Everyday knowledge for you
สุขภาพ
20/08/2026
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวช “ลีโอ พุฒ” เปิดเผยถึงอาการป่วยของ เร แมคโดแนลด์ หลังพบเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น จนทำให้หัวใจขาดเลือด โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้สังเกตเห็นว่าเพื่อนมีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน แต่คิดว่าอาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และเคยเตือนให้ไปตรวจสุขภาลีโอ พุฒกล่าวว่า หัวใจวาย เรย์เองเขาก็คงมีสัญญาณ ถ้าคิดเองจากตัวผม ผมก็มีสัญญาณ มันจะแน่นลิ้นปี่ เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง อาการแบบนี้ หลายๆ คนพอเป็นก็สับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน สำหรับเคสนี้ก็ฝากเตือนว่า ใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ เรย์เป็นคนไม่บ่น แต่ผมเห็นว่าเขาเหนื่อย สมมุติว่าไปทำกิจกรรมเดียวกัน เรย์จะดูเหนื่อยสุด ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไร เพราะรู้ว่าเรย์เป็นคนมีความคิดวิ่งอยู่ในหัวตลอด อาจจะนอนไม่ดี พักผ่อนไม่เพียงพอถามว่าเคยบอกเรย์ให้ไปตรวจสุขภาพไหม ลีโอ พุฒกล่าวว่า เคยบอก เพราะผมไปตรวจมาก็เล่า และบอกว่าว่างก็ไปดูบ้าง แต่เขาก็ค่อนข้างดื้อ ไม่ชอบหมอส่วนประเด็นเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ ลีโอ พุฒยืนยันว่า “เรย์” ไม่ได้ดื่มมานานเกือบ 30 ปี และมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ต้องปกปิด หากดื่มก็พร้อมจะบอกตามความจริงสำหรับกำลังใจหลังเกิดเหตุ ลีโอ พุฒบอกว่า ความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนสนิทตอนนี้เปรียบเสมือนครอบครัวไปแล้ว ทุกคนพร้อมสนับสนุนและอยู่เคียงข้างกัน พร้อมยอมรับว่าเคยพูดเล่นกันถึงวันที่ใครคนหนึ่งจากไปว่าจะต้องเดินหน้าต่อ แต่เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว และหากอนาคตจะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร ก็คงต้องให้เกียรติและคำนึงถึงความรู้สึกของครอบครัวเป็นสำคัญลีโอ พุฒยังเล่าถึงคำอธิบายจากแพทย์ว่า ภาวะหัวใจขาดเลือดรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติและเสียชีวิตได้ โดยในบางกรณีผู้ป่วยอาจไม่ได้มีความทรมานหรือเจ็บปวดอย่างที่หลายคนเข้าใจ จึงยิ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ และควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอขณะที่ ชาคริต แย้มนาม กล่าวว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉยๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรย์เป็นคนทำงานเต็มที่ พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ๆ ดี เรย์เป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุกๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุขชาคริตระบุว่า เรย์หลับไปเลยไม่ได้มีภาวะอะไร ก่อนที่ชาคริตจะนิ่งไปสักพักและไม่ได้พูดอะไรต่อ ส่วนวันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 สิงหาคมนี้ โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัวทางด้าน นางสริญญา ภรรยาของเรย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริงๆ แล้วเรย์ได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนต์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรย์แกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรย์เป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรย์ทำไว้มากมายและขอบคุณมากๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อนๆ มองว่าต้องมีเรย์ อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไปแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับมติชนออนไลน์https://www.matichon.co.th/local/news_5854569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การวางแผนทางการเงิน
20/08/2026
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงินผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในยุคที่ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินที่เข้มงวด และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากเทคโนโลยี นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งดูเหมือนเป็นแนวทางที่รอบคอบ แต่ในบางกรณีอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดมีคำกล่าวว่า “เรือที่ปลอดภัยที่สุด คือเรือที่จอดเทียบท่าอยู่” แม้จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่เรือที่ไม่ออกเดินทางย่อมไม่มีวันถึงจุดหมาย เช่นเดียวกับการลงทุน เงินที่ไม่ได้ถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสมอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัวความเสี่ยงและความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่า “ความเสี่ยง” หมายถึง “การขาดทุน” แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงในการลงทุนมักเกี่ยวข้องกับ “ความผันผวน” หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในระยะสั้นนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้มักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถรับความผันผวนได้มักตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดทุนจริงอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเสมอไป เพราะความเสี่ยงมีทั้งส่วนที่เกิดจากปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ระดับโลก และความเสี่ยงที่นักลงทุนเข้าใจและยอมรับไว้ล่วงหน้า การลงทุนที่ดีจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการเลือกความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเองสองปัจจัยสำคัญในการประเมินความพร้อมของนักลงทุนการเลือกระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งความสามารถทางการเงินและความพร้อมทางจิตใจประการแรกคือ Capability หรือความสามารถในการรับความเสี่ยงทางการเงิน นักลงทุนควรมี “เงินเย็น” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ไม่ควรนำเงินค่าใช้จ่ายประจำ เงินฉุกเฉิน หรือเงินที่มีภาระผูกพันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดดันและนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดประการที่สองคือ Willingness หรือความพร้อมทางจิตใจ แม้จะมีเงินทุนเพียงพอ แต่หากไม่สามารถรับการลดลงของมูลค่าพอร์ตได้ ก็อาจไม่เหมาะกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง การลงทุนที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งความพร้อมทางการเงินและความสามารถในการควบคุมอารมณ์ควบคู่กันปัจจัยที่นักลงทุนมักมองข้ามความสำเร็จในการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวินัยและการควบคุมอารมณ์ด้วย เพราะตลาดทุนมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความรู้สึกของนักลงทุนในช่วงตลาดขาขึ้น นักลงทุนมักเกิดความมั่นใจและเข้าลงทุนมากขึ้น ก่อนที่ตลาดจะปรับฐาน ขณะที่ช่วงตลาดขาลงความกังวลมักเพิ่มขึ้นจนหลายคนตัดสินใจขาย ทั้งที่ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว วัฏจักรเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำในตลาดทุนทั่วโลกข้อผิดพลาดที่พบมากคือการเปลี่ยนแผนกลางคัน นักลงทุนระยะสั้นอาจเปลี่ยนเป็นถือยาวเมื่อราคาลดลง ขณะที่นักลงทุนระยะยาวอาจรีบขายเมื่อราคาปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และรักษาวินัยในการลงทุนกรอบการวางแผนก่อนเริ่มลงทุนการลงทุนเปรียบเสมือนการเดินเรือที่ต้องมีแผนที่และการเตรียมพร้อม นักลงทุนควรวางรากฐานใน 4 ด้านสำคัญ1. การกำหนดเป้าหมาย ต้องรู้ว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น เกษียณ ซื้อบ้าน หรือสร้างรายได้เสริม เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกันส่งผลต่อระยะเวลาและระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม2. การจัดสรรเงินทุน ควรแยกเงินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินสำรองฉุกเฉิน เงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ และเงินเย็นสำหรับลงทุน เพื่อป้องกันการนำเงินผิดวัตถุประสงค์ไปลงทุน3. การสร้างความรู้ นักลงทุนควรเข้าใจทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) สำหรับการลงทุนระยะยาว และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับการตัดสินใจระยะสั้น เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมาย4. การเตรียมสภาพจิตใจ นักลงทุนควรกำหนดระดับความเสี่ยงที่รับได้ล่วงหน้า และถามตัวเองว่า หากพอร์ตลดลง 20% ในช่วงเวลาสั้น ๆ จะยังสามารถยึดตามแผนเดิมได้หรือไม่ หากไม่ได้อาจเป็นสัญญาณว่าระดับความเสี่ยงสูงเกินไปบทสรุปท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ การไม่ตัดสินใจลงทุนอาจมีต้นทุนเช่นกัน เพราะเงินที่ไม่เติบโตอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลง ขณะที่โอกาสการลงทุนก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่รอหลักการที่ควรจดจำมีอยู่เพียงไม่กี่ข้อ รู้จักตนเองให้ชัดเจนทั้งด้านการเงินและจิตใจ วางแผนก่อนลงมือเสมอ เลือกเครื่องมือการลงทุนให้ตรงกับเป้าหมาย และรักษาวินัยต่อแผนที่วางไว้แม้ตลาดจะสั่นคลอน เรือที่ออกจากฝั่งโดยมีแผนที่ดีและนักเดินเรือที่มีวินัย ย่อมมีโอกาสถึงจุดหมายมากกว่าเรือที่จอดนิ่งอยู่กับที่เสมอแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/columns/news-2046686
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
20/08/2026
มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10; กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 13; มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และ เงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10ฮ่องกง, 20 สิงหาคม 2569 - กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยอัตราการเติบโตคำนวณบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น):ผลประกอบการของธุรกิจใหม่และการประเมินมูลค่าของธุรกิจ• มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 3,212 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยรวม และเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยไม่รวมประเทศไทย(1)• อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (Operating ROEV) แบบรายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 18.0 จากเดิมร้อยละ 15.8 ในปี 2568• ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 83.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงรายงานทางการเงิน (IFRS)• กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 4,163 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ต่อหุ้น• เอไอเอ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569(2) สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11• อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) รายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้อยละ 17.5 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 15.5 ในปี 2568การบริหารเงินทุนและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น• มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,935 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น• เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (net FSG) อยู่ที่ 2,758 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น• คืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน• เงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้นนายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า "เอไอเอยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีการเติบโตด้วยเลขสองหลัก (Double-digit Growth) ทุกมาตรชี้วัดทางการเงินหลักของเรา พร้อมทั้งเดินหน้าส่งมอบผลตอบแทนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่องมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่า 3,212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายและทุกกลุ่มธุรกิจที่รายงานผล ยกเว้นประเทศไทย กลุ่มบริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ได้ถึงร้อยละ 17 นับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2566(3) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอันแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของลูกค้าที่มีต่อคำแนะนำจากตัวแทนและที่ปรึกษามืออาชีพของเอไอเอ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า”“หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายที่โดดเด่นและเป็นผู้นำของเอไอเอ คือช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ซึ่งเราครองความเป็นผู้นำในตลาด ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เอไอเอได้รับการจัดอันดับให้เป็น บริษัทข้ามชาติอันดับหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิก Million Dollar Round Table (MDRT) มากที่สุดในโลกอีกครั้ง เราครองตำแหน่งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุด และยังมีจำนวนสมาชิก MDRT มากกว่าบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในอันดับถัดไปมากกว่า 2 เท่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเรา สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 11 โดยไม่รวมประเทศไทย(1) เครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของเราช่วยขยายการเข้าถึงตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 18 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างมากทั้งในช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงนายหน้าของเอไอเอ (Broker)”“การเติบโตของธุรกิจใหม่และการบริหารพอร์ตที่มีอยู่ด้วยความรอบคอบและมีวินัย ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยกำไรหลังหักภาษีจากการดำเนินงาน (OPAT) ต่อหุ้นเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 13 ทำให้เรามีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้สูงกว่าเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 9-11 ที่ตั้งไว้สำหรับช่วงปี 2566-2569(2) ในขณะเดียวกัน มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) ซึ่งถือเป็นมาตรวัดหลักของกลุ่มบริษัทในการวัดความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น และหลังจากหักเงินลงทุนสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่แล้ว เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (Net FSG) ยังเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 ต่อหุ้น สะท้อนถึงคุณภาพของธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนของเรา ด้วยพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการเพิ่มเงินปันผลระหว่างกาลร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ทางการเงินของเรากำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้”“เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพ โดยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคยังคงสนับสนุนความต้องการคำแนะนำด้านการเงินจากผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นของเอไอเอในระยะยาว ผมมั่นใจว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง จะช่วยให้เอไอเอสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนของเราต่อไป”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
20/08/2026
• สยามพารากอนจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น นำเสนอจิตวิญญาณซามูไรและนินจา พร้อมนิทรรศการบอนไซ ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 • ชมการแสดงศิลปะการต่อสู้และวิถีดาบคาตานะจากสำนักดาบ SHIDENRYU TOKYO และการแสดงของนินจาอิงะต้นตำรับ • จัดแสดงนิทรรศการบอนไซหาชมยาก โดยมีไฮไลต์เป็นต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซและต้นประธานที่มีอายุกว่า 500 ปี • มีกิจกรรมเวิร์กชอปให้ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น การดูแลบอนไซ การพับกระดาษโอริกามิ และการทำตุ๊กตาแมวกวักสยามพารากอน ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น (SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026) ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง ซามูไรและนินจา และชวนชม นิทรรศการบอนไซ หาชมยากอายุกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น นำเสนอ AWAKEN THE SAMURAI การแสดงสุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของ ซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะแบบเต็มรูปแบบจาก ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่นชมการแสดง นินจาอิงะ ต้นกำเนิดแห่งศาสตร์นินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.ไฮไลต์พลังแห่งดาบ• The Art of Samurai & Ninja เรื่องราวของสองนักรบในตำนานชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ที่สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศแห่งตระกูลทากาโมริ (ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ผ่านผู้สืบทอดสายเลือด “ซามูไรคนสุดท้าย” พบเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง ซามูไร ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ นินจา ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นสำนักดาบชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO)• The Way of the Warrior สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบันวันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00 - 20.00 น.การแสดงจากสำนักดาบชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO)• เวิร์กชอป Experience Japanese Craft ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น ศิลปะการพับกระดาษ Origami, Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน, Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียวนิทรรศการบอนไซ (A Living Legacy of Time Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ The Magnificent Seven 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลคชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปี ถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิดKishu Shimpaku ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีBonsai Exhibition Tour ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)ต้น Itoigawa Shimpaku อายุ 150 ปีต้น Kishu Shimpaku อายุกว่า 150 ปีต้น Kishu Shimpaku อายุกว่า 70 ปียังมี Bonsai Workshop เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunterวันที่ 20 – 30 สิงหาคม 2569 ณ Living Hall ชั้น 3 เวลา 10.00 – 20.00 น.Bonsai Lucky Draw พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนดร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและนิทรรศการบอนไซ ในงาน The Wondrous Japan Heritage 2026 ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามที่ FB: Siam Paragon และ www.siamparagon.co.th#มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น #ซามูไรและนินจา #นิทรรศการบอนไซ #สยามพารากอน แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1247875
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
20/08/2026
แม้ว่า “เร แมคโดนัลด์” สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงมากฝีมือ รวมทั้งการเป็นนายแบบ พิธีกรรายการวัยรุ่น ตั้งแต่ยุค 90 แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นบุคคลในวงการบันเทิงคนแรกๆของเมืองไทยที่เปิดโลกการเดินทางในบทบาทของนักท่องเที่ยวสไตล์แบ็คแพ็กและโซโลทราเวลภาพ: Rayron : เร่ร่อน"เร" ภาพลักษณ์ของ “นักเดินทาง” ที่แท้จริงหลังจากเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงมาแล้วระยะหนึ่ง นักแสดงรายนี้ไม่ได้เดินทางไปนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูหรา แต่กลับเลือกสไตล์ที่เรียกว่า “แบ็กแพ็กเกอร์และโซโลทราเวล” อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกรายการท่องเที่ยวแนวนี้ในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ในขณะที่รายการท่องเที่ยวส่วนใหญ่เน้นความสะดวกสบาย หรูหรา และจุดหมายยอดนิยม เร เลือกที่จะสะพายเป้เดินทางด้วยตัวเอง หรือไปกับกลุ่มเพื่อนสนิท และนำเสนอในมุมมองประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงระหว่างทางภาพ: Rayron : เร่ร่อนรายการที่เขาเคยเป็นพิธีกรและผลิตเองสะท้อนแนวคิดนี้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น No Visa รายการท่องเที่ยวที่พาเที่ยวในประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า. Roaming รายการท่องเที่ยวด้วยรถไฟ จากหัวลำโพงไปอังกฤษ ผ่าน 2 ทวีป 16 ประเทศ รวมถึงเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย , 48 ชั่วโมง รายการท่องเที่ยวที่เน้นที่หมายใกล้ๆ เช่นในอาเซียน, TT Rider ที่ขี่รถตุ๊กตุ๊กข้ามประเทศเพื่อนบ้าน, “FOOD TRIBE” ไป-ล่า-กิน รายการเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ อาหารการกิน และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นรูปแบบการเดินทางที่ไม่ค่อยมีใครทำโดยจุดเด่นของเร ในความเป็นนักเดินทาง คือความจริงใจและความเรียบง่ายที่นำเสนอออกมาในรายการ เขาไม่พยายามสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญที่รู้ทุกอย่าง แต่เล่าเรื่องผ่านสายตาของคนที่อยากรู้อยากเห็น ชอบลุย และยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง รถเสีย หรือการสื่อสารที่ติดขัดภาพ: Rayron : เร่ร่อนเป็นหัวหน้าเผ่าที่ช่อง "Rayron : เร่ร่อน”ในช่วงหลังที่สื่อดิจิทัลเริ่มแพร่หลายและได้รับความนิยม เร หันมาทุ่มเทกับช่อง YouTube Rayron : เร่ร่อน ซึ่งเขาก่อตั้งขึ้น โดยอธิบายตัวเองว่าเป็น แหล่งรวมการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ที่เกิดจากการชวนผู้สร้างสายเดินทางหลายคนมารวมตัวกัน โดยมี เร แมคโดนัลด์เป็นผู้ริเริ่ม/“หัวหน้าเผ่า” และมุ่งนำเสนอการเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ แตกต่าง และมีสไตล์ของตัวเอง และกลายเป็นพื้นที่ที่เขาได้ทำคอนเทนต์ตามสไตล์ตัวเองอย่างเต็มที่หนึ่งในภาพจำที่แฟน ๆ พูดถึงบ่อยคือโปรเจกต์ overlanding กับรถตุ๊กตุ๊กชื่อ “ลำดวน” ที่พาเดินทางข้ามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงจีนและญี่ปุ่นภาพ: Rayron : เร่ร่อนลำดวนไม่ใช่แค่พาหนะ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์การเดินทางที่เร เชื่อมั่น คือการหาความพิเศษจากสิ่งธรรมดา การใช้ของใกล้ตัว และการไม่ยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรค แม้จะต้องซ่อมรถกลางทางหรือถูกปฏิเสธจากอู่ซ่อมหลายแห่ง เขาก็ยังเดินทางต่อไปพร้อมกับเพื่อน ๆ อย่างลีโอ พุฒ และต้าร์ เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา ในรายการอย่าง ติดคุย และ ติดเที่ยว และยังทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวในชื่อ “พุฒ ต้า เร”ภาพ: Rayron : เร่ร่อนเร เคยกล่าวไว้ในหลายโอกาสว่า การเดินทางทำให้เขาได้ค้นหาตัวเอง และเชื่อว่าประสบการณ์สำคัญกว่าสิ่งของ เขาชอบจุดหมายที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวกระแสหลัก เช่น มองโกเลีย เปรู เนปาล หรืออินเดีย เพราะต้องการให้คนไทยเห็นว่าโลกกว้างกว่าการชอปปิ้งหรือร้านอาหารดังขณะเดียวกัน หลายครั้งเขาก็แทรกประเด็นการท่องเที่ยวเชิงสารคดีที่เข้มข้นเข้าไว้ในรายการ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาพ: Rayron : เร่ร่อนความเป็นไอคอนของนักเดินทางสำหรับคนรุ่นที่เติบโตมากับรายการท่องเที่ยวของ เร แมคโดนัลด์ กล่าวได้ว่านักแสดงรายนี้ คือ ต้นแบบของนักเดินทางที่กล้าออกนอกกรอบ ไม่กลัวความลำบาก และไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ดาราคนดัง พิสูจน์ว่าการท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กและโซโลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชาวต่างชาติ แต่คนไทยก็สามารถทำได้และสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้เช่นกันภาพ: Rayron : เร่ร่อนหลายคนยกเขาเป็น “หัวหน้าเผ่า” ของกลุ่มเพื่อนนักเดินทาง และช่องเร่ร่อน ซึ่งเป็นผลงานของเขาล่าสุดนั้น ยังกลายเป็นพื้นที่ที่คนดูรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปด้วยกันผ่านเรื่องราวของผู้คนที่พบเจอ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนที่ได้ระหว่างทาง สร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครหลายคนในการเดินทางไปสัมผัสโลกกว้างด้วยตัวเองภาพ: Rayron : เร่ร่อนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000081567
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
10/08/2026
ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์กรณีพฤติกรรมการเจตนากู้เงินโดยไม่ชำระคืน หรือกระแส “บิดหนี้” ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อดิจิทัล การพิจารณาข้อมูลสถิติเชิงตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพรวมโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือนและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ของประเทศไทยตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564-2568) บนพื้นฐานข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ชวนย้อนเส้นทางสถิติหนี้สินครัวเรือนและหนี้เสียในระบบสถาบันการเงินของไทย นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน มีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ดังนี้ย้อนรอยเส้นทางหนี้เสีย : จากวิกฤตโควิดสู่การปรับฐานข้อมูล • ปี 2564 (ช่วงโควิด-19) : การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงส่งผลให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงแตะระดับ 14.5-14.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของ GDP แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหยุดชะงัก แต่ตัวเลข NPL ในระบบยังไม่ขยายตัวฉับพลัน เนื่องจากสถาบันการเงินดำเนินมาตรการพักชำระหนี้และมาตรการซอฟต์โลนตามนโยบายของ ธปท. เพื่อประคองสภาพคล่องของลูกหนี้ • ปี 2565 (ระยะทยอยฟื้นตัว) : เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินปกติ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ลดลงมาอยู่ที่ 86.8% ผลจากการขยายตัวของมูลค่า GDP อย่างไรก็ตาม หลังจากการทยอยสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เริ่มส่งสัญญาณค้างชำระจนกลายเป็นกลุ่มหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน (Special Mention : SM) • ปี 2566 (การปรับขอบเขตฐานข้อมูล) : ธปท. ปรับปรุงการจัดเก็บสถิติหนี้สินครัวเรือนให้สะท้อนภาพรวมทั้งระบบ โดยนำข้อมูลหนี้จากกองทุนให้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสหกรณ์ออมทรัพย์เข้ามาประมวลผล ส่งผลให้ยอดหนี้ครัวเรือนรวมในทางสถิติทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 16.36 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 91.3% ของ GDP • ปี 2567-2568 (การกระจายตัวของหนี้เสียและการคุมเข้ม) : ปริมาณหนี้เสียสะสมในระบบเครดิตบูโรขยับขึ้นแตะระดับ 1.1-1.2 ล้านล้านบาท โดยสัญญาณความตึงตัวปรากฏชัดในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ ควบคู่กับการเร่งปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (DR) และการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (TDR)โครงสร้าง NPL และกลุ่มสินเชื่อเปราะบางในปัจจุบันสถิติจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) สะท้อนโครงสร้างหนี้เสียในระบบการเงินดังนี้ : • สัดส่วน NPL สะสม : ยอดหนี้เสีย (NPL) ในระบบเครดิตบูโรทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 9.7% ของยอดหนี้รวมในฐานข้อมูล ขณะที่กลุ่มหนี้กำลังจะเสีย (SM หรือค้างชำระ 1-3 เดือน) มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 4.3% • สินเชื่อรายย่อยไม่มีหลักประกัน : สถิติระบุว่าหนี้เสียส่วนใหญ่ของบัญชีลูกหนี้รายย่อย เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกัน โดยเฉพาะกลุ่มวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อบัญชี ซึ่งมีปริมาณจำนวนบัญชีสูงที่สุด • สินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้า : สินเชื่อประเภท “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) มีอัตราการเติบโตของจำนวนบัญชีสูงขึ้นในกลุ่มวัยเริ่มทำงาน สะท้อนพฤติกรรมสะสมภาระหนี้ขนาดเล็กหลายรายการพร้อมกันกลไกระบบการเงินและกฎหมายต่อพฤติกรรม “บิดหนี้”จากกรณีการเผยแพร่เนื้อหาชักชวนให้เจตนาไม่ชำระหนี้สินเชื่อดิจิทัลในโลกออนไลน์ ข้อเท็จจริงเชิงระบบและข้อกฎหมายระบุไว้ ดังนี้1. ระบบการตรวจสอบและการประเมินความเสี่ยง : ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลและสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ดำเนินการอนุมัติสินเชื่อผ่านการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และบันทึกสัญญาดิจิทัลที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมวิเคราะห์เครดิตสกอร์อย่างเป็นระบบ2. การบันทึกประวัติในระบบเครดิตบูโร : การผิดนัดชำระหนี้เกินกว่ากำหนดจะถูกส่งบันทึกประวัติไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ตามกฎหมายการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ซึ่งกระทบต่อการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินในอนาคต3. ผลกระทบทางกฎหมาย : การกู้ยืมเงินเป็นสัญญาทางแพ่ง ซึ่งมีกระบวนการบังคับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 การฟ้องร้อง ดำเนินคดีไกล่เกลี่ย และการบังคับคดีอายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ หากสืบทราบพยานหลักฐานว่าผู้กู้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือมีเจตนาหลอกลวงเพื่อไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ก่อนทำสัญญา อาจเข้าข่ายการพิจารณาความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรการกำกับดูแลและการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนเพื่อบริหารจัดการระดับ NPLs และป้องกันปัญหาหนี้เสียเรื้อรัง ภาครัฐและ ธปท. ได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้ • หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม : กำหนดให้สถาบันการเงินประเมินความสามารถในการชำระหนี้โดยคำนึงถึงเงินคงเหลือที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (Debt Service Ratio : DSR) • การเร่งรัดปรับโครงสร้างหนี้ : ผลักดันให้สถาบันการเงินเสนอเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกหนี้ก่อนกลายเป็น NPL และการช่วยเหลือลูกหนี้ NPL รายย่อยให้สามารถผ่อนชำระตามความสามารถจริงเพื่อฟื้นฟูประวัติทางการเงินภาพรวมหนี้ปัจจุบัน ปี 2569หนี้ครัวเรือน สัดส่วนต่อ GDP ทรงตัวอยู่ที่ราว 86.7% ข้อมูลจากเครดิตบูโรระบุว่า สัดส่วน NPL สะสมอยู่ที่ประมาณ 9.7% ของยอดหนี้ในระบบ และกลุ่มหนี้กำลังจะเสีย (ค้างชำระ 1-3 เดือน) อยู่ที่ราว 4.3% โดยกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดยังคงเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อไม่มีหลักประกันวงเงินขนาดเล็ก สะท้อนว่าลูกหนี้ระดับฐานรากยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพคล่องแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-2047862
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
10/08/2026
สมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยผลการจัดงาน “วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี โดยผลการจัดงานชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันชีวิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการออมเงิน การสร้างหลักประกัน และการคุ้มครองสุขภาพในระยะยาว ซึ่งตอกย้ำบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนผลการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทสมาชิกที่รายงานผลการเสนอขายผลิตภัณฑ์ภายในงานจำนวน 13 บริษัท พบว่ามีผู้เอาประกันภัยรวม 298 ราย คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรวม 137.33 ล้านบาท และมีทุนประกันภัยรวม 262.48 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันชีวิตยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเงินและบริหารความเสี่ยงของประชาชน แม้เศรษฐกิจจะยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้ร่วมงานจำนวน 187 คน ยังเผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจ โดยมีผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต 30.5% ขณะที่ 69.5% เป็นกลุ่มที่เดินผ่านและแวะเข้าร่วมงานภายในศูนย์การค้า ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 45–54 ปี และ 55 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสูงที่สุด ส่งสัญญาณว่าประชาชนวัยทำงานตอนปลายและวัยก่อนเกษียณให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาวทั้งข้อมูลการซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงานและผลสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงานชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "ประกันออมทรัพย์" ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยแบบประกันออมทรัพย์ (Endowment Insurance) มีสัดส่วนสูงถึง 64.77% ของกรมธรรม์ที่ทำภายในงาน ขณะที่ผลสำรวจยังพบว่า ประกันออมทรัพย์และสะสมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ร่วมงานให้ความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง โดยผู้ที่ตั้งใจซื้อส่วนใหญ่มีงบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 10,001–30,000 บาทต่อปี บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ประชาชนมุ่งเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ผลสำรวจพบว่า สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, LINE และ TikTok เป็นช่องทางที่ประชาชนรับรู้ข่าวสารการจัดงานมากที่สุด รองลงมาคือตัวแทนประกันชีวิต และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในพื้นที่จัดงาน ขณะเดียวกันยังมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยที่ทราบการจัดงานจากการเดินภายในศูนย์การค้า แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายการรับรู้และส่งเสริมความเข้าใจด้านการประกันชีวิตสู่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังระบุว่าได้รับทั้งความสนุกสนานจากกิจกรรมภายในงานและได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่ผู้ให้คำแนะนำ ตอกย้ำว่าการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่ผสมผสานสาระความรู้กับกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นนางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ผลการจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนการตอบรับของประชาชนต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวของประชาชนในการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความนิยมในผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และความสนใจในประกันสุขภาพ ซึ่งแสดงถึงความต้องการสร้างทั้งความมั่นคงทางการเงินและหลักประกันในการดำรงชีวิตของคนไทยสมาคมประกันชีวิตไทยจะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการจัดงานครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาการสื่อสาร การจัดกิจกรรม และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงวัย พร้อมผลักดันให้การประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=209835
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
10/08/2026
กลายเป็นอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่แฟนภาพยนตร์และสายเสพงานศิลป์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เมื่อ “สมชาย เวชากร” ประธานสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการ “เดวิด เลา” ช่างภาพชื่อดังระดับโลก ร่วมกันเนรมิตโรงภาพยนตร์ใจกลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำอันทรงคุณค่า ด้วยการจัด “นิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแต้จิ๋ว” พร้อมจัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และคลิปวิดีโอหนังสั้นความยาว 10 นาที ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทาง ความรัก ความผูกพัน และคุณูปการของชาวจีนแต้จิ๋วที่เข้ามาปักหลักสร้างชีวิตในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 200 ปี และการฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ “จดหมายรักถึงอาม่า” ควบคู่กันไป ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นโดย สมชาย เวชากร ประธานสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยเป็นผู้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ เหล่าบุคคลสำคัญระดับประเทศและผู้นำองค์กรระดับโลกทั้งฝั่งภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างคับคั่ง อาทิ ฯพณฯ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย, ดร.ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, ดร.ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย–จีน และ ดร.กิตติ อิทธิภากร ประธานสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทย ร่วมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์และแสดงความยินดี รวมถึงการเปิดตัวบนเวทีของคณะผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ทีมงาน และเหล่านักแสดงจากภาพยนตร์ “จดหมายรักถึงอาม่า” ที่มาร่วมสร้างสีสัน ก่อนปิดท้ายความประทับใจด้วยการถ่ายภาพหมู่ร่วมกันของคณะผู้บริหารประธานกิตติมศักดิ์ นายกสมาคมจีน 9 สมาคม และผู้แทนสมาคมต่างๆ เพื่อบันทึกภาพแห่งมิตรภาพและความภาคภูมิใจร่วมกันไฮไลต์สำคัญ คือ ของนิทรรศการครั้งนี้ คือการจัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์จำนวน 103 ภาพ ที่คัดสรรมาจากภาพถ่ายและเอกสารโบราณที่มีอายุนับร้อยปี นำมารวบรวมและจัดแสดงอย่างประณีต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซึมซับมุมมองและวิถีชีวิตของชาวแต้จิ๋วในอดีต ทั้งวัฒนธรรมการดื่มชา ร้านน้ำชาโบราณ ประเพณีอันงดงาม ตลอดจนวัฒนธรรมอาหารแต้จิ๋วรสเลิศที่หลอมรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในปัจจุบัน ถือเป็นการเรียงร้อยช่วงเวลาประวัติศาสตร์และความซาบซึ้งใจของภาพยนตร์คุณภาพและภาพถ่ายอันทรงคุณค่าอย่างลงตัว และยังเป็นการร่วมตอกย้ำและเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สมดังคำกล่าวที่ว่า “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” อย่างแท้จริงนอกจากภาพถ่ายอันทรงคุณค่าที่จัดแสดงในนิทรรศการในครั้งนี้แล้ว ยังมีการจัดฉายภาพยนตร์สั้นฉบับพิเศษความยาว 10 นาทีที่สร้างโดยคุณเดวิด เลา ที่บอกเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวจีนโพ้นทะเลและชาวจีนแต้จิ๋วที่เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยเมื่อกว่า 200 ปีก่อน แสดงให้เห็นถึงเส้นทางสู้ชีวิต ความขยันหมั่นเพียร การร่วมสร้างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของบรรพชนแต้จิ๋วในประเทศไทย รวมถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนจีนแต้จิ๋วกับราชวงศ์ในยุคสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชของไทยที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนานอีกด้วยและอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการฉายภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” เรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจแห่งปีที่บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋ว ถ่ายทอดผ่านภาษา วัฒนธรรม และความทรงจำข้ามรุ่น โดยมีแก่นเรื่องสำคัญอย่าง “เฉียวพี” (โพยก๊วน) หรือหลักฐานจดหมายและใบส่งเงินเก่าแก่ของชาวจีนโพ้นทะเลเป็นตัวเชื่อมโยงความรัก ความกตัญญู และสายใยครอบครัวที่ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหนความผูกพันก็ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาเลย ดังคำกล่าวที่ว่า “江海有岸,团圆有盼” (ผืนน้ำยังมีฝั่ง การกลับมาอยู่พร้อมหน้าครอบครัวย่อมมีความหวัง) นั่นถือเป็นการสอดผสานศิลปะทั้งสองแขนงทั้งภาพถ่ายและภาพยนตร์ ที่ต่างบอกเล่าเรื่องราวที่ร้อยเรียงเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านหน้าประวัติศาสตร์ไทย-จีนได้อย่างลงตัวสำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าชม “นิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแต้จิ๋ว” และการจัดแสดงภาพถ่ายอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ ตั้งวันที่ 4 – 14 สิงหาคมนี้ ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000076761
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
10/08/2026
• เหตุผลที่ทำให้ จอร์เจีย เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่คนไทยไม่น้อยอยากไปเยือนสักครั้ง อันดับแรกคือ ค่าครองชีพไม่สูง ทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศแบบยุโรปได้ในราคาประหยัด • ข้อถัดมาคือ การเดินทางไปท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก เพราะสามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและพำนักได้นานถึง 365 วัน และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี • จอร์เจียโดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่สวยงามของเทือกเขาคอเคซัสและสถาปัตยกรรมโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งกำเนิดไวน์ของโลก และมีวัฒนธรรมด้านอาหารที่น่าสนใจ หากย้อนกลับไปเพียง 4-5 ปีก่อน ชื่อของ "จอร์เจีย" อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูนักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ในยุคนั้นหากใครอยากไปเที่ยวยุโรป ส่วนใหญ่มักจะมุ่งหน้าสู่ยุโรปตะวันตกอย่างฝรั่งเศสหรือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ในปัจจุบัน ประเทศจอร์เจียได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางระดับ ‘ปรากฏการณ์’ ที่บูมอย่างมากในกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ จนกลายเป็นหมุดหมายที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิตอะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขุนเขาคอเคซัสที่ดึงดูดใจคนไทยได้ขนาดนี้? 'กรุงเทพธุรกิจ' จะพาไปหาคำตอบที่ทำให้ประเทศนี้กลายเป็น "Hidden Gem" ที่ไม่ลับอีกต่อไป • คนไทยไปจอร์เจียฟรีวีซ่า 365 วัน สิทธิประโยชน์จัดเต็มเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้จอร์เจียชนะใจนักเดินทางชาวไทย คงหนีไม่พ้น นโยบาย "ฟรีวีซ่า" ที่อนุญาตให้คนไทยพำนักอยู่ได้นานถึง 365 วัน หรือ 1 ปี ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่พิเศษมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้สายเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารที่ยุ่งยาก เพียงแค่มีพาสปอร์ตเล่มเดียว และหลักฐานการฉีดวัคซีนก็สามารถบินไปสัมผัสบรรยากาศยุโรปได้ทันที • นิยามของคำว่า "วิวหลักล้าน ในราคาประหยัด"จอร์เจียถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ไปเที่ยวแล้วได้บรรยากาศแบบยุโรป แต่จ่ายในราคาเอเชีย ค่าครองชีพที่นี่ถือว่าไม่สูงนัก เมื่อเทียบแล้วใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ หรือบางอย่างอาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ โดยนักท่องเที่ยวสามารถหาที่พักในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละหลักพันต้นๆ และค่าอาหารมื้อหนึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หรูหราและสวยงามอลังการได้โดยไม่ต้องเก็บเงินจนเหนื่อย • สถาปัตยกรรมพันปี ท่ามกลางอ้อมกอดเทือกเขาคอเคซัสอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเยือนจอร์เจีย ก็คือ ภูมิประเทศของจอร์เจียมีความสวยโดดเด่นสุดปัง ด้วยวิวเทือกอลังการให้เที่ยวชมได้ไม่เบื่อ เนื่องจากภูมิประเทศตั้งอยู่บน เทือกเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามราวกับสวรรค์บนดิน ขณะเดียวกัน ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ไม่แพ้กัน ด้วยการผสมผสานระหว่างกลุ่มอาคารที่สะท้อนถึงอารยธรรมโบราณ กลุ่มอาคารยุคกลาง และกลุ่มอาคารร่วมสมัย สำหรับไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ โบสถ์หินยุคกลางบนยอดเขา, บ้านไม้โบราณลายฉลุ, และสถาปัตยกรรมยุคโซเวียตผสมล้ำยุค • 3 พิกัดต้องเช็กอิน มนต์เสน่ห์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้เมื่อพูดถึงที่เที่ยวจอร์เจียที่ห้ามพลาด ข้อมูลจากแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งต่างก็ให้คำแนะนำไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรไปเยือน สถานที่ท่องเที่ยวที่สุดฮิต 3 แห่งเหล่านี้ หากพลาดไปก็เหมือนมาไม่ถึงจอร์เจีย ได้แก่1. โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)ตั้งอยู่ที่เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) นี่คือโบสถ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนยอดเขาสูง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นเทือกเขาคอเคซัสอันยิ่งใหญ่ ให้ภาพลักษณ์ที่อลังการและทรงพลังจนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตที่สุด 2. ย่านเมืองเก่าทบิลิซี (Tbilisi Old Town)ที่นี่เป็นย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองหลวง ที่ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมโบราณเข้ากับคาเฟ่สุดชิคได้อย่างลงตัว จุดเด่นคืออาคารที่มีระเบียงไม้สีสันสดใส และบ่อน้ำแร่กำมะถันที่มีโดมเป็นเอกลักษณ์ การเดินเล่นบนถนนหินโบราณจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุโรปยุคกลาง อีกทั้งกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเก็บความประทับใจได้ทุกมุมเมือง3. หมู่บ้านจูทา (Juta Valley)หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มและโตรกผาสูงชัน เหมาะสำหรับนักเดินทางสายกรีน ที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ฟ้าใสแดดสวย ราวกับอยู่ในเทพนิยาย • สวรรค์ของสายกินและ "แหล่งกำเนิดไวน์" ของโลกอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือวัฒนธรรมด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เช่น Khinkali (เสี่ยวหลงเปาเวอร์ชั่นจอร์เจีย) และ Khachapuri (ขนมปังหน้าชีสและไข่) ที่รสชาติถูกปากคนไทยแต่ที่เป็นไฮไลต์ระดับโลกคือ จอร์เจียได้ชื่อว่าเป็น "The Birth Place of Wine" หรือจุดกำเนิดของไวน์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 8,000 ปี ด้วยกรรมวิธีการหมักในไหดินเผาใต้ดินที่เรียกว่า Qvevri ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO โดยประกาศขึ้นทะเบียนให้ไวน์จอร์เจียเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี ค.ศ. 2013 ที่สำคัญคือไวน์คุณภาพเยี่ยมเหล่านี้ มีราคาที่จับต้องได้ง่ายมาก เริ่มต้นเพียงขวดละประมาณ 150-200 บาทเท่านั้น • เสน่ห์ของเจ้าบ้านที่เป็นมิตร และเที่ยวได้ครบทุกรสตลอดทั้งปีจอร์เจียเป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดปีตามความชอบของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นช่วงใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ฤดูร้อนที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก เหมาะแก่การเดินป่า ฤดูใบไม้ร่วงกับภาพใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก หรือฤดูหนาวก็ได้ชมวิวธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่ม ประกอบกับอัธยาศัยของคนจอร์เจียที่เป็นมิตรและยิ้มแย้ม ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นจากเจ้าบ้าน ทั้งนี้ มีคำแนะนำในการท่องเที่ยวแต่ละฤดูกาล ดังนี้- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.): อากาศเย็นสบาย (10-25°C) ดอกไม้เริ่มผลิบานสดใส และยอดเขาคอเคซัสยังมีหิมะปกคลุมตัดกับสีเขียวของป่า- ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.): เหมาะสำหรับสายเดินป่า เทรคกิ้ง และเที่ยวเมืองชายทะเลดำอย่างเมืองบาทูมี- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.): ช่วงเวลาสุดโรแมนติกกับใบไม้เปลี่ยนสี และเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นที่แคว้นคาเคติ (Kakheti) เหมาะกับการแพลนทริปเที่ยวชิมไวน์- ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.): สวรรค์ของคนรักหิมะและสกีรีสอร์ตอย่างเมืองกูเดาริ ที่จะเปลี่ยนทั้งเมืองให้กลายเป็นสีขาวโพลน • ข้อควรรู้ คำแนะนำ และสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปเยือนจอร์เจียเพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและปลอดภัย นี่คือรายละเอียดสำคัญที่นักท่องเที่ยวไทยควรรู้ ได้แก่การเดินทาง: ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย ต้องต่อเครื่องที่เมืองอย่างดูไบ, อิสตันบูล หรืออัลมาตี้ โดยใช้เวลาเดินทางรวมเฉลี่ย 11-12 ชั่วโมงภาษาและการสื่อสาร: ภาษาหลักคือจอร์เจียและรัสเซีย แม้ตามแหล่งท่องเที่ยวจะมีเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่ควรเตรียมแผนการเดินทางให้พร้อมหรือดาวน์โหลดแอปแปลภาษาไว้สกุลเงิน: จอร์เจียใช้สกุลเงิน ลารี (Lari - GEL) ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถแลกจากไทยได้โดยตรง แนะนำให้แลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) ไปแลกเป็นเงินลารีที่นั่นอาหารท้องถิ่นชื่อดัง: เมนูยอดฮิตอย่าง Khinkali (เสี่ยวหลงเปาจอร์เจีย) และ Khachapuri (ขนมปังหน้าชีส) เป็นสิ่งที่ต้องลองชิม แต่ควรระวังว่าอาหารท้องถิ่นส่วนใหญ่มักมีรสชาติค่อนข้างเค็มการเตรียมเสื้อผ้า: ควรเช็กฤดูกาลให้ดี หากไปฤดูหนาวที่หนาวจัดต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม และต้องมีรองเท้าเดินหิมะ หากไปฤดูใบไม้ผลิหรือร้อน ควรเตรียมครีมกันแดดและแว่นตาเพราะแดดอาจจะแรงในบางช่วงไม่มีสถานกงสุลไทยในจอร์เจีย: ประเทศจอร์เจียไม่มีสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยประจำอยู่ (อยู่ในการดูแลของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี) ดังนั้น หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เอกสารหาย หรืออุบัติเหตุ การติดต่อขอความช่วยเหลืออาจใช้เวลานาน เนื่องจากต้องประสานงานข้ามประเทศ นักท่องเที่ยวควรบันทึกข้อมูลติดต่อฉุกเฉินของ สถานทูตฯ ตุรกี และเครือข่ายคนไทยในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าความปลอดภัยและข้อควรระวัง: แม้คนจอร์เจียจะขึ้นชื่อเรื่องความใจดีและเป็นมิตร แต่ควรระวังกลุ่มมิจฉาชีพ และควรซื้อประกันการเดินทางเพื่อได้รับความคุ้มครองหากเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกในการเดินทาง การได้ฟรีวีซ่า ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมที่น่าค้นหา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้ จอร์เจีย จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1245315
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การวางแผนทางการเงิน
08/08/2026
"ถ้าวันนี้คุณหยุดทำงานทันที ... เงินที่มีอยู่จะใช้ได้นานแค่ไหน?" เกษียณแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่มีเงินพอ ... แต่ต้องใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้ด้วย"ถ้าวันนี้คุณหยุดทำงานทันที ... เงินที่มีอยู่จะใช้ได้นานแค่ไหน?"คำถามนี้อาจฟังดูไกลตัว แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของวัย 60 ปีอีกต่อไป เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่มีเงินพอใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่คือการมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเปลี่ยนงาน พักจากงานประจำ เดินทางรอบโลก หรือทำในสิ่งที่รัก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเกษียณแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่มีเงินพอ ... แต่ต้องใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้ด้วยเกษียณแบบคนรุ่นใหม่การมีเงินเก็บในบัญชีจึงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากเงินก้อนนั้นเติบโตไม่ทันค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี การวางแผนเกษียณจึงไม่ใช่แค่ "การออม" แต่เป็นการบริหารเงินให้เติบโต เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการในอนาคตเงินออมอย่างเดียว อาจสู้ "เงินเฟ้อ" ไม่ไหวหลายคนรู้สึกอุ่นใจเมื่อเห็นตัวเลขเงินออมเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริง อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุกปีสามารถค่อย ๆ ลดอำนาจซื้อของเงินลงได้ แม้จำนวนเงินจะยังเท่าเดิมนั่นจึงเป็นเหตุผลที่การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนเกษียณในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นคุณภาพ กองทุนรวมดัชนีระดับโลก หรือสินทรัพย์ที่เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโตและรักษามูลค่าได้ในระยะยาวการลงทุนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาผลตอบแทนสูงที่สุดเสมอไป แต่เพื่อให้เงินสามารถเติบโตสอดรับกับค่าครองชีพในอนาคต และช่วยให้แผนเกษียณเดินหน้าได้ตามเป้าหมายใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้เป็น เปลี่ยนภาษีให้กลายเป็นเงินลงทุนหลายคนมองกองทุนลดหย่อนภาษีเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับลดภาระภาษีปลายปี แต่ในมุมของการวางแผนการเงิน เครื่องมือเหล่านี้สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างเงินเกษียณได้การลงทุนผ่านกองทุน SSF, RMF, ThaiESG หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ช่วยให้การออมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว เงินส่วนที่ประหยัดจากภาษียังสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนในอนาคตได้อีกโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้สูง การวางแผนใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้อย่างเหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวอย่าคิดแค่ "ค่าใช้จ่ายวันนี้" แต่ต้องคิดถึง "ชีวิตที่อยากมี"หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย คือการคำนวณเงินเกษียณจากค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน โดยลืมไปว่ารูปแบบการใช้ชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามรายได้และช่วงวัยหรือที่เรียกว่า "Lifestyle Creep" เมื่อรายได้มากขึ้น หลายคนก็อยากเดินทางมากขึ้น ใช้เวลากับงานอดิเรก ลงทุนกับสุขภาพ หรือเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้นหากต้องการรักษามาตรฐานการใช้ชีวิตเดิมไว้หลังเกษียณ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรถูกนำมาคำนวณตั้งแต่วันนี้ ทั้งค่าเดินทาง ท่องเที่ยว งานอดิเรก ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว เพื่อให้แผนการเงินสะท้อนชีวิตจริงมากที่สุดเป้าหมายของการเกษียณ ไม่ใช่การหยุดใช้เงิน แต่คือการมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้ฝันถึงการเกษียณเพื่อหยุดทำงาน แต่ต้องการมีอิสระในการเลือกว่าจะทำงานแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไร และใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมายได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเรื่องการเงินการเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้มีเวลาในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และใช้พลังของการเติบโตระยะยาวเข้ามาช่วยสร้างความมั่นคงที่สุดแล้ว การเก็บเงินเกษียณไม่ใช่การเตรียมตัวสำหรับชีวิตที่ต้องประหยัดทุกอย่าง แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อให้ในวันที่ไม่ต้องทำงานประจำ เรายังสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เลือกได้อย่างมั่นใจเพราะการเกษียณที่ดี ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ โดยไม่ต้องลดทอนความสุขหรือไลฟ์สไตล์ที่สร้างมาตลอดชีวิต แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/280341
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
22/06/2026
11/11/2024
30/04/2024
29/04/2024
22/11/2024