อยากมีเงินใช้ 30,000 หลังเกษียณ ให้ทำแบบนี้
คุณวางแผนเกษียณไว้แบบไหนครับ...จะเลิกทำงานตอนอายุเท่าไหร่ และอยากใช้ชีวิตหลังจากนั้นยังไงบ้าง ไม่ว่าแผนของคุณจะเป็นยังไง ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้ก็คือเงินใช่มั้ยครับวันนี้ผมเลยอยากมาบอกวิธีเบื้องต้นที่จะทำให้คุณมี Passive Income หรือมีรายได้เข้ามาแบบที่ไม่ต้องทำงานแล้ว ก็ยังเพียงพอที่จะรองรับชีวิตหลังเกษียณได้ ที่สำคัญ คุณสามารถเริ่มลงมือทำได้ตั้งแต่วันนี้ครับวิธีนั้นคืออะไร หากพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับแต่ก่อนจะไปถึงสิ่งที่ต้องทำ เรามาตั้งเป้าหมายกันก่อนครับสิ่งแรกก่อนจะเริ่มต้นกำหนดเป้าหมาย เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีระยะเวลาอีกกี่ปีกว่าจะไปถึงวัยเกษียณที่ต้องการ และเมื่อเกษียณแล้วคุณคิดว่าเงินที่จะเข้ามาในแต่ละเดือนควรอยู่ที่เท่าไร โดยสรุปแล้วสิ่งที่คุณต้องรู้ก็คือ • ปัจจุบันคุณอายุเท่าไร • เป้าหมายของคุณ ต้องการเกษียณชีวิตการทำงานเมื่ออายุเท่าไร • เป้าหมายของคุณอยากมีเงินใช้เดือนละกี่บาท • คุณลองประเมินสักนิดว่าตัวเองจะมีอายุยืนยาวไปถึงปีที่เท่าไรของชีวิตเหล่านี้คุณต้องหาคำตอบให้ตัวเองก่อนนะครับแต่วันนี้ผมจะลองคิดตัวเลขคร่าวๆ เพื่อใช้เป็นตัวกำหนดเป้าหมายของแผนวันนี้ โดยสมมติว่าปัจจุบันคุณมีอายุ 30 ปี ผมว่าเป็นจังหวะชีวิตที่กำลังดี สำหรับใครหลายคนที่ยังไม่เคยคิดเรื่องเกษียณ ก็ควรวางแผนและตั้งเป้าได้แล้วครับ อย่าลืมว่าเรื่องลงทุน ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดีนะครับเพราะความเป็นจริงเราไม่มีทางรู้อนาคตได้เลยครับ แต่การเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก็ทำให้อนาคตตอนเกษียณของคุณมีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากขึ้น ในแผนนี้ผมสมมติให้ว่าคุณจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี แล้วกันครับ ยึดตามมาตรฐานสากล ณ ปัจจุบัน และมีอายุยืนยาวไปถึง 80 ปีสำหรัรบเป้าหมายตัวเลข Passive Income ที่คุณอยากให้เข้ามหลังเกษียณอยู่ที่เท่าไร ผมไม่รู้ แต่สำหรับแผนนี้ ผมวางไว้ที่ 30,000 บาทต่อเดือนน่าจะพอไหวนะครับ สรุปแล้ว แผนนี้จะคำนวณจากอายุปัจจุบันที่ 30 ปี จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี และหลังจากเกษียณแล้วอยากมีเงินใช้เดือนละ 30,000 บาท ไปอีก 20 ปีเอาล่ะครับ เริ่มคำนวนตามผมมาได้เลยครับ30,000 บาท x 12 เดือน x 20 ปี x อัตราเงินเฟ้อ 3% (1.03 ยกกำลังด้วยอายุเกษียณลบอายุปัจจุบัน)เท่ากับว่าคุณต้องเตรียมเงินไว้ 17,476,290 บาท*ครับ โดยมีเวลา 30 ปี (อายุเกษียณลบอายุปัจจุบัน)อย่าเพิ่งขนลุกแบบนั้นสิครับ...จำนวนเงิน 17 ล้านกว่า อาจจะดูเป็นไปได้ยากใช่ไหมครับ แต่เชื่อผมว่ามันเป็นไปได้ครับ เพราะวิธีที่จะทำให้คุณมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณคือ…การลงทุนนั่นเอง และที่สำคัญกว่าการลงทุนให้ถึงเป้าหมาย คือการ DCA (Dollar Cost Averaging) แค่เพิ่มวินัย DCA เติมพลังให้พอร์ตสักหน่อย เป้าหมาย 17 ล้านก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ เรียกได้ว่า DCA คือคีย์เวิร์ดสำคัญของความสำเร็จทั้ง 3 แผนก็ว่าได้ เพราะวินัยในการ DCA ไม่ใช่แค่ทำให้การลงทุนของคุณดีขึ้น แต่เป็นบันไดสู่เป้าหมายอย่างแท้จริง ที่สำคัญคือการ DCA จะช่วยให้เงินงอกเงยได้โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องโลดโผนไปกับสินทรัพย์ที่เสี่ยงเกินจำเป็น นั่นเองอย่าลืมนะครับเรากำลังพูดถึงเงินที่จะใช้ในชีวิตหลังเกษียณ วัยที่เราไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากนักแล้วทีนี้คุณอาจจะค้านว่า คุณรับความเสี่ยงได้มาก ไม่ต้องกังวลไม่เป็นไรเลยครับ ผมจะจำลองแผนการลงทุน 3 แบบ เพื่อการเกษียณด้วยความเสี่ยงที่ไล่ระดับจากต่ำไปสูงเพื่อเป็นทางเลือกแล้วกันครับ สมมติคุณเริ่มต้นการลงทุนทั้ง 3 แผนนี้ด้วยเงินเก็บ 10,000 บาทแผนที่ 1การลงทุนในตลาดเงิน (Money Market) เรียกว่าความเสี่ยงต่ำที่สุด ผลตอบแทนก็ต่ำที่สุดเช่นกัน ผมยกตัวอย่างผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุน Jitta Money ที่ระดับ 5.16% ต่อปี ด้วยผลตอบแทนระดับนี้ คุณต้อง DCA เดือนละ 23,180 บาท เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายใน 30 ปีข้างหน้าแผนที่ 2ลงทุนใน ETF ที่มีส่วนผสมของหุ้นและตราสารหนี้ ความเสี่ยงสูงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเทียบกับตลาดเงิน แต่หากคุณจัดสัดส่วนของพอร์ตให้มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ผมว่า ความเสี่ยงก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้นะครับ ผมยกตัวอย่างกองทุน Global ETF (เติบโต) ที่มผลตอบแทนที่คาดหวังระดับ 8% ต่อปี ด้วยระดับผลตอบแทนเช่นนี้ คุณต้อง DCA เดือนละ 14,015 บาทแผนที่ 3ลงทุนธีมเมกะเทรนด์โลก หุ้นแห่งอนาคตที่มีความเสี่ยงในระดับสูงสุดจากทั้ง 3 แผนนี้ แต่ผลตอบแทนสูงสุด ผมขอยกตัวอย่างผลตอบแทนย้อนหลัง ของกองทุน Thematic Optimize ที่ระดับ 12.40% ต่อปี ด้วยผลตอบแทนที่สูงเช่นนี้ คุณสามารถใช้เงินในการ DCA ที่ต่ำลงมาเหลือเดือนละ 6,050 บาททั้ง 3 แผนนี้จะทำให้คุณมี Passive Incom เข้ามาได้ที่เดือนละ 30,000 บาทต่อเดือนหลังเกษียณแต่ถ้าหากในวัยที่คุณมีอายุ 60 แล้วยังไม่จำเป็นต้องใช้เงิน เงินก้อนนี้ก็จะเติบโตเพิ่มไปเรื่อยๆ ครับ…ด้วยมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้นคุณเห็นอะไรไหมครับ หากลงทุนด้วยสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่สูงกว่า คุณจะใช้เงิน DCA ที่น้อยกว่า เพราะผลตอบแทนช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าถ้าปัจจุบันคุณอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว หรืออยากได้เงินเก็บไว้ใช้หลังเกษียณมากขึ้น ก็สามารถ DCA เพิ่มขึ้นได้ครับหรือถ้าคุณอายุน้อยกว่า 30 ปี คุณก็จะมีเวลาให้ DCA มากขึ้น จำนวนเงิน DCA ก็อาจลดลงกว่านี้ได้ มีเวลาให้พลังแห่งผลตอบแทนทบต้นทำงานได้มากขึ้น เหมือนที่หลายๆ คนพูดครับว่า ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้เปรียบไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นตอนอายุเท่าไหร่ การ DCA จะช่วยให้คุณได้สะสมเงินต้น เสริมพลังผลตอบแทนทบต้นให้พอร์ตโตไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นครับ นาฬิกาไม่เคยหยุดเดิน เวลาที่มีก็น้อยลงเรื่อยๆ ครับ ดังนั้น เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ดีที่สุดครับเกษียณอย่างมีความสุขไปด้วยกันนะครับแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับ amarintvhttps://www.amarintv.com/spotlight/personal-finance/detail/66181