การวางแผนทางการเงิน

เสี่ยงอย่างไรให้ได้ผล ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน


คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
ผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ 
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย


ในยุคที่ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินที่เข้มงวด และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากเทคโนโลยี นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งดูเหมือนเป็นแนวทางที่รอบคอบ แต่ในบางกรณีอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด


มีคำกล่าวว่า “เรือที่ปลอดภัยที่สุด คือเรือที่จอดเทียบท่าอยู่” แม้จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่เรือที่ไม่ออกเดินทางย่อมไม่มีวันถึงจุดหมาย เช่นเดียวกับการลงทุน เงินที่ไม่ได้ถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสมอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว


ความเสี่ยงและความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนต้องแยกให้ออก


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่า “ความเสี่ยง” หมายถึง “การขาดทุน” แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงในการลงทุนมักเกี่ยวข้องกับ “ความผันผวน” หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในระยะสั้น


นักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้มักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถรับความผันผวนได้มักตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดทุนจริง


อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเสมอไป เพราะความเสี่ยงมีทั้งส่วนที่เกิดจากปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ระดับโลก และความเสี่ยงที่นักลงทุนเข้าใจและยอมรับไว้ล่วงหน้า การลงทุนที่ดีจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการเลือกความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเอง


สองปัจจัยสำคัญในการประเมินความพร้อมของนักลงทุน


การเลือกระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งความสามารถทางการเงินและความพร้อมทางจิตใจ


ประการแรกคือ Capability หรือความสามารถในการรับความเสี่ยงทางการเงิน นักลงทุนควรมี “เงินเย็น” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ไม่ควรนำเงินค่าใช้จ่ายประจำ เงินฉุกเฉิน หรือเงินที่มีภาระผูกพันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดดันและนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาด


ประการที่สองคือ Willingness หรือความพร้อมทางจิตใจ แม้จะมีเงินทุนเพียงพอ แต่หากไม่สามารถรับการลดลงของมูลค่าพอร์ตได้ ก็อาจไม่เหมาะกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง การลงทุนที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งความพร้อมทางการเงินและความสามารถในการควบคุมอารมณ์ควบคู่กัน


ปัจจัยที่นักลงทุนมักมองข้าม


ความสำเร็จในการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวินัยและการควบคุมอารมณ์ด้วย เพราะตลาดทุนมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความรู้สึกของนักลงทุน


ในช่วงตลาดขาขึ้น นักลงทุนมักเกิดความมั่นใจและเข้าลงทุนมากขึ้น ก่อนที่ตลาดจะปรับฐาน ขณะที่ช่วงตลาดขาลงความกังวลมักเพิ่มขึ้นจนหลายคนตัดสินใจขาย ทั้งที่ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว วัฏจักรเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำในตลาดทุนทั่วโลก


ข้อผิดพลาดที่พบมากคือการเปลี่ยนแผนกลางคัน นักลงทุนระยะสั้นอาจเปลี่ยนเป็นถือยาวเมื่อราคาลดลง ขณะที่นักลงทุนระยะยาวอาจรีบขายเมื่อราคาปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และรักษาวินัยในการลงทุน


กรอบการวางแผนก่อนเริ่มลงทุน


การลงทุนเปรียบเสมือนการเดินเรือที่ต้องมีแผนที่และการเตรียมพร้อม นักลงทุนควรวางรากฐานใน 4 ด้านสำคัญ


1. การกำหนดเป้าหมาย ต้องรู้ว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น เกษียณ ซื้อบ้าน หรือสร้างรายได้เสริม เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกันส่งผลต่อระยะเวลาและระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม


2. การจัดสรรเงินทุน ควรแยกเงินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินสำรองฉุกเฉิน เงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ และเงินเย็นสำหรับลงทุน เพื่อป้องกันการนำเงินผิดวัตถุประสงค์ไปลงทุน


3. การสร้างความรู้ นักลงทุนควรเข้าใจทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) สำหรับการลงทุนระยะยาว และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับการตัดสินใจระยะสั้น เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมาย


4. การเตรียมสภาพจิตใจ นักลงทุนควรกำหนดระดับความเสี่ยงที่รับได้ล่วงหน้า และถามตัวเองว่า หากพอร์ตลดลง 20% ในช่วงเวลาสั้น ๆ จะยังสามารถยึดตามแผนเดิมได้หรือไม่ หากไม่ได้อาจเป็นสัญญาณว่าระดับความเสี่ยงสูงเกินไป


บทสรุป


ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ การไม่ตัดสินใจลงทุนอาจมีต้นทุนเช่นกัน เพราะเงินที่ไม่เติบโตอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลง ขณะที่โอกาสการลงทุนก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่รอ


หลักการที่ควรจดจำมีอยู่เพียงไม่กี่ข้อ รู้จักตนเองให้ชัดเจนทั้งด้านการเงินและจิตใจ วางแผนก่อนลงมือเสมอ เลือกเครื่องมือการลงทุนให้ตรงกับเป้าหมาย และรักษาวินัยต่อแผนที่วางไว้แม้ตลาดจะสั่นคลอน เรือที่ออกจากฝั่งโดยมีแผนที่ดีและนักเดินเรือที่มีวินัย ย่อมมีโอกาสถึงจุดหมายมากกว่าเรือที่จอดนิ่งอยู่กับที่เสมอ


แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์
https://www.prachachat.net/columns/news-2046686
X