คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ท่องเที่ยว

งานเข้า อินฟลูดังโดนเสนอเพิกถอนพาสปอร์ต-ห้ามเข้าญี่ปุ่นถาวร หลังทำถ่อยที่ หน้าร้าน LAWSON

18/11/2025

งานเข้า อินฟลูดัง มีผู้โพสต์ถึง อธิบดีกรมการกงสุล เสนอเพิกถอนหนังสือเดินทาง ระบุ กระทำการน่ารังเกียจ น่าอับอายและเสื่อมเสียต่อประชาชนคนไทยและประเทศไทย โดยมีชาวเน็ตเข้ามาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตไทยจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจสถานทูตญี่ปุ่น ให้ทำการระงับวีซ่า และห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถาวร พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับอินฟลูคนดังกล่าวอีกด้วยจากกรณี “แจ็ก แปปโฮ” อินฟลูชื่อดังชาวไทย ได้ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วยการ ถอดเสื้อปีนขึ้นไปบนหลังคารถแล้วเต้น บริเวณหน้าร้าน LAWSON สาขาดัง ที่เมืองยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น จนกลายเป็นดราม่าร้อนแรงทั้งในประเทศไทยและที่ญี่ปุ่นอย่างไรก็ดีจากดราม่าดังกล่าว ทาง “แจ็ก แปปโฮ” ได้โพสต์ ประกาศจุดยืนว่า ตนไม่ลบคลิป เต้นบนหลังคารถ ชี้เป็นการผิดพลาดที่ต้องยอมรับเพื่อแก้ไข และ “น้อมรับทุกคำด่า” ที่เกิดขึ้นขณะที่ความคิดเห็นของชาวเน็ตไทยจำนวนมากบนโลกโซเชียล ต่างตำหนิถึงการกระทำดังกล่าวว่า ไม่เหมาะสม น่ารังเกียจ โดยชาวเน็ตบางคนถึงกับระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ “ถ่อย” เลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นที่น่าสนในของ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ได้โพสต์ถึงอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ เสนอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางอินฟลูคนดังกล่าว โดยระบุว่า ได้กระทำการน่ารังเกียจ น่าอับอายและเสื่อมเสียต่อประชาชนคนไทยและประเทศไทยทั้งนี้ผู้ที่เสนอแนวคิดให้เพิกถอนหนังสือเดินทางอินฟลูที่ทำคนไทยอับอายไปทั่วโลก ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าเรียน อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศเรื่อง เพิกถอนหนังสือเดินทางตามที่ปรากฏข่าวว่ามีผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ได้กระทำการน่ารังเกียจ น่าอับอายและเสื่อมเสียต่อประชาชนคนไทยและประเทศไทย ณ ประเทศญี่ปุ่น ขอความกรุณาท่านได้โปรดพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางของบุคคลดังกล่าวและงดออกหนังสือเดินทางแทนเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกต่อไป และเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ถือหนังสือเดินทาง ตามอำนาจซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2520 ซึ่งกำหนดอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถสั่ง เพิกถอนหรือยึดหนังสือเดินทาง ได้หากพบว่าผู้ถือหนังสือเดินทางกระทำความผิดในต่างแดนและต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือมีพฤติกรรมอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีจึงเรียนมาเพื่อโปรดได้พิจารณาและปฎิบัติเพื่อประโยชน์ของประชาชนไทยต่อไปขอแสดงความนับถือหลังแนวคิดนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีชาวเน็ตเข้ามาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวกันเป็นจำนวนมากขณะที่เพจ Embassy of Japan in Thailand/สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้มีชาวเน็ตไทยจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยส่วนใหญ่ต่างฝากให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นตรวจสอบบุคคลดังกล่าว รวมถึงทำการระงับวีซ่า และห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถาวร พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับอินฟลูคนดังกล่าวอีกด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการแแนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000109927

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย พลิกโฉม AIA Vitality ใหม่! มาพร้อมไวทัลลิตี้ โบนัส และรางวัลจุก ๆ ทุกเดือน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพ พร้อมชวน “หมาก ปริญ” ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่ให้คุณมีสุขภาพดีได้มากกว่า

18/11/2025

กรุงเทพฯ, 17 พฤศจิกายน 2568 – เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Vitality รูปแบบใหม่ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพ” และร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 10 ปี AIA Vitality ในประเทศไทย ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ใหม่ในรูปแบบ ‘ไวทัลลิตี้ โบนัส’ ให้โบนัสเงินคืนตามสถานะไวทัลลิตี้ สูงสุดถึง 20% ของเบี้ยประกันภัยมาตรฐานในแต่ละปีกรมธรรม์[1] เริ่มตั้งแต่ปีกรมธรรม์แรกโดยไม่ต้องรอสะสมคะแนน อีกทั้งยังมากับแรงจูงใจที่อยากให้สมาชิกดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องด้วยของรางวัลประจำเดือน[2] (Monthly Reward) ที่ยกขบวนความฟินมาเสิร์ฟให้สมาชิกแบบจุก ๆ ทุกเดือน ทั้งบัตรชมภาพยนตร์ สตรีมมิ่งออนไลน์ บริการนวด กาแฟ สมูทตี้ผักผลไม้ และอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสมาชิกสามารถเลือกรับของรางวัลได้ทุกเดือน รวมถึงสิทธิประโยชน์จากพาร์ทเนอร์ชั้นนำต่าง ๆ อีกมากมาย ตอกย้ำถึงพันธกิจที่เอไอเอมุ่งสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’นอกจากนี้ ยังได้ “หมาก ปริญ สุภารัตน์” AIA Vitality Ambassador มาร่วมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่มากับรูปแบบใหม่ของ AIA Vitality ให้สมาชิกได้สนุกมากขึ้นกับการดูแลสุขภาพเพื่อรับไวทัลลิตี้ โบนัส และของรางวัลทุกเดือน ยิ่งสะสมคะแนนได้สูง ยิ่งเลือกของรางวัลได้มาก พร้อมชวนคนไทยมาเปลี่ยนสถานะ (AIA Vitality Status) ไปด้วยกัน เพื่อสุขภาพที่ดีในแบบที่คุณชอบทำนายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษนับตั้งแต่เราเปิดตัว AIA Vitality ในประเทศไทย พันธกิจของเรายังคงชัดเจนเสมอมา นั่นคือเราต้องการส่งมอบโครงการสุขภาพที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้สนุกกับการดูแลสุขภาพ โดยมีเอไอเอคอยอยู่เคียงข้างและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายในการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น จนทำให้ปัจจุบัน AIA Vitality เป็นโครงการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีสมาชิกมากกว่า 900,000 คนทั่วประเทศ[3] ความสำเร็จของ AIA Vitality ไม่ได้เกิดจากเป้าหมายที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความร่วมมือที่ดีจากพันธมิตรของเรา ซึ่งช่วยกันสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และจากที่เรามีสมาชิกเป็นจำนวนมาก เราจึงเข้าใจดีถึงความหลากหลาย ซึ่งสมาชิกแต่ละคนมีความสนใจด้านสุขภาพและแนวทางในการดูแลตัวเองแตกต่างกัน ฉะนั้นแรงจูงใจที่เราจะชวนให้เขาเริ่มต้นดูแลสุขภาพและสร้างนิสัยสุขภาพดีจึงต้องหลากหลายด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ AIA Vitality รูปแบบใหม่ ที่เราได้ปรับสิทธิประโยชน์ให้เหมาะและสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละคน อีกทั้งยังสอดรับกับแนวคิด ‘Rethink Healthy’ ที่เอไอเอมุ่งส่งเสริมให้ผู้คนเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต เรามั่นใจว่า AIA Vitality รูปแบบใหม่นี้จะสามารถเข้าถึงทุกคน และกลายเป็นพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพที่จะช่วยสนับสนุนในสมาชิกทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน”นางสาวชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “AIA Vitality นับเป็น Game Changer ในตลาดประกันสุขภาพของประเทศไทย นับตั้งแต่เอไอเอเปิดตัว AIA Vitality เมื่อปี 2559 เราถือเป็นประกันชีวิตเจ้าแรกที่ให้ส่วนลดเบี้ยประกันจากการดูแลสุขภาพ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งเน้นการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบยั่งยืน และจนถึงวันนี้เราได้พัฒนาโปรแกรมมาเรื่อย ๆ ทั้งในส่วนของแพลตฟอร์ม รวมถึงสิทธิประโยชน์และของรางวัล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่เราได้มาเป็นที่พอใจอยากยิ่ง จากดัชนีชี้วัดค่าสุขภาพที่ดีขึ้นของสมาชิกไวทัลลิตี้[4] ตัวอย่างเช่น สมาชิกที่มีการดูแลสุขภาพในโครงการ 2 ปีขึ้นไปมีดัชนี BMI (Body Mass Index) ดีขึ้น 22% ความดัน ดีขึ้น 49% คอเรสเตอรอล ลดลง 28% และระดับน้ำตาล ลดลงถึง 65% นอกจากนี้ สถิติที่น่าทึ่งของสมาชิกไวทัลลิตี้ที่เราพบคือ สมาชิกของเราตรวจสุขภาพและรับวัคซีนรวมแล้วกว่า 1 ล้านครั้ง ใช้เวลาในการออกกำลังกายแล้วกว่า 17.5 ล้านชั่วโมง เดินรวมกันแล้วกว่า 122 พันล้านก้าว ซึ่งเท่ากับประมาณ 98 ล้านกิโลเมตรเทียบเท่ากับการเดินรอบโลกมากกว่า 2,400 รอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโปรแกรม AIA Vitality ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านสุขภาพให้แก่ผู้คนเป็นจำนวนมากได้อย่างแท้จริง“และในปีนี้เป็นโอกาสพิเศษครบรอบ 10 ปีของ AIA Vitality เราจึงมีการปรับรูปแบบสิทธิประโยชน์ของลูกค้าให้ง่าย เร็ว และมากขึ้น โดยลูกค้าที่สุขภาพดีจะมีเงินคืนตั้งแต่ปีแรกในรูปแบบ ‘ไวทัลลิตี้ โบนัส’ สูงสุด 20% สำหรับแบบประกันโรคร้ายแรง และสูงสุด 15% สำหรับแบบประกันสุขภาพ นอกจากนี้ยังสร้างจูงใจให้ลูกค้าดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องด้วย ‘ของรางวัลรายเดือน’ ที่สามารถกดรับได้เองทุกเดือนผ่านแอป AIA+ ยิ่งมีคะแนนสูง ยิ่งเลือกของรางวัลได้มาก ซึ่งเราจัดของรางวัลจากพันธมิตรชั้นนำมาให้อย่างหลากหลาย  เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกในแบบที่ใช่สำหรับตัวเอง “สำหรับเอไอเอ ในฐานะผู้นำตลาดประกันชีวิต สุขภาพ และโรคร้ายแรง เรามั่นใจว่า AIA Vitality รูปแบบใหม่นี้ นับเป็นครั้งแรกอีกครั้งสำหรับตลาดประกันสุขภาพของไทยที่ลูกค้าได้รับโบนัสเงินคืนจากการมีสุขภาพดี ตอกย้ำถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ด้านการประชาสัมพันธ์ไปสู่ลูกค้าทั่วประเทศ เอไอเอ ได้ส่งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ยังคงได้ “หมาก ปริญ สุภารัตน์” AIA Vitality Ambassador กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันอัพเกรด โดย นางสาว รพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “โฆษณาชุดนี้เราต้องการสื่อสารให้โดนใจลูกค้ามากที่สุด ให้เห็นเลยว่าวันนี้ AIA Vitality รูปแบบใหม่ มีอะไรที่ใหม่ และมากกว่าเดิมบ้าง ลูกค้าดูแล้วจะเข้าใจได้เลยว่าได้อะไรที่มากขึ้นและเป็นสิ่งที่จับต้องได้กับสิทธิประโยชน์ที่เราเตรียมไว้ให้แบบเยอะมาก ๆ ทั้งไวทัลลิตี้ โบนัส และของรางวัลรายเดือนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ให้ลูกค้าเลือกรับของรางวัลได้ทุกเดือนตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และแน่นอนว่าเห็นโฆษณา AIA Vitality ต้องเห็นคุณหมาก ปริญ ซึ่งทุกวันนี้คุณหมากเป็นมากกว่า Brand Ambassador แต่เป็น AIA Vitality Partner เพราะเป็นลูกค้าตัวจริงและอยู่กับเรามานานกว่า 8 ปีแล้ว ดังนั้นไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคุณหมากที่จะถ่ายทอดเรื่องราวให้ทุกคนสนุกไปกับ AIA Vitality รูปแบบใหม่ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพในแบบที่คุณชอบทำ เช่น บางคนชอบออกไปวิ่งในสวนสาธารณะ บางคนชอบทำอาหารสุขภาพทานเอง บางคนชอบแค่คาร์ดิโออยู่ที่บ้าน หรือแม้แต่ชอบนอนหลับพักผ่อน ทุกกิจกรรมล้วนดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคะแนนไวทัลลิตี้ ให้ทุกคนได้เลื่อนสถานะเพื่อได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นอีกด้วย“สำหรับโฆษณาชุดใหม่นี้ ทุกคนจะได้เห็นทั้งในโทรทัศน์ บนสื่อออนไลน์ และสื่อ Out of Home ทั่วประเทศ อีกทั้งเรายังเน้นสื่อบนรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน เนื่องจากเราอยากให้ AIA Vitality ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน ตื่นเช้ามาเดินทางไปทำงาน ไปทำธุระต่าง ๆ ก็จะได้เห็นคุณหมาก ปริญ ไปกับคุณด้วยทุกวัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลสุขภาพ โดยเริ่มวันละนิด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตวันละหน่อย เชื่อได้ว่าทุกคนจะสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้นแบบยั่งยืนได้อย่างแน่นอน”ติดตามรับชมภาพยนตร์โฆษณา “AIA Vitality รูปแบบใหม่ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพ” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ของเอไอเอ ประเทศไทย ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok และสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์ https://youtu.be/eayDsmdecIA สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ AIA Vitality รูปแบบใหม่ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.aia.co.th/th/health-wellness/vitalityหมายเหตุ: [1] สิทธิประโยชน์กรมธรรม์และเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบประกันที่เข้าร่วมโครงการ AIA Vitality หากไม่มีการเคลม[2]บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และมูลค่าของรางวัลต่อรอบกิจกรรม ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วันผ่านทางแอปพลิเคชัน AIA+ หรือช่องทางสื่อสารของบริษัท [3] ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568[4] ข้อมูลจากการตรวจสุขภาพของสมาชิก AIA Vitality ที่อยู่ในโปรแกรมมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

หุ้น

เจ้าพ่อชอร์ตหุ้น ‘ไมเคิล เบอร์รี’ ยอมแพ้! ปิดฉากกองทุนเฮดจ์ฟันด์

14/11/2025

‘ไมเคิล เบอร์รี’ เจ้าของตำนาน The Big Short ประกาศปิดฉากกองทุน Scion Asset Management มูลค่า 155 ล้านดอลลาร์ ถอนตัวจาก 'เกมที่ถูกจัดฉาก' วิจารณ์บิ๊กเทค AI 'ตกแต่งตัวเลขกำไร'“ไมเคิล เบอร์รี” (Michael Burry) นักลงทุนผู้โด่งดังจากการทำนาย และเดิมพันการล่มสลายของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐ ในปี 2551 เจ้าของเรื่องราวภาพยนตร์ดังเรื่อง "The Big Short" ได้ตัดสินใจยุติบทบาทการบริหารกองทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedge Fund) ของตัวเองอย่าง Scion Asset Managementรอยเตอร์รายงานว่าเบอร์รีได้แจ้งต่อนักลงทุนในจดหมายลงวันที่ 27 ต.ค.68 ว่า จะทำการขายกองทุน และคืนเงินลงทุนคืนแก่ลูกค้าทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ โดยให้เหตุผลว่า “การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของผมไม่สอดคล้องกับตลาดทั้งในปัจจุบัน และระยะเวลาหนึ่ง”  •  เบื้องหลังการปิดกองทุน  155 ล้านดอลลาร์การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรง และสอดคล้องกับสถานะการจดทะเบียนของ Scion ในฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (ก.ล.ต.) ที่ระบุว่า "ยุติ" (Terminated) ณ วันที่ 10 พ.ย.68 Scion Asset Management ซึ่งเคยบริหารสินทรัพย์มูลค่า 155 ล้านดอลลาร์ ณ เดือนมี.ค. ถูกจับตามองมาโดยตลอดในฐานะสัญญาณเตือนถึงภาวะฟองสบู่ในตลาดที่อาจเกิดขึ้นนักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของเบอร์รีครั้งนี้ "ไม่ใช่การเลิกเล่น แต่เป็นการก้าวถอยห่างจากเกมที่เขาเชื่อว่าถูกจัดฉากขึ้นมากกว่า"  จากโครงสร้างพื้นฐาน และ วิธีการทำบัญชี/การประเมินมูลค่า ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม AI นั้น ผิดปกติหรือบิดเบือนไปจากความเป็นจริงนอกจากนี้ แทนที่จะบริหารเงินของนักลงทุนรายอื่นผ่านกองทุน Hedge Fund ที่ต้องเปิดเผยข้อมูล และปฏิบัติตามกฎของ ก.ล.ต. อย่างเข้มงวด เบอร์รีจะเปลี่ยนไปบริหารจัดการในรูปแบบของ สำนักงานครอบครัว (Family Office)  •  เดินหน้าวิจารณ์เทคยักษ์ใหญ่ ‘ตกแต่งตัวเลขกำไร’ก่อนหน้านี้ เบอร์รีได้วิพากษ์วิจารณ์บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Nvidia และ Palantir Technologiesเบอร์รีสงสัยว่าบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และ AI อย่างมหาศาล กำลัง "ตกแต่งตัวเลขกำไร" ให้ดูดีกว่าความเป็นจริง ด้วยการใช้เทคนิคทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ "ค่าเสื่อมราคา"บริษัทเหล่านี้ทั้ง Microsoft, Google, Meta และอื่นๆ ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการซื้อคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และชิป เช่น จาก Nvidia เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับคลาวด์ และ AIตามหลักการบัญชี การซื้อของที่ใช้ได้นานหลายปีเหล่านี้เรียกว่า "สินทรัพย์" เมื่อเวลาผ่านไป สินทรัพย์จะเสื่อมค่าลง และระบุในบัญชีว่าเป็น “ค่าเสื่อมราคา”Burry กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ "ขยาย" ช่วงอายุการใช้งานที่คาดการณ์ไว้ของสินทรัพย์เหล่านี้ออกไปอย่างเงียบ ๆ เช่น จากเดิมคิดว่าใช้ได้ 5 ปี ก็เปลี่ยนเป็น 7 ปี หรือ 10 ปี ดังนั้น เมื่อขยายอายุการใช้งานออกไป ค่าเสื่อมราคาต่อปีก็จะลดลงผลลัพธ์คือ กำไรสุทธิที่บริษัทรายงานก็จะสูงขึ้น ทำให้ตัวเลขผลประกอบการดูดี และน่าสนใจสำหรับนักลงทุน แม้ว่าในความเป็นจริงสินทรัพย์เหล่านั้นอาจจะเสื่อมสภาพหรือต้องเปลี่ยนใหม่เร็วกว่าที่ระบุในทางบัญชีไมเคิล เบอร์รี ใช้เงิน 9.2 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ "ออปชันขาย" (Put Options) ของหุ้นบริษัทเทคโนโลยี AI อย่าง Palantir Technologies โดยมีเป้าหมายเพื่อทำกำไรหากราคาหุ้นของ Palantir ลดลง โดยเดิมพันที่ระดับ 50 ดอลลาร์ภายในปี 2570 แสดงถึงมุมมองเชิงลบอย่างรุนแรงของเบอร์รีต่อมูลค่าในอนาคตของบริษัท AI อย่าง Palantirพิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์  แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/world/1207618

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันภัย

ประกันเสียงแตกรื้อเบี้ยรถอีวี 3 ค่ายขอกัดฟันลุยต่อ-เตือนสึนามิธุรกิจ

14/11/2025

สมาคมประกันวินาศภัยไทยถก 15 บริษัทรับประกันรถอีวีทบทวนโครงสร้างเบี้ย “นายกสมาคม” ชี้บริษัทสมาชิก 2-3 รายขอลุยต่อกัดฟันแบกขาดทุนหวังเก็บข้อมูลสร้าง Data Base ขอยังไม่ปรับตอนนี้ “ทิพย-กรุงเทพประกัน” ไม่สู้ มองเสี่ยงสูง-ทยอยลดพอร์ตดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความคืบหน้า หลังจากสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประชุมร่วมกับ 15 บริษัทประกันที่เป็นท็อปธุรกิจประกันรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เพื่อหาทางการแก้ปัญหา และทบทวนโครงสร้างเบี้ยประกันอีวีใหม่ หลังจากประสบปัญหาขาดทุนจากการรับประกันภัยนั้น มีข้อสรุปออกมาว่า บริษัทส่วนใหญ่เห็นพ้องกับข้อมูล และประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากที่ผ่านมามีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง ทำให้การกำหนดเบี้ย กำหนดราคาต่ำกว่าความเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันอัตราส่วนการสูญเสีย (Loss Ratio) อยู่ที่ระดับ 120%นอกจากนี้ หากดูจากสถิติความเสี่ยงของมูลค่าการซ่อมของรถอีวีแพงกว่ารถธรรมดา 50% เพราะฉะนั้น ราคาเบี้ยจะแพงกว่ารถทั่วไปไม่น้อยกว่า 20% แต่ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยใกล้เคียงกันมากกับเบี้ยรถทั่วไป โดยบริษัทประกันต้องกัดฟันขายเบี้ยอีวีที่ราคาปัจจุบัน ซึ่งจากการหารือ เนื่องจากบริษัทประกันภัย 2-3 แห่ง ยังแสดงเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจแบบเดิมต่อ โดยยังสามารถแบกรับภาระ แม้ว่าจะมีผลการขาดทุนก็ตาม ส่วนหนึ่งเพื่อทดลอง และสร้างฐานข้อมูล (Data Base) เพื่อนำไปปรับความคุ้มครองในอนาคต“2-3 บริษัทดังกล่าว ยังอยากให้อยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป ดังนั้น เบี้ยประกันภัยอีวี น่าจะทรงตัวไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะยังมีการแข่งขันของบริษัทที่ยังต้องการดำเนินธุรกิจเช่นนี้อยู่ หรือจนกว่าบริษัทเหล่านี้จะถอนตัว หรือไม่สามารถแบกรับผลการขาดทุนได้อีก ก็อาจจะมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยต่อไป”ดร.สมพรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สมาคมได้ออกประกาศแนวทาง หรือ Guide Line เรื่องของเกณฑ์เบี้ยประกันภัยรถยนต์อีวีว่าควรจะเป็นเท่าใดไปแล้ว โดยบริษัทส่วนใหญ่ก็ดำเนินตามเกณฑ์ดังกล่าว แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้ใช้เกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากการศึกษาประเทศจีน พบว่า มีการแยกกรมธรรม์ประกันภัยตัวรถและแบตเตอรี่ออกจากกันทั้งนี้ ปัญหาของรถอีวีมาจาก 2 ส่วน คือ 1.แบตเตอรี่มีราคาแพง คิดเป็น 70-80% ของราคารถ และ 2.อะไหล่ของการซ่อม เนื่องจากผู้พัฒนารถอีวีเน้นออกแบบให้มีการเปลี่ยนเป็นหลัก และไม่ได้เปลี่ยนเป็นชิ้นส่วน แต่เปลี่ยนครั้งเดียวยกพวง ซึ่งไทยน่าจะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะรถอีวีจีน ที่มีแนวความคิดที่จะขายรถในราคาถูก แต่ค่าอะไหล่แพง จึงมีผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ทำธุรกิจประกันภัย“เมื่อมีบริษัทสมาชิกจำนวนหนึ่งพร้อมที่จะแบกรับภาระนี้อยู่ เขายังไปไหวอยู่ และยังอยากไปอยู่ สมาคมคงทำได้แค่ส่งสัญญาณเตือน ว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ว่าการทำประกันภัยอีวีในบ้านเราความเสี่ยงสูง และจากการทำรีเสิร์ชในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน อาเซียน หรือแม้ในยุโรป หรือสหรัฐ การทำประกันภัยรถอีวีประสบปัญหาอย่างเดียวกัน คือ ขาดทุนจากการรับประกันภัย และยังไม่มีประเทศไหนที่ประสบความสำเร็จแท้จริง เราจึงได้แค่เตือนว่า หากเราไม่ปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ ไม่รีบทำอะไรตั้งแต่ตอนนี้ การรับประกันภัยอีวีจะกลายเป็นอีกหนึ่งสึนามิ ที่เราต้องเจอ”ดร.สมพรกล่าวว่า สำหรับทิพยประกันภัย บริษัทได้ถอนตัวมาจากธุรกิจประกันภัยรถอีวีอย่างชัดเจนแล้ว จากในอดีตบริษัทเป็นผู้รับประกันภัยรายหลักของรถยนต์อีวี ที่ขายดีในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่หลังจากเห็นแนวโน้มของ Loss พุ่งสูงขึ้น บริษัทจึงได้ถอนตัวออกมาจากการรับประกันภัยอีวี และระมัดระวังการรับประกันภัยอีวีมากขึ้น โดยเบี้ยประกันภัยอีวีจากเดิมเฉลี่ยปีละ 500-600 ล้านบาท ปัจจุบันลงมาเหลือเพียงกว่า 100 ล้านบาท“ทิพยยังคงรับประกันภัยอีวีอยู่ แต่ไม่ได้แข่งขันในเรื่องของราคา แต่จะแข่งขันในราคาที่ธุรกิจไปได้ เราจะเห็นเบี้ยประกันอีวีกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือสะท้อนตามความเสี่ยงที่แท้จริง น่าจะประมาณกลางปี’69 ภายหลังจากบริษัทต่าง ๆ ที่ยังรับประกันอีวีหันกลับมากำหนดราคาเบี้ยตามความเสี่ยง เราอาจจะเข้าไปมากขึ้น อย่างไรก็ดี เรายังมองว่ารถอีวี จะยังมีส่วนสำคัญของยอดขายรถยนต์ในช่วงปลายปีนี้”ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การรับประกันภัยรถอีวีต้องดูข้อมูลประกอบค่อนข้างมาก เพราะยังหาความชัดเจนยาก เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ อาทิ 1.การลดลงอย่างรวดเร็วของราคาขาย (Market Value) โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์จากจีน และ 2.ความเสียหายสูงสุด (Severity) ยังอยู่ในระดับที่สูง ทำให้ Loss Ratio ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูงสำหรับกรุงเทพประกันภัยไม่ได้แอ็กทีฟธุรกิจประกันอีวีมาระยะหนึ่งประมาณ 2 ปีแล้ว ปัจจุบันมีเบี้ยประกันอีวีไม่มาก แค่ประมาณ 300 ล้านบาท หรือราว 9,000-10,000 คัน เพราะสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในช่วงที่ราคาตลาดลดลงเร็วมาก อาจจะเกิดภาวะ Moral Hazard ความตั้งใจให้เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดสูงขึ้น ดังนั้น บริษัทจะต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ค่อยข้างมากในการดำเนินธุรกิจ“หากดูแฟกเตอร์ ทั้งการลดลงของราคาที่รวดเร็ว และความเสียหายสูงสุด รวมถึงอัตราการสูญเสียที่อยู่ในระดับสูง ทำให้บริษัทต่าง ๆ จะต้องศึกษาข้อมูลเพื่อจะวิเคราะห์อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์อีวีที่สะท้อนความเสี่ยงให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน”แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1914301

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

มรภ.รำไพพรรณี จัดศิลปะสัญจร สร้างสรรค์จิตรกรรม “ร.๙ - พระพันปีหลวง” ให้งดงามคู่เมืองจันทบุรี

14/11/2025

ความงามกลางเมืองจันทบุรี โครงการศิลปะสัญจรฯ โดยอาจารย์และนักศึกษาทัศนศิลป์ มรภ.รำไพพรรณี สร้างสรรค์จิตรกรรม “ในหลวง รัชกาลที่ ๙ - สมเด็จพระพันปีหลวง” "ด้วยใจภักดิ์แห่งชาวจันทบุรี"ภาพ: ทัศนศิลป์ RBRUโครงการศิลปะสัญจรสู่สถานศึกษา สาขาวิชาทัศนศิลป์ ประจำปี 2568 ณ หน้าเรือนจำเก่าจังหวัดจันทบุรี ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี โดยอาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานบริเวณกำแพงสูงบนถนนหน้าเรือนจำเก่า ชุมชนบ้านลุ่มจันทบุรีภาพ: เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองสำหรับทีมสาขาวิชาทัศนศิลป์ในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย อาจารย์ 5 ท่าน พร้อมนักศึกษาอีก 61 ชีวิต ร่วมกันลงพื้นที่ฟื้นชีวิตจิตรกรรมฝาผนัง รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระพันปีหลวง "ศิลปอาสา รวมใจภักดิ์ ราชภัฏรำไพพรรณี"ภาพ: เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองภาพ: เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ช่วยกันแชร์ให้คนไทยได้ซาบซึ้งใจร่วมกัน “ด้วยใจภักดิ์แห่งชาวจันทบุรี"สามารถไปชื่นชมผลงานของโครงการได้ที่บริเวณกำแพงหน้าเรือนจำเก่าจังหวัดจันทบุรี ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรีภาพ: ทัศนศิลป์ RBRU และ เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองภาพ: เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองภาพ: เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองภาพ: เฟซบุ๊กอาจารย์กฤติยา โพธิ์ทองแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000106924

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“ลานจามจุรี บ่อแสนวิลล่า” อันซีนสวนเขียวขจีที่พังงา

14/11/2025

แดดยามบ่ายลอดผ่านกิ่งก้านใบต้นจามจุรีลงไปบนผืนหญ้าที่ราวกับเป็นพรมสีเขียวสด กลายเป็นแสงเงาสวยงามพร้อมกับความสดชื่นจากความเขียวขจีที่ครอบคลุมอาณาเขตประมาณ 5 ไร่ โดยมีภูเขาหินปูนสูงตระหง่านงามเป็นฉากหลังบรรยากาศสวยงามของธรรมชาติ ท่ามกลางพลังงานสีเขียวดังกล่าวนี้ คือ “ลานจามจุรี บ่อแสนวิลล่า” ซึ่งในวันนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว และเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดพังงา ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมาแสงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาในยามเย็นลานจามจุรี อันซีนพังงาลานจามจุรี (ที่เคย) เป็นแหล่งท่องเที่ยวลับๆ แห่งนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ตั้งอยู่ด้านหลัง “บ่อแสนวิลล่า แอนด์ สปา” รีสอร์ตหรูในอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ใช้เส้นทางหลวง 4311 ออกจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก (เส้นทางไปจังหวัดกระบี่) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตรด้วยความที่ลานต้นไม้นี้ อยู่ด้านหลังของรีสอร์ต ไม่ติดกับถนนใหญ่ และไม่ใช่พื้นที่ติดกับทะเล ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขับรถผ่านไปมา ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีจุดเช็กอินสวยๆอีกแห่งน่าแวะชมระหว่างเส้นทางโดยพิกัดการเข้าชม หากไม่ใช่ลูกค้าที่รีสอร์ต ต้องขับรถเลยไปอีกประมาณ 400 เมตร มีถนนสายรองเป็นซอยเล็กๆ ลัดเลาะเข้าไปไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงจุดหมายปลายทางอันเขียวขจี โดยลานจามจุรีกับรีสอร์ต มีถนนสายเล็กๆกั้นกลางไว้ และมีจุดจอดรถให้ต่างหากสวนสาธารณะเอกชนแห่งใหม่ลานกว้างปกคลุมไปด้วยผืนหญ้าเขียวสด มีจุดขาย คือ “ต้นจามจุรี” หรือบางคนเรียกว่าต้นก้ามปู จำนวนหลายสิบต้น กระจัดกระจายไปเต็มพื้นที่ กิ่งก้านที่แผ่ออกในวงกว้างตามลักษณะเด่นของพืชพันธุ์ชนิดนี้ ช่วยมอบร่มเงาความร่มรื่นไปทั่วบริเวณ และเมื่อแสงแดดลอดผ่านกิ่งก้านใบก็ยิ่งเพิ่มความงามต้นจามจุรีอายุราว 17 ปีแม้ต้นจามจุรีเหล่านี้ มีขนาดไม่โตมาก เพราะเพิ่งมีอายุราว 17 ปี ความสูงประมาณ 10 เมตร และยังไม่เป็นต้นจามจุรีขนาดใหญ่แบบที่คุ้นตาตามสถานที่ราชการหรือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ แต่ด้วยจำนวนหลายสิบต้นที่ปลูกร่วมกันในลานกว้าง และมีฉากหลังเป็นกำแพงภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ก็ทำให้ลานจามจุรีแห่งนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายภาพออกมาได้ชวนตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะแนวแลนด์สเคปธรรมชาติ หรือมาถ่ายภาพแนวแนวพอร์ตเทรตบุคคลก็ตาม โดยนอกเหนือจากต้นไม้ทรงสวยที่แผ่ความร่มรื่นไปทั่วแล้ว มีการจัดพร๊อบเป็นจุดเช็กอินให้ถ่ายภาพกระจายอยู่หลายจุดนักท่องเที่ยวที่พักในบ่อแสนวิลล่า แวะมาถ่ายภาพในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งคนในชุมชนและคนต่างถิ่น เดินทางมาถ่ายรูปเช็กอินกันเป็นจำนวนมาก แวะมาถ่ายภาพ ปิกนิก ทำคอนเทนต์ ศึกษาธรรมชาติ ออกกำลังกาย หรือเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจรับพลังจากธรรมชาติเขียวขจีกับอากาศบริสุทธิ์ โดยแนะนำว่าให้มาในช่วงเช้าหรือเย็นๆหลังบ่ายสาม เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป และมีแสงที่สวยงามในการถ่ายภาพทั้งนี้ ด้วยความเป็นพื้นที่เอกชน จึงมีค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ 20 บาท แต่สามารถนำไปใช้เป็นคูปองตามมูลค่าเพื่อเป็นส่วนลดเครื่องดื่มของ “จามจุรีคาเฟ่” ร้านเล็กๆที่อยู่บริเวณปากทางเข้าได้ แต่หากใครเป็นลูกค้าของรีสอร์ต ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายจุดเด่นด้านดาราศาสตร์ลูกค้าที่เข้าพักบ่อแสนวิลล่า อาจมีข้อได้เปรียบอีกหน่อย เนื่องจากพื้นที่ของรีสอร์ตแห่งนี้ ได้รับการยกให้เป็น “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคล” โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ดูดาวเป็นพื้นที่โล่ง สามารถมองเห็นวัตถุท้องฟ้าได้รอบทิศทาง ทั้งยังมีการบริหารจัดการแสงสว่างในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมองเห็นกลุ่มดาวเด่นได้ด้วยตาเปล่าแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในชุมชนมีศาลาให้นั่งพัก หรือรับประทานอาหารลานจามจุรี บ่อแสนวิลล่า(ตั้งอยู่ด้านหลังบ่อแสนวิลล่าฯ) ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงาเปิดทุกวัน 7.00-18.30 น. โทร : 086-9402121 หรือ 091-454 9465https://facebook.com/Borsaenรู้จักต้นจามจุรีข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ระบุว่า ต้นจามจุรีเป็นต้นไม้ผลัดใบ ขนาดใหญ่ สูง 15-20 เมตร เรือนยอดแผ่เป็นพุ่มกว้างคล้ายร่ม มีถิ่นกำเนิดของต้นจามจุรี อยู่ในทวีปอเมริกาเขตร้อนไปจนถึงบราซิล ปัจจุบันได้มีการนำไปปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศโซนร้อนเกือบค่อนโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งนำเข้ามาปลูกครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนที่มีฝนตกชุกปานกลาง ถึงฝนตกหนักตลอดปีเป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำ และความชุมชื้นนอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า ประวัติของต้นจามจุรีที่นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยมีอยู่หลายทางด้วยกัน หนึ่งในนั้นมาจากหนังสือ “ปกิณกะในรัชกาลที่ ๕” ซึ่งได้กล่าวว่า “...ต้นไม้ชนิดหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำเมล็ดเข้ามาเพาะ ปรากฏว่าขึ้นงอกงามเร็ว มีกิ่งก้านสาขาออกไปมาก จึงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า ต้นก้ามปู...”แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000099496

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

การวางแผนทางการเงิน

รายได้น้อยก็ออมได้ แชร์ 12 วิธีออมเงินง่าย ได้ผลจริง

14/11/2025

เคยหรือไม่? อยาก “ออมเงิน” แต่คิดว่ารายได้น้อยไม่น่าไหว! ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าจะมีรายได้มากหรือน้อยก็สามารถออมเงินได้ และยิ่งเริ่มไวยิ่งดี วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนทุกคนมาเปลี่ยนมุมมองด้วยเทคนิคออมเงินง่าย ๆ และสนุก ไม่ต้องบีบบังคับตัวเองจนไม่มีความสุข โดยเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพื่อช่วยให้ออมเงินได้จริงอย่างยั่งยืนรายได้น้อยก็ออมได้ แชร์ 12 วิธีออมเงินง่าย ได้ผลจริง1. เก็บเงินจากแบงก์ที่ชอบ ช่วยสร้างกำลังใจในการออมเงินหนึ่งในเคล็ดลับออมเงินฉบับคนเพิ่งเริ่มทำงานที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งวิธีเก็บเงินรายวันแบบนี้เหมาะกับคนยังไม่มีแผนทางการเงินที่ชัดเจน แต่อยากเก็บเงินอย่างมีความสุขและสนุกกับการได้เห็นเงินเก็บเพิ่มขึ้น เช่น ตั้งกฎการออมเงินด้วยการเก็บแบงก์ 50 บาท ได้มาเมื่อไหร่แยกเก็บไว้ รอครบระยะเวลาที่กำหนดได้เห็นเงินเก็บเพิ่มขึ้นแน่นอน2. เก็บเงินตามวันที่ เคล็ดลับการออมเงินดี ๆ สำหรับคนขี้ลืมเทคนิคเก็บเงินตามวัน เป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนขี้ลืม ช่วยบังคับให้เก็บเงินตามเป้าหมายได้ง่าย แค่ดูปฏิทินว่าวันที่เท่าไหร่และเก็บทุกวันให้ได้ตามวันนั้น ๆ เช่น วันที่ 10 เก็บเงิน 10 บาท ส่วนวันที่ 11 ก็เก็บ 11 บาท หากมีรายได้มากขึ้น และคิดว่าจำนวนเงินที่เก็บน้อยไป อาจคูณจำนวนเท่าเข้าไปตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง3. เก็บเงินแบบคงที่ หักเงินออมทันทีก่อนใช้จ่ายใครที่รู้ตัวว่าใช้เงินเก่ง และกลัวว่าสิ้นเดือนจะไม่มีเงินเหลือเก็บ ต้องใช้วิธีหักเงินออมทันทีที่ได้รับเงินเดือน ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีผ่านโทรศัพท์ แล้วค่อยนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย ซึ่งสัดส่วนของเงินออมที่หักไว้ก็ขึ้นอยู่กับภาระทางการเงินของแต่ละคน โดยแนะนำให้หักเงินเก็บอย่างน้อย 10% ของรายได้ ฝึกการเก็บเงินโดยหักจากเงินเดือน 10% ให้เป็นนิสัยจะช่วยให้เรามีเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้เยอะอย่างแน่นอน4. เก็บเงินทอนหยอดกระปุก สูตรเก็บเงินสำหรับคนใช้เงินสดคนที่ใช้เงินสดบ่อย ๆ อย่ามองข้ามคุณค่าของเหรียญที่ได้รับจากเงินทอนเด็ดขาด เพราะการค่อย ๆ สะสมเงินทอนก็ช่วยให้มีเงินเก็บเป็นก้อนได้เช่นกัน โดยควรหากระปุกออมสินที่แคะยาก จะได้ไม่เผลอหยิบเงินออกมาใช้ก่อนเวลาอันควร 5. ออมก่อนใช้ อยากช้อปเท่าไหร่ เก็บเงินให้ได้เท่านั้นเป็นวิธีออมเงินที่ฉลาดของคนมีเป้าหมายชัดเจน ว่าอยากเก็บเงินเพื่อซื้อของบางอย่าง ซึ่งนำไปใช้สอนลูกหลานให้รู้จักคุณค่าของเงินได้ หลักการคือ เวลาที่อยากซื้อของ ควรพยายามเก็บเงินให้ได้เท่ากับมูลค่าของที่อยากได้ แล้วจึงนำเงินเก็บไปใช้ โดยวิธีนี้จะทำให้ภูมิใจที่ได้ใช้ความพยายามเพื่อให้ได้ของที่ต้องการ และดูแลสิ่งของนั้นดีเป็นพิเศษ6. แอปฯ ช่วยออม เก็บเงินง่าย ได้ผลเร็วขึ้นวิธีเก็บเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ คือ ช่องทางช่วยเก็บเงินที่ได้ดอกเบี้ยด้วย และหากติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคาร จะช่วยให้เห็นการเคลื่อนไหวของเงินได้ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันแอปฯ ช่วยออมมีการพัฒนาลูกเล่นให้น่าใช้มากขึ้น โดยมีฟีเจอร์ที่ช่วยสรุปและจัดหมวดหมู่รายรับหรือรายจ่ายได้อย่างสะดวก โดยที่ไม่ต้องมานั่งทำตารางออมเงินด้วยตัวเอง รวมถึงใช้เพื่อวางแผนการใช้จ่ายและเป็นวิธีเก็บเงินแต่ละเดือนที่ได้ผลดี7. เปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี เทคนิคออมเงินดอกเบี้ยดีการเปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี คือ วิธีเก็บเงินของคนที่มีวินัยสูง เพราะการฝากเงินเข้าบัญชีเป็นประจำทุกเดือนจะช่วยให้ได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์ทั่วไป และดอกเบี้ยที่ได้ก็ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ซึ่งบัญชีประเภทนี้อาจจะมีระยะเวลาการฝากตั้งแต่ 24 เดือน 36 เดือน หรือ 48 เดือน ที่ยิ่งฝากนานเท่าไหร่ก็จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น 8. แยกบัญชีให้เป็นสัดส่วน ลดปัญหาใช้เงินเกินตัววิธีแบ่งเงินเก็บแยกบัญชีช่วยให้จัดการเงินได้อย่างเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ โดยอาจจะเปิดบัญชีแยกกันระหว่างบัญชีค่าใช้จ่าย บัญชีเงินออม และบัญชีการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้คุณจัดการเงินแต่ละก้อนได้เป็นระบบ ลดปัญหาการใช้เงินเกินตัว และเป็นเทคนิคการเก็บเงินที่ช่วยเพิ่มโอกาสการออมเงินเพื่ออนาคตด้วย9. ลงทุนในพันธบัตร เก็บเงินอย่างปลอดภัยและความเสี่ยงต่ำการลงทุนในพันธบัตรเป็นวิธีที่ทําให้มีเงินเก็บเยอะ ปลอดภัย และมีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลซึ่งออกโดยกระทรวงการคลัง วิธีนี้จะช่วยให้ได้รับดอกเบี้ยเป็นประจำและได้เงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด แต่พันธบัตรมีหลายประเภทให้เลือกลงทุน ควรศึกษารายละเอียดและเลือกพันธบัตรที่มีผลตอบแทนและความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตัวเอง10. ออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฉบับมนุษย์เงินเดือนบางบริษัทจะให้สวัสดิการในรูปแบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแก่พนักงาน ซึ่งกองทุนนี้จะหักเงินออมจากเงินเดือน และยังมีส่วนที่บริษัทสมทบเพิ่มอีกด้วย ทำให้การเลือกออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นวิธีเก็บเงินที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงกว่าวิธีเก็บเงินแบบอื่น ๆ และช่วยให้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย11. ซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ได้ทั้งออมเงินและความคุ้มครองในอนาคตการซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นวิธีเก็บเงินที่มีประโยชน์ 2 ต่อ ได้แก่ การสะสมเงินทุนที่จะได้รับคืนเมื่อครบสัญญา และความคุ้มครองในชีวิต ด้วยเหตุนี้ การซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จึงเป็นแนวทางการออมเงินที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงิน และช่วยให้มีเงินก้อนเพื่ออนาคต ทั้งนี้ ต้องเลือกประกันที่มีเงื่อนไขและผลตอบแทนที่เหมาะกับตัวเองด้วย12. ซื้อประกันบำนาญ บริหารความเสี่ยงพร้อมลดหย่อนภาษีการซื้อประกันบำนาญเป็นวิธีเก็บเงินสำหรับคนที่มองการณ์ไกล และอยากเกษียณอย่างมีความสุข เพราะช่วยให้ได้รับเงินบำนาญอย่างสม่ำเสมอหลังเกษียณ และลดความกังวลเรื่องการเงินในอนาคตได้ นอกจากนี้ เงินที่จ่ายค่าประกันบำนาญในแต่ละปียังสามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วย ซึ่งมนุษย์เงินเดือนรายได้สูงไม่ควรพลาดเชื่อว่าแต่ละคนคงมีแนวทางการเก็บเงินในใจสักวิธีแน่ ๆ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็สามารถทำให้เรามีเงินเก็บได้ เพียงแค่เลือกในวิธีที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง และไม่บังคับมากเกินไป แต่หากใครที่ยังไม่แน่ใจ และอยากเริ่มต้นการออม อาจเริ่มง่าย ๆ ด้วยการเปิดบัญชีเงินฝาก ttb all free (ทีทีบี ออลล์ ฟรี) ที่มาพร้อมความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุเมื่อฝากเงินเริ่มตั้งแต่ 5,000 บาท (ฝากคงที่ ทุกวันตลอดเดือน) และใช้คู่กับบัตรเดบิต ttb all free ได้ทั้งในและต่างประเทศ ฟรีค่าธรรมเนียม กด โอน จ่าย เติมทุกตู้เอทีเอ็มในไทย ที่สำคัญยังสามารถติดตามยอดการใช้จ่ายและยอดเงินเก็บคงเหลือได้ตลอดเวลาผ่านแอป ttb touch อีกด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/257642

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

สุขภาพ

“พลอย เฌอมาลย์” แชร์ประสบการณ์มะเร็งเต้านม-ต่อมน้ำเหลือง ระยะ 2 พร้อมชวนผู้หญิงไทย “อย่ารอให้สาย ตรวจเต้านมวันนี้ รู้เร็ว รักษาได้”

06/11/2025

พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Princess Collection 2025 “Pink Bloom” โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับWACOAL คอลเลกชันชุดชั้นในและชุดเลานจ์แวร์ทรงออกแบบ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสนับสนุนการดำเนินงานด้านมะเร็งเต้านม แม้เจ้าตัวเพิ่งตรวจพบมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่ยังคงมีกำลังใจเข้มแข็งร่วมแบ่งปันประสบการณ์และส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยคนอื่นๆพลอย เล่าประสบการณ์ต่อสู้มะเร็งฯ ว่า “ครั้งแรกที่ตรวจพบพลอยเจอก้อนเนื้อ หมอบอกว่ายังไม่เป็นอะไรแค่ให้ติดตาม แต่เพราะกลัวเข็มและคิดว่าร่างกายแข็งแรงออกกำลังกายสม่ำเสมอเลยชะล่าใจไม่ได้ตรวจต่อเนื่องจนผ่านไปปีครึ่ง ผลตรวจพบว่าเนื้อมีการเจริญเติบโตลักษณะชัดเจนว่าเป็นมะเร็ง ตอนนั้นช็อกมากจึงเปลี่ยนโรงพยาบาลและเข้ารับการผ่าตัด พบก้อนทั้งสองข้างด้านขวาเป็นเพียงหินปูน แต่ด้านซ้ายยืนยันว่าเป็นมะเร็ง เมื่อส่งตรวจชิ้นเนื้อหมอบอกว่ายังไม่จบ เพราะพบว่าเป็นมะเร็งสองชนิดคือมะเร็งเต้านมและต่อมน้ำเหลือง อยู่ในระยะที่ 2หลังจากนั้นเข้ารับการรักษา ฉายแสง และทานยาต่อเนื่อง ล่าสุดผลตรวจไม่พบเซลล์มะเร็งแล้ว แต่ยังต้องติดตามอาการและทานยาต่ออีกประมาณ 3 ปี ตอนนี้อยู่ในปีที่ 2 ของการรักษาค่ะพลอยอยากชวนผู้หญิงทุกคนรักตัวเองให้มากขึ้น ด้วยการตรวจสุขภาพเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำทุกเดือน เพราะการรู้ทันคือก้าวแรกของการรักษา หากพบสิ่งผิดปกติรีบพบแพทย์เพราะพบเร็ว รักษาไว มีโอกาสหายและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจค่ะ และขอส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม     ทุกคน การรักษาอาจใช้เวลาอย่าหมดหวังอย่ายอมแพ้นะคะ กำลังใจจากตัวเองและคนรอบข้าง จะพาคุณผ่านมันไปได้ พร้อมกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งค่ะ”‘Princess Collection SIRIVANNAVARI x Wacoal’ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ประจำปี 2025 รายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งมอบแก่ 3 องค์กร ได้แก่ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, มูลนิธิกาญจนบารมี และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้หญิงไทยทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพิ่มเติม โทร.02-296-9979แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000102672

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

Snoopy 75 ปี นิทรรศการรู้จักสนูปปี้ในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

06/11/2025

  •  นิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy?” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 75 ปีของการ์ตูน Peanuts (พีนัทส์)  •  นำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังและพัฒนาการของตัวละคร Snoopy (สนูปปี้) รวมถึงประวัติของ ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ ผู้สร้างสรรค์การ์ตูนเรื่องนี้  •  ภายในงานจัดแสดงผลงาน 4 ส่วนหลัก คือ คอมิกส์ต้นฉบับ, ผลงานศิลปะร่วมสมัย, แฟชั่นดีไซน์ และภารกิจอวกาศร่วมกับ NASAหลายครั้งที่ ‘ตัวละคร’ ได้รับความนิยมในการเรียกชื่อมากกว่าชื่อเรื่อง ตัวละคร Snoopy (สนูปปี้) ก็เป็นหนึ่งในนั้น หลายคนรู้จักและเรียกชื่อสนูปปี้ซึ่งเป็นตัวละครเอกในการ์ตูนเรื่อง Peanuts (พีนัทส์)ปีนี้ใครอายุยังไม่ถึง 75 ปี คุณคือรุ่นน้องของ ‘สนูปปี้’ ตัวละครอันเป็นที่รักและเป็นเสมือนเพื่อนของคนทุกวัยตัวละครแก๊ง Peanutsผู้สร้างตัวละครสนูปปี้คือ ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ (Charles M. Schulz) นักวาดภาพประกอบชาวอเมริกันผู้สร้างสรรค์และวาดการ์ตูนคอมิกส์ (การ์ตูนช่อง) เรื่อง Peanuts ขึ้นมาครั้งแรกให้กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเมืองมินนีแอโปลิส รัฐมินนิโซตา ในปี ค.ศ.1950วันเปิดนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy?หวัง อวี่หลิง (Wang Yu-Ling) ผู้จัดการทั่วไป Blue Dragon Art Company บริษัทไต้หวันซึ่งทำงานหลักด้านศิลปะร่วมสมัย และ มร.ไดสึเกะ คุซาคาริ (Daisuke Kusakari) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ พิพิธภัณฑ์สนูปปี้ โตเกียว ร่วมกันจัดทำ นิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” เพื่อฉลองครบรอบ 75 ปีของการ์ตูนพีนัทส์นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้แฟนสนูปปี้ได้ทำความรู้จักสุนัขบีเกิ้ลที่คนทั่วโลกหลงรักกันอีกครั้ง แฟนตัวยงอาจรู้จักสนูปปี้ทุกแง่มุมดีอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้เพิ่งติดตาม ไปทำความรู้จักสนูปปี้ที่เป็นเสมือนตัวแทนพีนัทส์ตั้งแต่จุดกำเนิดได้ในนิทรรศการนี้  •  ชูลซ์ ผู้สร้างคาแรคเตอร์สนูปปี้ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ เกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ย.1922 ในเมืองมินนีแอโปลิส ไปเติบโตที่เมืองเซนต์พอล เป็นลูกคนเดียวของคาร์ลและดีน่าเจ้าของร้านตัดผม ได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่วัยเยาว์จากบิดาผู้หลงใหลในหนังสือการ์ตูน ทำให้เขารอคอยที่จะได้อ่านการ์ตูนในหนังสือพิมพ์ทุกเช้าห้องนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy?นอกจากชื่นชอบในการวาดภาพ ชูลซ์ยังรักการชมภาพยนตร์และเล่นกีฬา โดยเฉพาะ เบสบอล ฮอกกี้น้ำแข็ง กอล์ฟ ซึ่งภาพความทรงจำเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่สะท้อนอยู่ในผลงานการ์ตูนเรื่อง พีนัทส์ ในเวลาต่อมาเมื่อชูลซ์อายุ 13-14 ปี เขาส่งภาพวาดสุนัขส่วนตัวชื่อ สไปค์ ไปยังคอลัมน์ชื่อดังระดับประเทศของสหรัฐฯ คือ Ripley’s Believe It or Not นับเป็นครั้งแรกที่ผลงานของเขาได้รับการตีพิมพ์ลงสิ่งพิมพ์พออายุ 17 ปี เขาเรียนรู้พื้นฐานศิลปะเป็นระยะเวลา 1 ปี ผ่านหลักสูตรทางไปรษณีย์จากสถาบัน Art Instruction Schools ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกฝนศิลปินโดยเฉพาะในปี 1943 เขาถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหารและเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง ประจำการอยู่ในทวีปยุโรปเป็นเวลา 3 ปีประสบการณ์ในสมรภูมิ พร้อมกับการสูญเสียมารดาในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตของเขา ความทรงจำเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดลงในการ์ตูนพีนัทส์ สะท้อนช่วงเวลาแห่งการเติบโต ความสูญเสีย และความเข้มแข็งภายในใจของเขาเอง  •  จุดเริ่มต้นของสนูปปี้หรือการ์ตูนพีนัทส์หลังปลดประจำการจากกองทัพ ชูลซ์กลับไปยังรัฐมินนิโซตา เริ่มเขียนการ์ตูนช่องเดียวในชื่อเรื่อง Li’l Folks ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในปี 1947 ผลงานนี้นำพาเขาไปสู่การพบกับ United Feature Syndicate (UFS) หน่วยงานจัดจำหน่ายการ์ตูนรายใหญ่ของสหรัฐฯห้องนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy?ส่วนหนึ่งของผนังในนิทรรศการออกแบบสำหรับนั่งถ่ายรูปเป็นที่ระลึกลายเส้นของชูลซ์เป็นที่เข้าตา แต่ UFS ไม่ถูกใจชื่อเรื่อง จึงตั้งชื่อการ์ตูนของชูลซ์ให้ใหม่ว่า Peanutsชูลซ์ไม่ค่อยพึงพอใจกับชื่อเรื่องพีนัทส์ รู้สึกคำนี้มีความหมายว่า “ไม่สำคัญ” หรือ “เล็กน้อย” แต่ในฐานะนักวาดหน้าใหม่จึงไม่มีอำนาจต่อรองมากนักในที่สุดเมื่อวันที่ 2 ต.ค.1950 การ์ตูนช่อง พีนัทส์ ที่วาดโดยชื่อ ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ ก็เริ่มตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับเป็นครั้งแรก ด้วยเนื้อหาที่โดนใจและเสน่ห์เฉพาะตัวของเหล่าตัวละคร ความนิยมของพีนัทส์ค่อยๆ ขยายวงกว้าง โดยในปี 1952 ก็ได้ตีพิมพ์ในฉบับวันอาทิตย์ด้วยชูลซ์ ได้รับ รางวัลรูเบน (Reuben Award) จากสมาคมนักวาดการ์ตูนแห่งชาติของสหรัฐฯ ในปี 1955 นับเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับนักวาดการ์ตูนมืออาชีพชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ ขณะรับรางวัลรูเบน  •  สนูปปี้เป็นสุนัขแบบไหนเมื่อการ์ตูนเรื่องนี้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก Snoopy เป็นแค่ลูกสุนัขน่ารักธรรมดาที่วิ่งสี่ขาไปรอบๆ และเห่าต่อมา ชูลซ์พัฒนาคาแรคเตอร์ให้สนูปปี้เดินสองขา โดยปูพื้นให้สนูปปี้ใช้เวลากับเด็กๆ แถวบ้าน จินตนาการของสนูปปี้รุ่มรวยขึ้น เริ่มฝันที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นนอกจากสุนัข บางครั้งแสร้งทำตัวเป็นสัตว์อื่นๆ เช่น ยีราฟ อีแร้งคอมิกส์พีนัทส์ 5 ก.ย.1952 สนูปปี้ยังเป็นลูกสุนัข : A สำหรับ Alligator จระเข้, B สำหรับ Bear หมี และ C สำหรับ Cat แมว, และ D สำหรับ... Deer กวางคอมิกส์พีนัทส์ 7 ก.พ.1956 สนูปปี้เริ่มโตแต่ยังเดินสี่ขา : บางครั้งฉันก็หวังว่าจะเป็นยีราฟ ฉันจะได้ยืดสูงขึ้นดูทุกอย่าง  อ๊ากก!  วู้! นั่นมากเกินไปสำหรับคอ!ในที่สุด สนูปปี้ก็เริ่มเดินสองขาและเคลื่อนไหวราวกับเป็นคน มีความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เริ่มแสดงบุคลิกที่ชัดเจนไปสู่คาแรคเตอร์ที่ซับซ้อนแต่เข้าถึงได้สนูปปี้เป็นสุนัข จึงไม่พูด แต่ใช้บอลลูนความคิดเพื่อแสดงสิ่งที่คิด ตัวละครคาแรคเตอร์อื่นไม่ได้ยินเขา แต่ดูเหมือนจะเข้าใจสนูปปี้สามารถแสดงความรู้สึกและอารมณ์หลากหลาย บางครั้งโกรธและแสดงสีหน้าน่ากลัว บางทีร้องไห้น้ำตานอง บางครั้งหัวเราะจนท้องแข็งมักปลอมตัวหลายแบบและวางตัวราวเป็นคน เช่น เดินเล่นไปรอบๆ วิทยาลัยในฐานะนักศึกษาคนหนึ่ง เขียนนิยายบนบ้านสุนัขของตัวเอง และกลายเป็นบีเกิ้ลตัวแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์ในฐานะนักบินอวกาศมีสุนัขตัวใดบ้างที่แสดงอารมณ์และมีอารมณ์ขัน(เจือการเสียดสี)ได้เท่าสนูปปี้  •  สไตล์ภาพวาดลายเส้นแบบตะวันออกหรือไม่ด้วยลายเส้นที่เรียบง่าย สะอาด ไม่เหมือนศิลปินคนใดของสหรัฐฯ ช่วงเวลานั้น แต่เมื่อเทียบกับภาพวาดคลาสสิกของจีนและญี่ปุ่น เห็นความคล้ายคลึงหลายประการในการเล่าเรื่องลายเส้นการ์ตูนพีนัทส์เทียบกับภาพวาดหมีกจีน/ญี่ปุ่นไม่มีบันทึก ว่าชูลซ์เคยเดินทางมาเอเชีย แต่ภาพคอมิกส์ขาวดำของเขาที่ใช้แค่ปากกาและหมึกในการวาด กลับทำให้คิดถึงสไตล์ภาพวาดเอเชียดั้งเดิม เช่น ภาพวาดหมึกและภาพเขียนทิวทัศน์ ภาพวาดแบบลัทธิเซนบางครั้งเส้นหมึกหนาและหนักก็ถูกใช้เพื่อสื่ออารมณ์ตัวการ์ตูน เพราะการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายนี้หรือไม่ที่ทำให้คนเอเชียคุ้นเคยกับพีนัทส์  •  การเติบโตของ Peanutsนับตั้งแต่การ์ตูนพีนัทส์เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1950 ตัวละครที่รู้จักกันในนาม “แก๊งพีนัทส์” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นที่รักของผู้คนมากมายทั่วโลกผู้คนผูกพันกับ ชาร์ลี บราวน์, สนูปปี้, ไลนัส, ลูซี่, ชโรเดอร์, แซลลี่, วูดสต็อค ฯลฯ และต้องการให้คาแรคเตอร์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันสนูปปี้ในรูปแบบของสะสมในช่วงปลายทศวรรษ 1950 นั่นเอง สินค้าที่มีตัวละครจากพีนัทส์ ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ทั้งตุ๊กตา เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทยอยออกวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องต่อมาในปี 1962 หนังสือภาพต้นฉบับเล่มแรก Happiness Is a Warm Puppy ได้รับการตีพิมพ์ และในปี 1965 ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของพีนัทส์ ก็ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์ ต่างก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วนอกจากนี้ ในปี 1969 สนูปปี้และชาร์ลี บราวน์ ยังได้รับเกียรติให้เป็น ชื่อรหัสของยานลงจอดดวงจันทร์ และยานบัญชาการของภารกิจอะพอลโล 10ทำให้พีนัทส์กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศและได้รับการจารึกไว้ในฐานะตัวละครการ์ตูนที่ได้ “เดินทางสู่อวกาศ” อย่างแท้จริงโรนัลด์ เรแกน, ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ และนักบินอวกาศจากภารกิจ Apollo 10 ในงานแถลงข่าวที่เมืองแซคราเมนโต  รัฐแคลิฟอร์เนีย มิถุนายน ค.ศ.1969โดนัลด์ “ดีค” สเลย์ตัน ผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการของลูกเรือ NASA และนักบินอวกาศชาร์ลส์ ดยุค พร้อมตุ๊กตาสนูปปี้และชาร์ลี บราวน์ วางเด่นอยู่ที่ศูนย์บัญชาการภารกิจในฮุสตัน รัฐเท็กซัส  •  4 หัวข้อหลักในนิทรรศการนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” ตามรอยการเดินทางที่แสนน่าทึ่งของ ‘สนูปปี้’ จากคาแรคเตอร์ในคอมิกส์สู่การเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมระดับโลก มีเรื่องราวให้ค้นหาอีกมากมายครอบคลุม 4 หัวข้อหลัก คือ  •  ศิลปะในคอมิกส์ต้นฉบับ : พบกับลายเส้นต้นฉบับอันเป็นเอกลักษณ์ ย้อนเวลาการ์ตูนช่อง บุคลิกตัวละคร ประวัติชูลซ์ สนูปปี้ในรูปแบบของสะสมหาชมยาก มุมถ่ายภาพ  •  ความร่วมมือสร้างสรรค์งานศิลป์ : สัมผัสสนูปปี้ในมุมมองใหม่ผ่านความคิดของ 10 ศิลปินไทยร่วมสมัย ได้แก่ Mackcha, Tum Ulit, KENZ, Munins, Tuagomstudio, julibaker and summer, FAHFAHS, 2CHOEY, Yamada และ Poorboy  •  แฟชั่นดีไซน์ : จัดแสดงคอลเลคชั่น Snoopy and Belle in Fashion ชุดกูตูร์ออกแบบโดยแบรนด์แฟชั่นระดับตำนานของโลก อาทิ Pierre Balmain, Emanuel Ungaro, Balenciaga, Fendi, Philip Treacy, DKNY by Donna Karan, Anna Sui, Dries Van Noten, Swarovski และ Thierry Mugler รังสรรค์ผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Snoopy และ Belle น้องสาวของเขา  •  ภารกิจอวกาศของ NASA : ค้นหาความผูกพันระหว่างสนูปปี้กับ NASA ที่เริ่มต้นขึ้นในยุค60 ยุคทองของการสำรวจอวกาศของอเมริกาFendi ออกแบบชุดกูตูร์ในคอลเลคชั่น Snoopy and Belle in FashionSnoopy and Belle in Fashion โดย Anna SuiPeanuts ไม่ใช่แค่คอมิกส์ แต่ยังเป็นงานศิลปะที่ก้าวข้ามขอบเขตทางวัฒนธรรม งานลายเส้นที่เด่นชัด รูปแบบเรียบง่ายและธีมปรัชญาที่แยบคายของ ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ เข้าถึงใจผู้อ่านทั่วโลกสินค้าที่ระลึกประจำนิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? มีด้วยกันหลากหลายผ่านการคอลลาบอเรชั่นกับบริษัทต่างๆ อาทิ แบรนด์เครื่องประดับ RAVIPA นำคาแรคเตอร์สนูปปี้กับวูดสต็อคมาสร้างสรรค์เป็น แหวน กำไลข้อมือ สร้อยคอ ต่างหู พวงกุญแจผู้แทนแบรนด์ RAVIPA ระบุว่า เครื่องประดับในคอลเลคชั่น Peanuts ทำด้วยวัสดุเงินแท้ 925 ชุบทองคำขาว 18k เคลือบไมครอน 3 ชั้น ไม่ผสมนิกเกิล วัสดุอีกประเภทคือไนลอนเกาหลี นำมาถักให้เป็นสร้อยข้อมือแบบ มาคราเม่ (Macrame) ศิลปะการถักเชือกแบบโบราณของชาวอาหรับสำหรับชิ้นที่เป็นกำไลข้อมือมีการผสมงานพลอยธรรมชาติแท้ มีการลงสีอีนาเมลด้วยมือบนคาแรคเตอร์สนูปปี้และวูดสต็อคด้วยมือสร้อยข้อมือโดยแบรนด์ RAVIPAนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” จัดแสดง ณ RCB Galleria 1–2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก วันที่ 6 ก.ย. - 7 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00-20.00 น. บัตรราคา 450 บาท นักเรียน (แสดงบัตร) และผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป 350 บาทไปทำความรู้จักสนูปปี้ในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ช้าคุณจะพบว่าเขาเป็นมากกว่าสุนัขที่น่ารักแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1200546

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

ทำไมอาหารบนเครื่องบิน รสชาติแตกต่างกว่ากินบนดิน

06/11/2025

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยผ่านเหตุการณ์นี้ เมื่อเรารับประทาน อาหารบนเครื่องบิน แล้วจะรู้สึกได้ว่า รสชาติของอาหารจะมีความแตกต่างจากการกินบนพื้นดิน เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อประสาทรับรสและกลิ่นของเรา มาดูกันว่า ทำไมอาหารบนฟ้ามักจะไม่อร่อยเท่ากับที่เรากินบนดินทำไมอาหารบนเครื่องบิน ถึงมีรสชาติแตกต่าง?ความกดอากาศที่ลดลงบนเครื่องบิน ความกดอากาศภายในห้องโดยสารจะต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ส่งผลให้การรับรู้รสชาติของลิ้นลดลง โดยเฉพาะรส หวาน และ เค็ม ที่มักจะจืดลงไปถึง 30%ความชื้นในอากาศต่ำอากาศในห้องโดยสารของเครื่องบินมีความชื้นเพียง 10-20% ซึ่งต่ำกว่าทะเลทรายซาฮาร่าเสียอีก! ความชื้นต่ำทำให้ เยื่อบุจมูกแห้ง ลดความสามารถในการรับกลิ่น ซึ่งมีผลต่อการรับรสอาหารโดยตรงเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์งานวิจัยพบว่าเสียงรบกวนบนเครื่องบิน ซึ่งอาจดังถึง 85 เดซิเบล (พอ ๆ กับเสียงจราจรคับคั่ง) ส่งผลให้ลิ้นของเรารับรส อูมามิ (รสกลมกล่อม เช่น เนื้อ ซุป ซีอิ๊ว) ได้ดีขึ้น แต่กลับลดความสามารถในการรับรู้รสหวานและเค็มอุณหภูมิและการเก็บรักษาอาหารอาหารบนเครื่องบินต้องผ่านกระบวนการทำให้สุกและแช่แข็งก่อนนำมาอุ่นใหม่ การเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำอาจทำให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป และเมื่อนำมาอุ่นใหม่ อาจไม่อร่อยเหมือนเพิ่งทำสด ๆแล้วสายการบิน แก้ปัญหานี้อย่างไร?  •  ปรุงอาหารให้รสชาติเข้มข้นกว่าปกติ โดยใส่ เกลือและเครื่องเทศมากขึ้น  •  ใช้วัตถุดิบที่มี รสอูมามิสูง เช่น มะเขือเทศ ซอสถั่วเหลือง และเห็ด เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ  •  พัฒนาเมนูให้เหมาะกับสภาวะการรับรสบนเครื่องบินเคล็ดลับทำให้อาหารบนเครื่องบินอร่อยขึ้น  •  ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดอาการปากแห้งและเพิ่มความสามารถในการรับรส  •  หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และกาแฟ เพราะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น  •  ลองเลือกเมนูที่มีรสชาติจัดจ้าน เช่น อาหารอินเดียหรือไทย ซึ่งมักจะยังคงความอร่อยแม้อยู่บนเครื่องบินครั้งหน้าที่ขึ้นเครื่อง ลองสังเกตดูว่ารสชาติอาหารของคุณเปลี่ยนไปอย่างไร!แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1451887/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X