอกจาก Self-insurance ครัวเรือนไทยยังมีกลไกในการแชร์ความเสี่ยง (Risk-sharing) ซึ่งหมายถึงการถ่ายโอนและกระจายความเสี่ยงระหว่างครัวเรือน ครัวเรือนสามารถแชร์ความเสี่ยงระหว่างกันผ่าน1. ‘กลไกที่ไม่เป็นทางการ’ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ความเสี่ยงภายในครัวเรือน (การให้หรือให้ยืมเงินกันระหว่างสมาชิกในครัวเรือน) การแชร์ความเสี่ยงกับครัวเรือนใกล้เคียง (การยืมเงินจากเพื่อนบ้าน) หรือการแชร์ความเสี่ยงภายในกลุ่มบุคคล (เช่น สหกรณ์หมู่บ้าน หรือสมาคมวิชาชีพ เป็นต้น)2. ‘กลไกที่เป็นทางการ’ ซึ่งแบ่งเป็น ‘ตลาดประกันภัย’ นั่นคือการซื้อกรมธรรม์ประกันภัย ให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้รวม (Pooling) กระจายและบริหารจัดการความเสี่ยง หรือ ‘กลไกภาครัฐ’ ที่แบ่งเป็น Social Assistance หมายถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาหรือเงินสวัสดิการสังคมที่ภาครัฐให้เปล่าโดยที่ครัวเรือนไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ และ Social Insurance คือเงินกองทุนซึ่งภาครัฐและครัวเรือนจ่ายเงินสมทบสะสมไว้ใช้ในยามที่ขาดรายได้ หรือเกษียณอายุ เช่น กองทุนประกันสังคม และกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นต้นกลไกที่ไม่เป็นทางการมีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะกับครัวเรือนในชนบท แต่ก็มีพลังจำกัด โดยเฉพาะครัวเรือนในพื้นที่ที่ประสบปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายเหมือนกัน นอกจากนี้ เมื่อความเป็นเมืองเพิ่มขึ้น กลไกที่ไม่เป็นทางการจะมีบทบาทน้อยลง เพราะการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครัวเรือนในเขตเมืองจนวางใจที่จะแชร์ความเสี่ยงระหว่างกันอาจยากกว่าครัวเรือนชนบทเมื่อกลไกที่ไม่เป็นทางการมีบทบาทจำกัด ครัวเรือนไทยจึงพึ่งพิงกลไกที่เป็นทางการอย่างมาก โดยเฉพาะกลไกภาครัฐ ดังจะเห็นได้จากความสำคัญของรายได้จาก Social Assistance และ Social Insurance ในการยกเส้นรายได้คงเหลือตลอดช่วงอายุของครัวเรือนในรูปที่ 2 และรูปที่ 3แต่กลไกทั้งสองประเภทก็มีข้อจำกัดคนละแบบ โดยข้อมูลของธนาคารโลกในรูปที่ 4 ระบุว่า Social Assistance ของไทยมีความครอบคลุม (วัดจากสัดส่วนของคนที่เข้าถึงหรือมีคนในครัวเรือนเข้าถึงกลไกดังกล่าว) และให้เงินช่วยเหลือ (สัดส่วนของเงินช่วยเหลือหรือเงินประกันที่ได้รับต่อรายได้ นับเฉพาะครัวเรือนที่เข้าถึงกลไก) ใกล้เคียงกับประเทศในระดับการพัฒนาเดียวกัน แต่จะเห็นข้อจำกัดว่าจำนวนเงินไม่ได้สูงนักเมื่อเทียบกับรายได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติของ Social Assistance ในทางตรงกันข้าม Social Insurance ของไทยยังไม่ครอบคลุมเมื่อเทียบกับประเทศในระดับการพัฒนาเดียวกัน แม้จะมีสัดส่วนของเงินช่วยเหลือต่อรายได้สูงกว่าก็ตามรูปที่ 4 ความครอบคลุมและความเพียงพอของกลไก Social Assistance และ Social Insuranceนอกจากนี้ งานวิจัย “ทำอย่างไร จะสูงวัย แบบไม่ยากจน: ตอนที่ 1 ระบบประกันสังคมไทย” ยังชี้ว่าการออกแบบ Social Insurance ของไทยยังมีข้อบกพร่อง อาทิ ระบบประกันของไทยไม่ได้ปรับเงื่อนไขให้เหมาะสมกับโครงสร้างของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ยังกำหนดอายุที่ผู้ประกันตนมีสิทธิขอรับบำนาญไว้ที่ 55 ปี มาตั้งแต่ปี 1998 ในขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 77 ปี (ในปี2017) ทำให้ครัวเรือนไทยมีเวลาสะสมเงินเท่าเดิมแต่มีช่วงเวลาที่ต้องพึ่งเงินบำนาญยาวนานขึ้น นอกจากนี้ เงินบำนาญยังไม่ได้ปรับตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากเท่าที่ควรอีกด้วยตลาดประกันภัยมีศักยภาพที่จะรับประกันความเสี่ยงเฉพาะต่อรายได้ของครัวเรือนไทยบทบาทที่น้อยลงของกลไกที่ไม่เป็นทางการ และข้อจำกัดของ Social Assistance และ Social Insurance บ่งชี้ โอกาสของ ‘ตลาดประกัน’ ที่จะเข้ามาปิดช่องว่าง แม้ตลาดประกันภัยมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบมูลค่าของเบี้ยประกันภัยต่อ GDP เทียบกับประเทศในระดับการพัฒนาเดียวกันแต่ยังมีผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงตลาดประกันภัย หรือเข้าถึงไม่พออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กเข้าไม่ถึงตลาดประกัน คือ ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสาร ผู้รับประกันมักไม่มีข้อมูลความเสี่ยงของลูกค้า เช่น ลูกค้าอาจไม่มีประวัติทางการเงิน หรือการเก็บข้อมูลมีต้นทุนสูง ส่วนหนึ่งเพราะผู้รับประกันเข้าไม่ถึงครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ครัวเรือนอาจไม่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะการศึกษาสัญญาประกันที่ซับซ้อน ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสารทำให้การรับประกันมีความเสี่ยงสูง และมีต้นทุนสูงจึงไม่คุ้มค่าที่จะทำตลาดแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการประกันภัยรุดหน้าไปมาก ผู้รับประกันภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้เอาประกันได้มากขึ้นผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ แพลตฟอร์มดิจิทัล ผนวกกับเทคโนโลยีการสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing) ที่ช่วยสร้างข้อมูลความเสี่ยงใหม่ เช่น เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศและคุณภาพดิน เป็นต้นนอกจากจะมีข้อมูลมากขึ้นแล้ว ผู้รับประกันยังมีแบบจำลองและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับประกันเข้าใจความเสี่ยงของผู้เอาประกันมากขึ้น จึงเห็นโอกาสในการรวม (Pooling) และกระจายความเสี่ยง อีกทั้งยังสามารถออกแบบสัญญาประกันที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงและความต้องการของลูกค้าหนึ่งในตัวอย่างที่มีชื่อเสียง คือ ACRE Africa ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่รับประกันภัยพืชผลให้กับเกษตรกรกว่า 8.5 ล้านคนในพื้นที่ชนบทของประเทศเคนยา รวันดาและแทนซาเนีย โดย ACRE Africa ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการรับประกันพืชผลและการใช้ Remote Sensing จาก Global Index Insurance Facility ของธนาคารโลก และ Kenya Livestock Insurance Program ของรัฐบาลเคนยา เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยและวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจประกันที่ยั่งยืนสำหรับไทย ข้อมูลการกระจายตัวของอัตราการเติบโตของรายได้ในรูปที่ 11.1 พบว่ามีทั้งพื้นที่ที่รายได้เติบโตและหดตัวบอกถึงความเป็นไปได้ที่จะรวมและกระจายความเสี่ยงเฉพาะตัวของครัวเรือนไทยทั้งในระดับประเทศ และกลุ่มอาชีพนอกจากนี้ บทความเรื่อง “มิติใหม่ของข้อมูลความเสี่ยงภาคเกษตร กับการพัฒนาระบบการประกันภัยพืชผลที่ยั่งยืน” ยังชี้ให้เห็นโอกาสในการรวมและกระจายความเสี่ยงระหว่างพื้นที่และฤดูเพาะปลูกข้าวนาปีและข้าวนาปรัง เช่น การรวมความเสี่ยงจากการเพาะปลูกข้าวระหว่างภาคใต้กับภาคอีสาน หรือระหว่างข้าวนาปีกับข้าวนาปรังซึ่งมีฤดูปลูกต่างกัน ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนศักยภาพและโอกาสในการทำตลาดประกันสำหรับความเสี่ยงเฉพาะตัวของครัวเรือนไทยให้ลึกและทั่วถึงขึ้นช่องว่าง = โอกาสความเสี่ยงเฉพาะต่อรายได้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของครัวเรือนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือนที่เปราะบางเพราะมีรายได้ไม่พอรายจ่ายและมีเงินออมจำกัด การขาดรายได้ติดต่อกันไม่กี่ครั้งอาจส่งผลให้ครัวเรือนติดกับดักหนี้ไปตลอดชีวิต กลไกในการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อรายได้จึงมีความสำคัญอย่างมากปัจจุบันแม้ครัวเรือนไทยจะเข้าถึงความช่วยเหลือและการประกันจากภาครัฐ แต่เครื่องมือที่มีก็มีข้อจำกัดเฉพาะตัวและอาจยังไม่เพียงพอ จึงเป็นช่องว่าง (Gap) ในระบบนิเวศการประกันความเสี่ยงต่อรายได้ที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมคิดหาวิธีเติมเต็มในขณะเดียวกัน ช่องว่างหมายถึงโอกาสดำเนินธุรกิจประกันภัยที่จะสร้างผลประโยชน์ยั่งยืนให้กับทั้งครัวเรือนไทยและผู้รับประกัน ในอนาคต ผู้รับประกันจะสามารถออกแบบและเสนอสัญญาประกันที่ตอบโจทย์ มีต้นทุนต่ำลง จึงเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจของผู้รับประกันภัยที่จะเข้าสู่ตลาดใหม่ และเป็นโอกาสของครัวเรือนไทยที่จะเข้าถึงกลไกในการบริหารความเสี่ยงต่อรายได้ ซึ่งเป็นบันไดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1819225

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันสุขภาพ

3 “แบบประกัน” ที่สำคัญ...สำหรับ “พ่อแม่ที่มีลูกเล็ก” !!!

29/05/2025

“ครอบครัวที่มีลูกเล็ก” ต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายและการจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เนื่องจากการมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาในครอบครัว ถือว่าเป็นปัจจัยค่าใช้จ่ายใหม่ที่ไม่สามารถคาดการณ์งบประมาณได้อย่างแม่นยำ “การวางแผนประกัน” ของทั้งพ่อแม่และลูก จึงมีความสำคัญทั้งในเรื่องการโอนย้ายความเสี่ยง และการสร้างความมั่นคงปลอดภัยของครอบครัวในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกัน ควรเลือกแผนประกันให้คุ้มค่าเหมาะสมกับครอบครัวที่สุด1. ประกันสุขภาพเด็กไม่มีใครรู้ว่าลูกจะเจ็บป่วยวันไหน และด้วยความเป็นพ่อแม่ย่อมเป็นห่วงใย เจ็บป่วยขึ้นมาก็อยากจะให้ลูกหายเร็วที่สุด ด้วยวิธีการรักษาที่ดีที่สุด แม้ค่ารักษาสูงแค่ไหนก็ยอมจ่ายตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา  •  โรคปอดบวมในเด็ก150,000 บาท  •  โรคมือเท้า ปาก 200,000 บาท  •  ไวรัสอาร์เอสวี(RSV) 200,000 บาท  •  โรคลิ้นหัวใจรั่ว900,000 บาท  •  โรคมะเร็ง1,000,000 บาท  •  โรคไข้เลือดออก120,000 บาท  •  ไวรัสโรต้า70,000 บาทที่มา: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจากโรงพยาบาลชั้นนำปี 2561 และข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข“ดังนั้น เมื่อพ่อแม่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องเตรียมเงินค่ารักษาในแต่ละปีเท่าไร ทางเลือกในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาแบบง่ายที่สุดและใช้เงินน้อยที่สุด คือ การวางแผนทำประกันสุขภาพเด็ก”เคล็ดลับเลือกประกันสุขภาพให้ลูกน้อย1. ค้นหากุมารแพทย์เก่งๆที่ไว้ใจ2. กุมารแพทย์ท่านนี้ออกตรวจที่โรงพยาบาลไหนบ้างเลือก 2 - 3 โรงพยาบาลที่สะดวก ใกล้บ้าน หรือมั่นใจในการบริการ3. ตรวจสอบค่าห้องของโรงพยาบาลแต่ละที่จากเว็ปไซต์ และวงเงินค่ารักษาที่ควรเตรียมไว้4. เลือกบริษัทประกันที่มีโรงพยาบาลนั้นอยู่ในเครือหากสามารถใช้สิทธิ์แฟกซ์เคลมได้ ก็จะเพิ่มความสะดวกสบาย5. เลือกแผนประกันที่ความคุ้มครองครอบคลุมค่าห้อง ค่ารักษา หากงบประมาณเพียงพอ แนะนำให้เลือกแบบเหมาจ่าย สบายใจกว่าเพราะไม่ต้องกังวลส่วนเกิน6. ความต้องการส่วนอื่นๆเช่น วงเงิน OPD, ค่าชดเชยรายวัน, ความคุ้มครองอุบัติเหตุ ว่าจำเป็นไหม หากต้องการเพิ่ม ก็สามารถปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตได้7. เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและเลือกตัวแทนมืออาชีพ2. ประกันชีวิต(คุณพ่อคุณแม่)“เพราะการดำเนินชีวิตของพ่อแม่ อาจข้ามขั้นตอน แต่การศึกษาของลูก ไม่อาจข้ามขั้นตอนได้”มีคนเคยบอกว่าวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่แน่ใจแล้วหรือว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้นบางคนเกิด ยังไม่ทันแก่ ก็เจ็บ บางคนเกิด ยังไม่ทันแก่ ก็ตายแต่การศึกษาของลูก จะค่อยๆ ไล่เรียงไปตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยม อุดมศึกษา โดยไม่สามารถลัดขั้นตอนได้“เชื่อว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยเกิน 90% ใช้วิธีค่อยๆ หาเงินไปและส่งลูกเรียนไปจนกระทั่งลูกเรียนจบ แต่ลองนึกดูว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนๆ นั้นที่ลัดขั้นตอน จากไปก่อนโดยทิ้งลูกเล็กๆ เอาไว้ ลูกจะเอาเงินจากที่ไหนส่งตัวเองเรียน เพราะตอนนั้นด้วยอายุและประสบการณ์ของลูก ยังไม่สามารถทำงานหาเงินเองได้ วิธีการที่ดีที่สุดและใช้เงินน้อยที่สุดในการการันตีการศึกษา สินทรัพย์แสนมีค่าของลูก คือ การทำประกันชีวิตคุณพ่อคุณแม่ โดยมีชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นลูก”เคล็ดลับเลือกประกันชีวิตพ่อแม่1. คำนวณทุนประกัน ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการศึกษา จนกระทั่งลูกเรียนจบปริญญา รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายจิปาถะ (1) รวมกับหนี้สินที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้หนี้ที่มี ตกทอดไปยังลูก (2) หักลบกับมูลค่าทรัพย์สินสภาพคล่อง เช่น เงินสด ทองคำ ที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ (3)(1)+(2)-(3) = ทุนประกันชีวิตที่ควรจะมี2. เลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์อาจเป็นแบบชั่วระยะเวลาหรือตลอดชีพ3. เลือกแผนที่ระยะเวลาในการส่งไม่สั้นและไม่ยาวนานเกินไปเบี้ยประกันอยู่ในงบประมาณ และทุนประกันชีวิตเพียงพอตามที่คำนวณไว้4. เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและเลือกตัวแทนมืออาชีพ3. ประกันออมทรัพย์เพื่อลูกอยากเก็บเงินให้ลูกด้วย “ประกันออมทรัพย์” ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะไม่มีความเสี่ยง สร้างวินัยในการเก็บเงิน และล็อคเงินไว้ให้ลูกในระยะยาวได้จริงเคล็ดลับเลือกประกันออมทรัพย์เพื่อลูก1. กำหนดว่าเงินก้อนนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไรหรือต้องการใช้ในระยะเวลาอีกกี่ปี เพื่อดูแผนที่ระยะครบกำหนดสัญญาเหมาะสม2. คุณพ่อคุณแม่มีแผนที่จะส่งเงินออมต่อเนื่องระยะเวลากี่ปีเพื่อดูระยะเวลาส่งเบี้ยประกันที่ตอบโจทย์3. ต้องการออมปีละเท่าไหร่เพื่อกำหนดเบี้ยประกัน4. แนะนำให้“ทำประกันในชื่อพ่อแม่” และ “ใส่ชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นลูก” เพราะระหว่างนี้จะได้คุ้มครองชีวิตพ่อแม่ไปด้วย, หากพ่อแม่เป็นอะไรไปจะได้ไม่ต้องส่งเบี้ยต่อ, ชื่อผู้รับผลประโยชน์ชัดเจนว่าเป็นลูก, พ่อแม่นำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น5. เลือกบริษัทประกันที่มั่นคงและเลือกตัวแทนมืออาชีพ“ประกันออมทรัพย์เหมือนกัน แต่แผนมีให้เลือกหลากหลาย รายละเอียดแตกต่างกัน”“ความเจ็บป่วยของลูก” เป็นเรื่องเร่งด่วนสุดของการมีประกัน แต่ “ความคุ้มครองของพ่อแม่” ก็สำคัญ หากพ่อหรือแม่ เป็นผู้นำในการหารายได้ให้ครอบครัว ดังนั้น ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในการ “ทำประกันทั้งสองแบบ” ถัดจากนั้นก็วางแผนการเงินสำหรับการศึกษาของลูกน้อยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ wealthythaihttps://www.wealthythai.com/en/updates/wealth-management/wealth-ez/24449

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

“I Light Singapore” เทศกาลแสงสีชั้นนําของเอเชียที่สิงคโปร์

29/05/2025

i Light Singapore เทศกาลแสงสีชั้นนําของเอเชียที่จัดขึ้น ณ มารีน่าเบย์ และพื้นที่ใกล้เคียง เริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 21 มิถุนายน 2025ภาพ: สำนักข่าวซินหัวเทศกาลแสงสียิ่งใหญ่นี้ จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2010 “i Light Singapore" จัดแสดงการติดตั้งงานศิลปะแสงที่สร้างขึ้นโดยศิลปินชาวสิงคโปร์และนานาชาติ งานศิลปะได้รับการออกแบบด้วยแสงไฟประหยัดพลังงาน และวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมชมเทศกาลตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืน นำมาใช้ในชีวิตประจําวัน โดยเทศกาลนี้ยังมีกิจกรรมมากมายให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลิน และนําความมีชีวิตชีวามาสู่พื้นที่สาธารณะในใจกลางเมืองสิงคโปร์ภาพ: สำนักข่าวซินหัวสำหรับแนวคิดในปีนี้ คือ “To Gather” ได้รับแรงบันดาลใจจากสีแดงจากการเล่าเรื่องแสงที่มองเห็นได้ เพราะสีแดงมีพลังในขับเคลื่อนมนุษย์ กระตุ้นอารมณ์ของความรักและความหลงใหลในตัวเรา นําชุมชนมารวมกันเพื่อเฉลิมฉลองในบางวัฒนธรรม และสีแดงยังสามารถเป็นสัญลักษณ์ของอํานาจได้อีกด้วยภาพ: สำนักข่าวซินหัวสีแดงดึงดูดความสนใต่อสิ่งที่สําคัญหรือเร่งด่วน สีแดงมีความสามารถในการมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์อย่างลึกซึ้งและจุดประกายการเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลง มักเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิต สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของแหล่งพลังงานหลักที่แผ่แสงสว่างและความอบอุ่นให้กับชีวิตบนโลก ในฐานะที่เป็นหัวใจสําคัญของการดํารงอยู่โดยรวม สีแดงเสมือนเส้นด้ายที่ผูกโยงทุกคนเข้าด้วยกัน ให้เกิดการเรียกร้องให้ยอมรับความสามัคคีในความหลากหลายTo Gather ธีมของงาน จึงมุ่งมั่นที่จะจุดประกายการสนทนา ส่งเสริมชุมชนที่มีชีวิตชีวา และสร้างแรงบันดาลใจในการดําเนินการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นภาพ: สำนักข่าวซินหัวเวลาจัดแสดงของเทศกาลไฟอาทิตย์ถึงพฤหัสบดี: 19:30 น. – 23:00 น., วันศุกร์และวันเสาร์: 19:30 น. – 12:00 น.เริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 21 มิถุนายน 2025ภาพ: สำนักข่าวซินหัวภาพ: สำนักข่าวซินหัวภาพ: สำนักข่าวซินหัวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000050423

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“ภูฏาน” มหัศจรรย์ ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า

29/05/2025

พาไปรู้จักกับ “ภูฏาน” ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้าที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายในต่างแดนที่คนไทยพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก หลังการเสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า“ประเทศภูฏาน” (Bhutan) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ได้รับฉายาว่าเป็น “ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า” ที่งดงามไปด้วยทิวทัศน์ของขุนเขาอันสลับซับซ้อนและป่าเขาลำเนาไพรที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นประเทศหนึ่งเดียวในโลกที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานแบบตรันตระเป็นศาสนาประจำชาติหนึ่งในสถาปัตยกรรมอันงดงามเป็นเอกลักษณ์ของภูฏาน (ภาพ : PR TCB)นอกจากนี้ภูฏานยังมีวัดวาอาราม งานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งชาวเมืองก็ยังคงดำรงวิถีอยู่ในจารีต วัฒนธรรม และประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่โบราณอย่างแนบแน่นปัจจุบันภูฏานมีเมืองหลวงคือ “เมืองทิมพู” (Thimpu) ที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 ย้ายมาจากเมืองหลวงเก่าคือปูนาคา ในปี พ.ศ. 2495 และมีเมือง “พาโร” เป็นศูนย์กลางทางการบินเพียงหนึ่งเดียวในภูฏาน โดย “ท่าอากาศยานนานาชาติพาโร” (Paro International Airport - PBH) นั้นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามบินอันตรายที่สุดในโลก จนกล่าวได้ว่า มีนักบินจำนวนหลักสิบเท่านั้นที่ได้รับใบอนุญาตให้ลงจอดที่สนามบินนี้ เพราะต้องเป็นนักบินที่มีทักษะความสามารถ และประสบการณ์การบินสูงสนามบินพาโร หนึ่งในสนามบินอันตรายที่สุดในโลก (ภาพ : Paro International Airport)เที่ยวภูฏาน 4 ฤดูภูฏานเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่อากาศดีที่สุดในโลก ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางจะสามารถสูดหายใจได้อย่างเต็มปอด และเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์โดยในแต่ฤดูกาลผู้มาเยือนภูฏานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป เริ่มจากฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ที่มาพร้อมกับดอกโรโดเดนดรอน หรือ “กุหลาบพันปี” ซึ่งออกดอกบานสะพรั่ง รวมถึงยังมีเทศกาลท้องถิ่นอันครึกครื้น เช่น เทศกาลพาโรเชชู หรือ เทศกาลระบำหน้ากากเมืองพาโรเสน่ห์ภูฏานในช่วงฤดูร้อนกับทุ่งนาขุนเขาอันเขียวขจี (ภาพ : PR TCB)ส่วนฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เป็นช่วงฤดูมรสุมที่ภูเขาทั่วภูฏานจะถูกปกคลุมด้วยสีเขียวจากพันธุ์ไม้ สร้างบรรยากาศการพักผ่อนอันเงียบสงบสำรับนักเดินทางที่ชอบปลีกวิเวก ทั้งยังมีโอกาสได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมของท้องถิ่นขณะที่ในฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ท้องฟ้าในภูฏานจะสวยใสเหมาะสำหรับการเดินป่าและถ่ายภาพ นอกจากนี้ที่เมือง Laya เขตกาซา ยังมีการจัดงานประจำปีในช่วงฤดูหนาวคือเทศกาล “Royal Highland Festival” เพื่อเฉลิมฉลอง ส่งเสริม และอนุรักษ์ชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเขาแห่งภูฏานที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่บนภูเขาสูงเทศกาลรอยัลไฮแลนด์ (ภาพ : PR TCB)ครั้นพอถึงฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ภูฏานจะเผยให้เห็นเสน่ห์อันเงียบสงบของวัดและสถาปัตยกรรมที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ รวมถึงเทศกาลเฉลิมฉลองในท้องถิ่นทั่วประเทศ ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีวัดทักซัง สัญลักษณ์ศรัทธาอันแรงกล้าของภูฏานสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ต้องห้ามพลาดของภูฏานคือ “วัดทักซัง” (Taktsang Monastery) สถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ ซึ่งโดดเด่นสวยงามด้วยอารามที่ตระหง่านอยู่บนชะง่อนผาสูงลิบที่มวลเมฆคลอเคล้าราวกับวัดล่องลอยอยู่เหนือผืนฟ้าสรวงสรรค์วัดทักซังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูฏาน (ภาพ : Ugyen Tenzin)วัดทักซัง หรือที่รู้จักกันในนาม “the Tiger’s nest” หรือวัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ในเมืองพาโร เป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 3,120 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล วัดแห่งนี้โดดเด่นสวยงามด้วยงานสถาปัตยกรรมอันประณีต ซึ่งได้รับการหล่อหลอมยึดตามแนวศิลปะพุทธศาสนา มีอาคารสีขาวหลังคาสีทอง ประกอบด้วยวัดหลัก 4 แห่งและบ้านพักหลายหลัง อาคารทั้งหมดเชื่อมต่อถึงกันด้วยบันไดที่มีขั้นบันไดแกะสลักเข้าไปในหิน เกือบทุกหลังของกลุ่มอารามมีระเบียงพร้อมทิวทัศน์อันน่าทึ่งของบริเวณโดยรอบ ศาลเจ้าหลักของอาราม กงล้อสวดมนต์ตั้งอยู่ในลานวัด และในทุกเช้าเวลาตี 4 พระภิกษุจะหมุนเวียนออกมาทำกิจวัตรเพื่อเริ่มต้นวันใหม่การออกแบบตกแต่งภายในของวัดมีโดมเคลือบทองและไฟกะพริบที่ส่องสว่างรูปเคารพทองคำ ในห้องโถงพระพุทธรูปพันองค์ที่แกะสลักไว้ในหิน มีรูปปั้นเสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เนื่องจากเสือได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองพาโรภูฏาน บีลีฟ แคมเปญท่องเที่ยวของภูฏานหลังโควิด (ภาพ : PR TCB)ภูฏาน บีลีฟ“ภูฏาน บีลีฟ” (Bhutan Believe) เป็นแคมเปญปัจจุบันของประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก หลังภูฏานปิดประเทศไปชั่วคราวจากสถานการณ์ COVID-19ภูฏาน บีลีฟ เน้นย้ำความเชื่อของประเทศเรื่องอนาคตที่ดีกว่า น้อมนำโดยภูมิปัญญาจากคนรุ่นเก่า “บีลีฟ” เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อในอนาคตของภูฏาน เช่นเดียวกับศักยภาพ ความเป็นไปได้ และโอกาสที่ภูฏานนำเสนอให้กับโลกที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเกี่ยวกับการเชื่อในคุณค่า ความสามารถ การมีส่วนร่วมและศักยภาพของพลเมืองของประเทศธรรมชาติงามแห่งดินแดนมังกรสายฟ้า (ภาพ : PR TCB)นอกจากนี้ภูฏานยังมี “สภาการท่องเที่ยวแห่งประเทศภูฏาน” (Tourism Council of Bhutan: TCB) เป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในภูฏาน รวมถึงทำหน้าที่เผยแพร่ความงดงามของสถานที่ ผู้คน และประสบการณ์ในราชอาณาจักรแห่งนี้ ให้กับนักท่องเที่ยวโดยยึดหลักการรับนักท่องเที่ยวปริมาณน้อย เพื่อให้ได้สัมผัสคุณค่าและประสบการณ์สูงสุดข้อมูลเบื้องต้นเที่ยวภูฏานภูฏานเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ในรูปแบบ “น้อยแต่มาก” ที่มีมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในปี ค.ศ. 1974 ซึ่งปัจจุบันค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Fee – SDF) ได้ถูกปรับลดลงในราคาใหม่ จาก 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อคืน เหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อคืน (มีอัตราลดหย่อนสำหรับเด็ก)ภูฏานสามารถเที่ยวได้ทั้งปี 4 ฤดู (ภาพ : PR TCB)ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อนักท่องเที่ยวให้ปักหมุดภูฏานเป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ว่าการท่องเที่ยวจะยังคงสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนต่อไป โดยค่าธรรมเนียมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDF) นี้จะถูกนำมาใช้เป็นทุนสนับสนุนโครงการด้านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการศึกษาทั่วประเทศภูฏานสำหรับการยื่นขอวีซ่าหรือใบอนุญาตไปภูฏานนั้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมีวีซ่าและใบอนุญาตก่อนเดินทางไปภูฏานโดยสมัครทางออนไลน์หรือผ่านทางบริษัททัวร์ภูฏาน โดยมีค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าจำนวน 40 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะใช้ได้เพียงหนึ่งครั้ง และไม่สามารถขอคืนได้ การยื่นขอวีซ่าใช้เวลาประมาณ 5 วันในการดำเนินการ ยกเว้นนักท่องเที่ยวจากอินเดีย มัลดีฟส์และบังคลาเทศที่สามารถยื่นขอ ณ วันที่เดินทางมาถึงได้ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจเที่ยวภูฏานสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bhutan.travelปัจจุบันเที่ยวภูฏานเสียค่า SDF 100 US ดอลลาร์ ต่อคน/คืน (ภาพ : PR TCB)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000050380

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

การตลาด

ไม่ซ้ำซาก! รวมการตลาดสุดแหวก แม้แปลกแต่ได้ผลลัพธ์เยี่ยม

21/05/2025

การยึดติดอยู่ในกรอบเดิมอาจเป็นเชือกฉุดรั้งไม่ให้ธุรกิจของเราไม่ไปไหน กลับกันหากเราลองทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ปรับสภาพแวดล้อม อาจจะทำเกิดแรงบันดาลใจ เพิ่มไฟให้กับตัวเองในการเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะไอเดียการตลาดที่เปิดโอกาสให้เราได้ความคิด ความเป็นตัวเองลงไปวางแผนกำหนดกลยุทธ์การตลาดการตลาดที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์มักจะสามารถดึงดูดความสนใจและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับธุรกิจได้ นี่คือตัวอย่างของการตลาดที่อาจดูแปลกแต่ได้ผล:การตลาดผ่านฟิลเตอร์ของโซเชียลมีเดีย: การสร้างฟิลเตอร์พิเศษสำหรับ Instagram หรือ Snapchat ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ของคุณสามารถกระตุ้นให้ผู้ใช้สร้างและแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณการจัดกิจกรรมที่ไม่ธรรมดา: จัดกิจกรรมที่ไม่คาดคิดหรือแปลกใหม่ เช่น การแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของคุณ หรือกิจกรรมที่สร้างความฮือฮาในสังคม ช่วยเพิ่มการรับรู้และการมีส่วนร่วมการใช้พนักงานเป็น Influencer: พนักงานของคุณสามารถเป็นผู้ทำการตลาดให้กับแบรนด์ได้ ด้วยการแชร์เรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับการทำงานและประสบการณ์ที่ดีในบริษัทผ่านโซเชียลมีเดียการตลาดแบบประหลาดใจ: ส่งของขวัญหรือข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าโดยไม่คาดคิด เช่น การส่งสินค้าฟรี หรือส่วนลดพิเศษแบบไม่คาดคิดให้กับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณการใช้ AR (Augmented Reality): ใช้เทคโนโลยี AR เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าหรือประสบการณ์ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันมือถือ การสร้างประสบการณ์เสมือนจริงจะทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์การตลาดผ่านการแสดงผลดิจิทัลในที่สาธารณะ: การใช้หน้าจอดิจิทัลในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น สถานีรถไฟ, สนามบิน หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อแสดงโฆษณาแบบสร้างสรรค์การสร้างประสบการณ์แบบ Interactive: ใช้กิจกรรมที่ทำให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง เช่น การทำเกมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ หรือการสร้างคอนเทนท์ที่ลูกค้าสามารถส่งภาพหรือวิดีโอเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณการใช้ “Marketing Stunts”: การทำแคมเปญที่ตั้งใจเพื่อสร้างความประหลาดใจและดึงดูดความสนใจอย่างรุนแรง เช่น การจัดตั้ง “Pop-up Store” ที่มีการออกแบบแปลกใหม่การทำการตลาดแบบ “Guerilla”: ใช้กลยุทธ์การตลาดที่คาดไม่ถึงและสร้างความตื่นเต้น เช่น การติดป้ายโฆษณาในที่แปลกใหม่ หรือการทำกิจกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะการใช้ผู้มีอิทธิพลที่ไม่คาดคิด: ร่วมมือกับบุคคลที่มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ไม่คาดคิด เช่น ผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของคุณ หรือแม้แต่บุคคลที่มีความเชื่อมโยงที่ไม่ชัดเจนกับแบรนด์ของคุณการตลาดที่แปลกใหม่อาจมีความเสี่ยง แต่เมื่อทำการวิจัยและวางแผนอย่างรอบคอบสามารถสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นและช่วยให้แบรนด์ของคุณแตกต่างจากคู่แข่งได้แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ smartsmehttps://smartsme.co.th/content/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ไททันบุกไทย! ในนิทรรศการปัจฉิมบท ผ่าพิภพไททัน วันนี้–18 มิ.ย.นี้

21/05/2025

ไททันบุกไทย! เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดประตู ‘Attack on Titan Final Exhibition’ ดื่มด่ำกับปัจฉิมบทของมหากาพย์สะเทือนโลก 7 พ.ค. – 18 มิ.ย. 68 ที่ ‘CentralWorld Pulse’ ชั้น 7  บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Mighty Media ตัวแทนจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์อนิเมะชื่อดังในไทย ปลุกตำนานสุดท้ายของจักรวาลไททันกับนิทรรศการปัจฉิมบท ผ่าพิภพไททัน” หรือ Attack on Titan FINAL Exhibition Ver. Thailand นิทรรศการศิลปะต้นฉบับสุดยิ่งใหญ่ ที่แฟนอนิเมะทั่วเอเชียต่างรอคอย หลังสร้างปรากฏการณ์ในเอเชีย นิทรรศการนี้พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูสู่โลกใบสุดท้ายของเอเรนและผองเพื่อน ให้แฟน ๆ ในประเทศไทยได้ดำดิ่งแบบเต็มรูปแบบ ด้วยผลงานต้นฉบับหายากจาก “อาจารย์ฮาจิเมะ อิซายามะ” ผู้รังสรรค์หนึ่งในมังงะขายดีที่สุดตลอดกาล และต้นฉบับของอนิเมะที่ครองใจคนดูทั่วโลก เริ่มวันแรก 7 พฤษภาคม - 18 มิถุนายน 2568 ที่ ‘CentralWorld Pulse’ อีเวนต์ฮอลล์ใหม่ ใจกลางกรุงเทพ ณ ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯงานนี้เป็นหนึ่งใน Exhibition ระดับโลกที่จัดที่ “centralwOrld Pulse” Multipurpose Hall แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วย Main Hall ขนาด 2,017 ตร.ม. และ Pre Function Area ขนาด 240 ตร.ม. รองรับการจัดคอนเสิร์ต, นิทรรศการ, แฟนมีตติ้ง, นิทรรศการ และงานสัมนา ตอบโจทย์การเติบโตของตลาดคอมมูนิตี้อนิเมะ-มังงะ ซึ่งมีฐานแฟนคลับแข็งแรง และมีกำลังซื้อสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ชอบบริโภคสินค้าลิขสิทธิ์ อีเวนต์ คอสเพลย์ สร้างประสบการณ์ Immersive Exhibition อย่างสมจริง พร้อมเปิดรับการจัดงานระดับนานาชาติในอนาคต ทั้งด้านวัฒนธรรม คอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีฐานแฟนคลับ Attack on Titan ที่มีกระแสแรงไม่เคยแผ่ว ทั้งจากกลุ่มแฟนมังงะและผู้ชมอนิเมะทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน การมาถึงของนิทรรศการ FINAL ครั้งนี้ จึงเป็นเหมือน “บทสรุปแห่งความทรงจำ” ที่แฟนชาวไทยไม่ควรพลาด นิทรรศการครั้งนี้ถ่ายทอดแก่นแท้ของไททันอย่างลึกซึ้ง ผ่านภาพวาดต้นฉบับจัดแสดงอย่างประณีต พร้อมเทคนิคแสง สี เสียงสมจริง ให้คุณเลือกเส้นทางผจญภัยระหว่าง ‘นอกกำแพง’ หรือ ‘ในกำแพง’ และเดินทางผ่าน 8 โซนจัดแสดง พร้อมไฮไลต์เด็ดอย่าง ประติมากรรมเป่าลมศีรษะไททันขนาดสูงกว่า 4 เมตร ที่สร้างขึ้นพิเศษเฉพาะประเทศไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น8 โซนดิ่งลึกสู่โลกผ่าพิภพไททัน FINAL – ปิดตำนานในแบบที่คุณต้องสัมผัสด้วยตัวเอง1. ทางเลือกของชีวิต : เปิดฉากแรกที่โรงละคร ก้าวเข้าสู่แสงไฟสลัว เพื่อพบกับจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยิ่งใหญ่ ร่วมรำลึกถึงเรื่องราวของ 'ผ่าพิภพไททัน' ไปด้วยกัน ผ่านการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิต ระหว่าง 'ในกำแพง' หรือ 'นอกกำแพง'2. ผลงานต้นฉบับ 1 “โลกแห่งกำแพง” : ก้าวเข้าสู่โลกที่ถูกแบ่งแยกด้วย "กำแพง" ขนาดจริงสัญลักษณ์แห่งความหวาดกลัวและการปกป้อง ผู้ชมจะได้ชมภาพวาดต้นฉบับที่สะท้อนมุมมองของชีวิต "ภายใน" หรือ "ภายนอก" กำแพง ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกไว้ในช่วงต้น สัมผัสถึงบรรยากาศ ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างลึกซึ้ง3. ผลงานต้นฉบับ 2 “ความขัดแย้งและการต่อสู้” : ผู้ชมจะได้เห็นภาพวาดต้นฉบับซึ่งถ่ายทอดการต่อสู้ อุดมการณ์ และความสูญเสียที่แตกต่างกันตามเส้นทางชีวิตที่เลือกไว้4. สงครามไททัน : โรงภาพยนตร์ที่ให้ผู้ชมดำดิ่งไปกับอะนิเมชั่น 2 ตอนสุดประทับใจ ความยาว 10 นาที ฉายบนจอสูง 2.4 เมตร กว้าง 9 เมตร จำลองฉากการต่อสู้อันทรงพลังของเหล่าไททันที่ร่วงลงมาจากฟ้า ให้แฟน ๆ รู้สึกเหมือนได้อยู่ในฉากจริง ๆ5. ร่องรอยแห่งโศกนาฏกรรม : ในโลกที่ถูกทำลายด้วยไฟสงครามของเหล่าไททัน เหลือไว้เพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำ โซนนี้จัดแสดงสิ่งของที่หลงเหลือจากเรื่องราวอันเจ็บปวด เปลือกหอยริมทะเล, ผ้าพันคอของรีไวล์, โบโลไทด์ของเออร์วิน, แหวนของแอนนี่, แว่นตาของฮันจิ และอุปกรณ์ประกอบฉากอื่น ๆ ที่ล้วนบรรจุร่องรอยของบาดแผล ความหวัง ทั้งหมดกำลัง “หลับใหล” อยู่ ณ ที่แห่งนี้ รอให้คุณมายืนมองและร่วมรำลึกถึงความสูญเสียที่ไม่มีวันหวนกลับ6. โลกแห่งภาพต้นฉบับ 3 “เหล่าผู้กล้า” : สัมผัสเสน่ห์เฉพาะตัวของเหล่าตัวละครที่ปรากฏตัวผ่านภาพวาดต้นฉบับที่ถ่ายทอดรายละเอียดตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงช่วงเวลาสำคัญของชีวิต เผยให้เห็นความประณีตในทุกลายเส้น และความตั้งใจที่อาจารย์ฮาจิเมะ อิซายามะ บรรจงถักทอขึ้นมา ให้แฟน ๆ ได้เข้าถึงหัวใจของตัวละครที่แบกรับโชคชะตาอันโหดร้ายอย่างงดงาม7. บทสัมภาษณ์ “ผู้รังสรรค์เรื่องราว” : ชมวิดีโอบทสัมภาษณ์พิเศษจากผู้สร้างโลกของ 'ผ่าพิภพไททัน' อาจารย์ฮาจิเมะ อิซายามะ ตั้งแต่เส้นแรกจนถึงบทสุดท้าย พร้อมจัดแสดงภาพร่างต้นฉบับที่สะท้อนเส้นทางการสร้างสรรค์ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เปิดมุมมองใหม่ในการทำความเข้าใจเบื้องหลังแนวคิด แรงบันดาลใจ และการตัดสินใจที่หล่อหลอมเรื่องราวอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นมา ผ่านสายตาและความรู้สึกของผู้สร้างด้วยตัวเอง8. Landmark ศีรษะไททัน สูง 4 เมตร : โซนสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ! สัมผัสความอลังการของประติมากรรมเป่าลม “ศีรษะไททัน” ขนาดมหึมากว่า 4 เมตร พร้อมเอฟเฟกต์ปีนกำแพงที่จะพาแฟน ๆ ดำดิ่งสู่โลกสมจริงราวกับฉากจริงในอนิเมะ เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ร่างยักษ์ในระยะประชิดราคาบัตร เด็กอายุ 3-18 ปี ราคา 300 บาท ผู้ใหญ่ 420 บาท ซื้อบัตรได้ที่ ‘CentralwOrld Pulse’ ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือช่องทางออนไลน์Ticketmelon : https://www.ticketmelon.com/mighty-media/attack-on-titan-final-exhibitionKlook : https://www.klook.com/th/activity/154740-attack-on-titan-final-exhibition-ver-thailand/แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000042676

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

เริ่มแทงช่อแล้ว! “ดอกกระเจียว” อช. ไทรทอง คาดเต็มทุ่งปลายเดือน มิ.ย. นี้

21/05/2025

เตรียมเปิดฤดูการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ สำหรับ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ที่เปิด จุดชมวิว ผาชะนะได ซึ่งเป็นจุดที่จะมีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์แรกสุดในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไปภาพ : อุทยานแห่งชาติผาแต้มสำหรับ “ผาชะนะได” ตั้งอยู่ในผืนป่าดงนาทาม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เป็นสถานที่ที่กรมอุตุนิยมวิทยาใช้อ้างอิงถึงตำแหน่งที่เห็นแสงอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของเมืองไทย ณ เส้นแวง (ลองจิจูด) ที่ 105 องศา 37 ลิปดา 17 ฟิลิปดาภาพ : อุทยานแห่งชาติผาแต้มดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงให้ฉายา “ผาชะนะได” ว่าเป็น “จุดรับตะวันก่อนใครในสยาม” หรือ จุดชมแสงอาทิตย์แห่งแรกของเมืองไทยภาพ : อุทยานแห่งชาติผาแต้มภาพ : อุทยานแห่งชาติผาแต้มโดยกิจกรรมห้ามพลาด คือ การไปชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม ที่จุดชมวิว (ห่างจากลานกางเต็นท์ 500 เมตร) ที่เมื่อมองลงไปจะเห็นผืนป่าเขียวขจีริมชายแดนเบื้องล่าง และแม่น้ำโขงไหลผ่านกั้นเขตแดนไทย-ลาว รวมถึงถ้าวันไหนอากาศเป็นใจก็จะมองเห็นทะเลหมอกขาวโพลนน่าประทับใจแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000047246

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย ผนึกกำลัง Teladoc Health จัดงาน “Exclusive High Tea Party” เสริมศักยภาพตัวแทนขาย พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาพลูกค้าด้วยบริการ PMCM

21/05/2025

กรุงเทพฯ – 21 พฤษภาคม 2568 – เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ Teladoc Health ผู้นำระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพแบบโทรเวช จัดงาน “Exclusive High Tea Party ปิดการขายอย่างมืออาชีพ ด้วยบริการระดับโลก PMCM” ให้กับผู้บริหารหน่วยและตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ โดยมุ่งยกระดับด้านการให้บริการดูแลสุขภาพแก่ลูกค้าเอไอเอทั่วประเทศ ด้วยบริการสุขภาพระดับโลกอย่าง บริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล (Personal Medical Case Management: PMCM) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “เพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ” ที่พร้อมดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการรักษา ตั้งแต่การวินิจฉัย การเลือกแนวทางการรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสุขภาพ และสามารถปรึกษาได้แม้บางโรคที่เป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากเอไอเอ ประเทศไทย และ Teladoc Health ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจในการส่งมอบบริการสุขภาพระดับโลก ประกอบด้วย  พญ. สุวรา โสมะบุตร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ แผนกบริหารจัดการทางการแพทย์และข้อมูลระบบสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย นางสาวซิ่วยวี่ อู ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Teladoc Health และ พญ. นิลวรรณ นิมมานวรวงศ์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์ผู้บริหารเคส Teladoc Health โดยหนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการแบ่งปันประสบการณ์ตรงจาก นายพงษ์พันธ์ ชมสิน ผู้จัดการหน่วยบียอนด์ 30 ที่ได้มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของลูกค้าที่ได้รับประโยชน์จากบริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล (PMCM) ซึ่งได้ช่วยสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจเข้ารับการรักษาพยาบาล รวมทั้งยังได้สร้างความประทับใจในมาตรฐานการดูแลที่เหนือความคาดหมาย ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์บอลรูมตันจง ปาการ์ โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯสำหรับบริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล (Personal Medical Case Management: PMCM) เป็นบริการดูแลสุขภาพที่มากกว่าความเห็นที่สองทางการแพทย์ โดยเอไอเอ ตระหนักดีว่าการเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคร้ายแรง อาจนำมาซึ่งความไม่แน่ใจและความวิตกกังวลของลูกค้า ดังนั้น ลูกค้าจึงได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเครือข่ายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 50,000 ราย จากกว่า 450 สาขาทั่วโลกของ Teladoc Health โดยมีแพทย์ผู้บริหารเคสส่วนบุคคลคอยให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดระยะเวลา เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและมั่นใจในการตัดสินใจรักษา เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X