คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ห้องแสดงนิทรรศการ

21/3 EXTRA UNIVERSE เมื่อ 'สิ่งที่เกิน' อาจเป็นสิ่งที่โลกกำลังขาด

09/10/2026

21/3 EXTRA UNIVERSE ชวนสำรวจจักรวาลของ 50 ศิลปิน Extra Chromosome ผ่านสี เส้น จุด และจินตนาการที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบใดเมื่อปีที่ผ่านมา สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย และ 21/3 STUDIO สตูดิโอศิลปะสำหรับผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมและผู้บกพร่องทางสติปัญญาแห่งแรกของไทย จัดนิทรรศการ JUST LET ME BE ที่ MOCA Bangkok เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักผลงานของศิลปิน Extra Chromosome ผ่านมุมมองที่ต่างออกไปปีนี้ทั้งสององค์กรกลับมาที่ MOCA Bangkok อีกครั้งกับนิทรรศการ "21/3 EXTRA UNIVERSE" นำเสนอผลงานของศิลปิน Extra Chromosome กลุ่มใหม่ 50 คน รวมกว่า 200 ชิ้น พร้อมชวนผู้ชมก้าวออกจากกรอบความคิดเดิม เพื่อเข้าไปสำรวจจักรวาลเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคนชื่อ Extra Chromosome อ้างอิงถึงโครโมโซมคู่ที่ 21 ซึ่งมีเกินมา 1 แท่งในผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม แต่สำหรับนิทรรศการนี้ คำว่า "Extra" ถูกนำมาตีความใหม่ในฐานะสิ่งที่พิเศษ ไม่ใช่ความผิดปกติหรือส่วนเกิน หากเป็นพื้นที่ที่มีภาษา วิธีคิด ความสุข ความรัก และจินตนาการเป็นของตัวเองแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่ประโยคสำคัญของนิทรรศการ "Disguise yourself as one of us and slip into our UNIVERSE" หรือ "ปลอมตัวเป็นหนึ่งในพวกเรา แล้วลักลอบเข้าสู่จักรวาล" เสมือนคำเชิญให้ผู้ชมลองวางกรอบการรับรู้เดิมไว้ชั่วคราว แล้วเดินเข้าไปทำความรู้จักโลกของศิลปินจากมุมที่พวกเขาเป็นผู้กำหนดเองหนึ่งในคำถามที่นิทรรศการชวนคิดคือ สิ่งที่ถูกมองว่า "เกิน" อาจเป็นสิ่งที่คนทั่วไปกำลัง "ขาด" อยู่หรือไม่ เพราะในจักรวาลของศิลปินบางคน ความสุขอาจเกิดขึ้นจากเรื่องเรียบง่าย ขณะที่ความโกรธ ความกังวล หรือความทรงจำต่อความเจ็บปวดอาจไม่ได้มีพื้นที่ในโลกของพวกเขาแบบเดียวกับที่คนทั่วไปคุ้นเคยภายในพื้นที่จัดแสดง ผู้ชมจะเริ่มต้นการเดินทางผ่าน The Portal to the Extra Universe ประตูที่ทำหน้าที่เสมือนทางเชื่อมเข้าสู่จักรวาลใหม่ ก่อนพบกับผลงานกว่า 200 ชิ้น ซึ่งประกอบขึ้นจากสีสัน รูปทรง เส้น จุด ตัวอักษร เรื่องเล่า และภาพจากจินตนาการของศิลปินทั้ง 50 คนแต่ละผลงานสะท้อนจักรวาลที่มีภาษาของตัวเอง เช่น "บุ๊ค" ที่ซ่อนรหัสลับไว้มากมายบนภาพวาด ซึ่งมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่อ่านออก ขณะที่ "ซัง" หญิงสาวผู้พูดน้อย สร้างโลกผ่านจุดที่ซ้อนทับกันไปมา ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการวาดอะไร สุดท้ายองค์ประกอบเหล่านั้นก็มักกลับมาสู่ "จุด" เช่นเดียวกับ "ออม" ที่มีจักรวาลของตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยความรักและจินตนาการ โดยมี "พี่รุ้งฟ้า" เป็นเทพบุตรหนึ่งเดียวในโลกของเธอสิ่งที่น่าสนใจของผลงานเหล่านี้จึงไม่ได้อยู่ที่การตอบคำถามว่าภาพ "เหมือน" หรือ "ไม่เหมือน" วาด "ถูก" หรือ "ผิด" หากแต่อยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นโลกจากวิธีคิดของศิลปิน โดยไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานทางศิลปะหรือเหตุผลแบบเดิมเป็นตัวตัดสินสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดนิทรรศการที่ MOCA Bangkok ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะทำให้สังคมได้เห็นผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมและผู้บกพร่องทางสติปัญญาในมิติของความสามารถ มากกว่าการมองผ่านข้อจำกัด"สิ่งที่เราอยากเห็นคือการที่ทุกคนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อพวกเขา จากคนที่ทุกคนเคยคิดว่าเขาต้องได้รับความช่วยเหลือ มาเป็นคนที่มีความสามารถไม่ต่างจากคนทั่วไป ศิลปะช่วยทำให้ศักยภาพเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาให้คนทั่วไปรับรู้ เราเชื่อว่าการที่ผลงานของเขาได้รับคัดเลือกให้มาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับประเทศอย่าง MOCA จะทำให้ผู้ชมมองพวกเขาในฐานะศิลปินได้อย่างแท้จริง"ด้าน จาริณี เมธีกุล ศิลปินผู้ก่อตั้ง 21/3 STUDIO กล่าวว่า การทำงานในปีนี้ทำให้เธอเปลี่ยนวิธีมองผลงานของศิลปิน จากเดิมที่พยายามหาคำอธิบายว่าเหตุใดบางคนจึงวาดหรือพูดถึงเรื่องเดิมซ้ำๆ สู่การมองว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็น "จักรวาล" ที่แต่ละคนเลือกอาศัยอยู่ เป็นพื้นที่ของความสุข ความคุ้นเคย และตัวตน"ปีแรกเราพยายามทำความเข้าใจว่าเขาวาดอะไร ทำไมถึงวาดแบบนี้ และตีความแทนเขา แต่ปีนี้เราเลิกพยายามทำความเข้าใจ แต่เลือกเดินตามเขาเข้าไปในจักรวาลของเขา แล้วพบว่ามันมีความสุขมาก พอเราหยุดตัดสิน ก็ไม่ต้องถามว่าภาพนี้เหมือนหรือไม่เหมือน วาดถูกหรือไม่ถูก หรือมีความหมายอะไร เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือเขากำลังทำให้เราเห็นว่าโลกของเขาเป็นอย่างไร"เธอกล่าวว่า คำว่า Extra Universe จึงเป็นมากกว่าชื่อนิทรรศการ แต่ยังเป็นคำถามที่ย้อนกลับมายังผู้ชมว่า ที่ผ่านมาเรามองความแตกต่างจากจุดยืนของใคร และใครเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือปกติ อะไรคือเกิน และอะไรคือขาดขณะที่ คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA Bangkok กล่าวว่า การเปิดพื้นที่ให้ศิลปินกลุ่ม Extra Chromosome จัดแสดงผลงานครั้งนี้ พิจารณาจากความสามารถทางศิลปะของศิลปินเป็นสำคัญ"หากใครได้ชมงานจะสัมผัสได้ว่าพวกเขามีของจริงๆ สิ่งที่โดดเด่นคือจินตนาการที่นำเสนอออกมาจากข้างในอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ผ่านฟิลเตอร์ที่จะต้องคอยกังวลว่าใช้สีแบบนี้แล้วคนดูจะชอบไหม ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยทฤษฎีว่าต้องใช้สีอะไรคู่กับสีอะไร แต่เป็นงานที่วาดขึ้นจากแพสชันและความคิดอย่างอิสระโดยไม่มีอะไรมาตีกรอบ"นิทรรศการ "21/3 EXTRA UNIVERSE" เปิดให้เข้าชมฟรี ณ MOCA Bangkok เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ตุลาคม 2569 โดยพิพิธภัณฑ์ปิดทำการทุกวันจันทร์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: 21/3 Studio และ Instagram: @21_3studioแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1252493

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ เดินหน้ามอบเงินบริจาคให้แก่สภากาชาดไทย เป็นปีที่ 4 จำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท จากการจัดกิจกรรม AIA One Billion Trail 2025

09/10/2026

(จากซ้าย: นายปกป้อง ยินดีผล อดีตที่ปรึกษาฝ่ายอสังริมทรัพย์ นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ นายประกิตติ บุณยเกียรติ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต นายสจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และนายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย)เอไอเอ เดินหน้ามอบเงินบริจาคให้แก่สภากาชาดไทย เป็นปีที่ 4 จำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท จากการจัดกิจกรรม AIA One Billion Trail 2025 พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่ทีมชนะเลิศ ที่มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมมากที่สุดกรุงเทพฯ, 9 ตุลาคม 2569 - เอไอเอ นำโดย นายสจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต และ นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เป็นผู้แทนมอบเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการ พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย สภากาชาดไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,427,479.73 บาท โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของสภากาชาดไทย ร่วมเป็นเกียรติรับมอบเงินบริจาค นำโดย นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ และ นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด โดยเงินบริจาคในครั้งนี้ทั้งหมดมาจากการจัดกิจกรรม AIA One Billion Trail 2025 ที่ผ่านมา ณ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เอไอเอ ได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการ พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย สภากาชาดไทย ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 12 ล้านบาท ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ผ่านการจัดกิจกรรม AIA One Billion Trailนอกจากนี้ ยังได้มีพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่ทีมชนะเลิศ ที่มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมมากที่สุด ซึ่งได้แก่ ทีม AIA Champions โดยหัวหน้าทีม นายสจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ เป็นผู้แทนรับรางวัลถ้วยพระราชทานฯ โดยทีม AIA Champions ได้มีส่วนร่วมในการระดมทุนบริจาค ด้วยยอดเงินสูงกว่า 1,134,245 ล้านบาท นอกเหนือจากนี้ ยังได้มีพิธีมอบถ้วยรางวัลให้แก่ทีมที่มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมมากที่สุด อันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Fun Run อันดับที่ 3 ได้แก่ ทีม พ่อ (ปู่) เพื่อน ลูก และอันดับที่ 4 ได้แก่ ทีม iPrime Happy Feet ตามลำดับทั้งนี้ กิจกรรม AIA One Billion Trail จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Run-Fun-Share” โดยมีจุดประสงค์หลักในการส่งเสริมด้านสุขภาพและปลุกพลังแห่งการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงการแบ่งปันสู่สังคม ผ่านการระดมทุนบริจาค เพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย สภากาชาดไทย นับเป็นการส่งต่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาวให้แก่เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และสำหรับในปีนี้กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้ชื่องาน “AIA ONE BILLION DAY 2026” ในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสนามวิ่งเทรลในปีนี้เป็นเส้นทางที่มีความท้าทายและรองรับการสะสม UTMB Index เพื่อให้นักวิ่งได้มาร่วมพิสูจน์ศักยภาพ พร้อมสัมผัสกับธรรมชาติและวิวที่สวยงามตลอดเส้นทาง อีกทั้งยังมีกิจกรรม ALive Carnival ที่อัดแน่นด้วยเกมเพื่อสุขภาพและความบันเทิงตลอดวัน ปิดท้ายด้วย AOB Concert จากศิลปินชั้นนำของไทย ให้ทุกคนได้ร่วมสร้างประสบการณ์ที่ดีไปด้วยกัน ตอกย้ำถึงพันธกิจ AIA One Billion ที่เอไอเอ มุ่งสนับสนุนผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วเอเชียให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายในปี 2573

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“แม่น้ำดานูบ” เสน่ห์ของสายน้ำประวัติศาสตร์แห่งทวีปยุโรป

09/10/2026

ภัยธรรมชาติที่รุนแรงในปี 2026 ทำให้ชื่อของ “แม่น้ำดานูบ” ถูกกล่าวถึงเป็นวงกว้างอีกครั้ง เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์แล้งจัดกระทบต่อวิถีชีวิตชาวยุโรปนับล้านสถานะของ “แม่น้ำดานูบ” ไม่ได้เป็นแค่แม่น้ำสายหนึ่งในทวีปยุโรป แต่เปรียบดังเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลผ่านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนนับล้านมาเนิ่นนานหลายพันปี จากต้นน้ำในป่าดำของเยอรมนี ไปจนถึงทะเลดำ ล้วนเป็นภาพของการเดินทางที่เข้มข้นไปด้วยเรื่องราวของสายน้ำสำคัญแห่งทวีปยุโรปทิวทัศน์ริมน้ำ Budapest University of Technology and Economicsต้นกำเนิดและภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นแม่น้ำดานูบ กำเนิดในเทือกเขาป่าดำ (Black Forest) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี จากจุดที่ลำธารสองสาย คือ เบรก (Breg) และบริกัค (Brigach) มาบรรจบกันใกล้เมืองโดเนาเอชชิงเงิน (Donaueschingen) ชื่อ “ดานูบ” (หรือ Donau ในภาษาเยอรมัน) จึงเริ่มต้นจากจุดนั้น ความยาวประมาณ 2,850 กิโลเมตร นับเป็นแม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับสองของยุโรป รองจากแม่น้ำโวลกาในรัสเซียสายน้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของยุโรป ไหลผ่านถึง 10 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี โครเอเชีย เซอร์เบีย บัลแกเรีย โรมาเนีย มอลโดวา และยูเครน ลุ่มน้ำกว้างกว่า 800,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมประชากรราวกว่า 80 ล้านชีวิต และยังเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองหลวงถึง 4 แห่ง ได้แก่ เวียนนา (ออสเตรีย), บราติสลาวา (สโลวาเกีย), บูดาเปสต์ (ฮังการี) และเบลเกรด (เซอร์เบีย)แม่น้ำดานูบในออสเตรียเส้นทางของแม่น้ำดานูบแบ่งออกเป็น 3 ช่วงชัดเจน ช่วงบนไหลผ่านภูมิประเทศภูเขาและหุบเขาที่แคบ ช่วงกลางแผ่กว้างบนที่ราบฮังการี ส่วนช่วงล่างค่อย ๆ ช้าลงและแตกแขนงเส้นสายออกไปเมื่อใกล้ไหลลงสู่ทะเลดำ ก่อนจะก่อตัวเป็นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ (Danube Delta) ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตรของแม่น้ำยังสามารถเดินเรือได้ ทำให้กลายเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมโยงยุโรปกลางกับทะเลดำ และเชื่อมต่อกับแม่น้ำไรน์ผ่านคลองไรน์-ไมน์-ดานูบปราสาทบราติสลาวา ริมแม่น้ำในสโลวาเกียความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ดานูบเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรปมานานนับพันปี ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในลุ่มน้ำนี้ย้อนไปไกลถึงหลายพันปีก่อนคริสตกาล แหล่งโบราณคดีอย่างเลเปนสกี วีร์ (Lepenski Vir) ในเซอร์เบีย แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมยุคหินใหม่ที่พัฒนาขึ้นริมฝั่งน้ำในยุคโรมัน กลายเป็นแนวพรมแดนทางเหนือของจักรวรรดิ ชาวโรมันเรียกมันว่า Danuvius และสร้างแนวป้อมปราการยาวเหยียดที่รู้จักกันในชื่อ Limes Danubianus เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ มีสะพานหินและไม้ขนาดใหญ่ที่จักรพรรดิคอนสแตนตินสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4 ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นวิศวกรรมที่น่าทึ่งซากเรือรบเยอรมัน สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 กลางแม่น้ำดานูบทางตะวันออกของเซอร์เบียต่อมาในยุคกลางและยุคใหม่ ดานูบกลายเป็นเส้นทางค้าขายและการเคลื่อนย้ายกองทัพ จักรวรรดิออตโตมันกับฮับส์บูร์กสู้รบกันตามแนวแม่น้ำ เมืองสำคัญอย่างเบลเกรด บูดาเปสต์ และเวียนนา ล้วนมีประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับการควบคุมแม่น้ำสายนี้ จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดานูบยังถูกใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ และซากเรือจมจากสงครามยังปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราวเมื่อน้ำลดลงหลังจากสงครามเย็นสิ้นสุด ดานูบกลายเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวของยุโรปอีกครั้ง จากแม่น้ำที่เคยถูกแบ่งแยก กลายเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงประเทศต่างๆเข้าด้วยกันจุดชมวิวแม่น้ำดานูบ Ferdinand-Warte, ออสเตรียความสำคัญด้านวัฒนธรรมหากพูดถึงวัฒนธรรมยุโรปกลาง ดานูบคือแรงบันดาลใจเพลงวอลทซ์ “An der schönen blauen Donau” หรือ “ดานูบสีฟ้า” (The Blue Danube) ของโยฮันน์ สเตราส์ที่ 2 ในปี 1867 กลายเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามและความโรแมนติกของแม่น้ำสายนี้ แม้ในความเป็นจริงน้ำของดานูบจะไม่ได้สีฟ้าเสมอไป แต่ชื่อเสียงของเพลงนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของแม่น้ำติดอยู่ในใจผู้คนทั่วโลกวรรณกรรมและตำนานก็เต็มไปด้วยเรื่องราวของดานูบ มหากาพย์เยอรมัน Nibelungenlied กล่าวถึงการเดินทางของวีรบุรุษตามแนวแม่น้ำนี้ ศิลปิน นักเขียน และกวีจำนวนมากใช้ดานูบเป็นฉากหลังหรือสัญลักษณ์ของชีวิต การเปลี่ยนแปลง และความหลากหลายทางวัฒนธรรมริมฝั่งดานูบ ยังเต็มไปด้วยปราสาท โบสถ์ อาราม และเมืองเก่าที่สะท้อนอิทธิพลจากหลายอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นโรมัน ออตโตมัน ฮับส์บูร์ก หรือวัฒนธรรมสลาฟ สองฟากฝั่งแม่น้ำจึงเป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันมานานที่สร้างความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมวิถีชีวิตในลำคลองจากแม่น้ำดานูบ ที่ยูเครนความสำคัญด้านการท่องเที่ยวปัจจุบัน แม่น้ำดานูบ เป็นหนึ่งในเส้นทางล่องเรือแม่น้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นเรือสำราญที่แล่นผ่านทิวทัศน์สวยงาม เมืองประวัติศาสตร์ และปราสาทเก่าแก่ไฮไลต์ระหว่างเส้นทางมีทั้ง หุบเขา Wachau ในออสเตรีย ซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลก เต็มไปด้วยไร่องุ่น ปราสาท และหมู่บ้านเล็กๆ ที่งดงาม, กรุงบูดาเปสต์ของฮังการี ที่ได้รับฉายา “ไข่มุกแห่งดานูบ” ด้วยทิวทัศน์สะพานและอาคารริมแม่น้ำที่สวยสะดุดตาในยามค่ำคืน, เวียนนาของออสเตรีย ที่มีบรรยากาศอันหรูหรา หรือในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบทางตอนล่างเป็นสวรรค์ของนักดูนกและผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ ในโรมาเนียผลกระทบจากภัยธรรมชาติในปี 2026ฤดูร้อนของยุโรปปีนี้ กลายเป็นช่วงเวลาที่แม่น้ำดานูบเผชิญกับวิกฤตครั้งสำคัญ ภัยแล้งรุนแรงที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมในพื้นที่เยอรมนีตอนใต้ ออสเตรีย สโลวาเกีย เช็กเกีย และฮังการี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายจุดในเมืองบูดาเปสต์ ระดับน้ำลดลงเหลือเพียงราว 10-30 เซนติเมตร ซึ่งต่ำกว่าสถิติเดิมปี 2018 อย่างชัดเจน ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นแม่น้ำที่แคบลงอย่างเห็นได้ชัด โขดหินและสันดอนทรายโผล่พ้นน้ำ ซากเรือจากสงครามโลกครั้งที่สองและแม้แต่โบราณวัตถุโบราณก็ปรากฏขึ้นให้เห็นเรือประมงริมน้ำในบัลแกเรียผลกระทบเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง การเดินเรือสินค้าและเรือสำราญต้องหยุดชะงักหรือเปลี่ยนเส้นทาง เรือสำราญบางลำเกยตื้น นักท่องเที่ยวต้องอพยพ โรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างที่ประตูเหล็ก (Iron Gate) ระหว่างเซอร์เบียกับโรมาเนียลดกำลังการผลิตลงอย่างมาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่พักส์ในฮังการีและเชอร์นาโวดาในโรมาเนียต้องลดกำลังการผลิตหรือปิดหน่วยบางส่วนเพราะน้ำไม่เพียงพอสำหรับระบบหล่อเย็น ส่งผลให้บางประเทศต้องนำเข้าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานเกษตรกรรมในลุ่มน้ำก็ได้รับผลกระทบ น้ำสำหรับการชลประทานลดลง ชาวประมงหลายคนสูญเสียรายได้ ขณะที่อุณหภูมิสูงต่อเนื่องยิ่งเร่งการระเหยของน้ำ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ภัยแล้งที่ขับเคลื่อนด้วยอุณหภูมิ” ซึ่งแม้ปริมาณฝนจะไม่ต่ำมากนัก แต่ความร้อนจัดทำให้น้ำหายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ย้ำเตือนถึงความเปราะบางของแม่น้ำสายสำคัญต่อภาวะโลกร้อน และการที่แม่น้ำดานูบ เสมือนเส้นเลือดใหญ่ของทวีปยุโรป นั่นจึงกระทบกับวิถีชีวิตผู้คนหลายสิบล้านคนโดยตรงระดับน้ำลดลงในฤดูร้อนที่กรุงบูดาเปสต์แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000080204

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้า มอบ 3 มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม

07/10/2026

กรุงเทพฯ, 7 ตุลาคม 2569 – เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย2) ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยนอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เศรษฐกิจ

“เช่าทั้งชีวิต” แล้วแก่ไปเราจะมีอะไรเป็นของตัวเอง?

05/10/2026

เมื่อ “การเช่า” กลายเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ แล้ววันหนึ่งเมื่อเกษียณ เราจะมีอะไรเหลือไว้เป็นหลักประกันชีวิต?เมื่อคนรุ่นใหม่ซื้อบ้านช้าลง ความมั่งคั่งและความมั่นคงในวัยเกษียณจะเปลี่ยนไปอย่างไร“เช่าทั้งชีวิต แล้วแก่ไปเรามีอะไร?”คำถามนี้อาจไม่ได้มีคำตอบแค่เรื่อง “บ้าน” ว่าจะเช่าหรือซื้อ แต่กำลังชวนมองไปถึงเรื่องใหญ่กว่านั้นว่า หากคนรุ่นหนึ่งเริ่มสะสมทรัพย์สินช้าลง หรือไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง เมื่ออายุมากขึ้น พวกเขาจะมีอะไรไว้เป็นหลักประกันทางการเงินเพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ “บ้าน” อาจไม่ได้เป็นคำตอบเดียวของความมั่นคงอีกต่อไปความมั่นคงในชีวิตวันนี้คืออะไรข้อมูลจาก Deloitte Gen Z and Millennial Survey 2026 บริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษาธุรกิจ ภาษี และบริการที่เกี่ยวข้องระดับโลก ซึ่งมีเครือข่ายการดำเนินงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ระบุว่า ในกลุ่ม Gen Z ไทยมากกว่า 300 คนที่ตอบแบบสำรวจ 94% บอกว่า “ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย” มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเรื่องอาชีพและสถานที่ทำงาน ขณะที่ 65% ระบุว่าสถานะทางการเงินทำให้ต้องเลื่อนการตัดสินใจสำคัญในชีวิต เช่น การสร้างครอบครัว เรียนต่อ หรือเริ่มต้นธุรกิจนั่นสะท้อนว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ ปัญหาเรื่องบ้านไม่ได้อยู่แค่ “จะซื้อหรือไม่ซื้อ” แต่เชื่อมโยงไปถึงการออกแบบชีวิตทั้งชีวิต“บ้าน” อาจไม่ใช่สินทรัพย์มั่นคงอีกแล้วนายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มองว่า ในอดีตมีความเชื่อค่อนข้างชัดว่า “บ้านคือการลงทุน” เพราะเมื่อซื้อไว้แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ก็คาดหวังว่าจะสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นแนวคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจและประชากรเติบโต ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรูปแบบครอบครัวของไทยก็เปลี่ยนจากครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยู่รวมกันหลายรุ่น ไปสู่ครอบครัวขนาดเล็กและการแยกครัวเรือนมากขึ้นเมื่อความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น บ้านจึงถูกมองว่าเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและสินทรัพย์ที่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ แต่ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับโครงสร้างประชากรประเทศไทยผ่านช่วงที่ประชากรเพิ่มขึ้นสูงสุดมาแล้ว และกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง ทำให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนในอดีตภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงอาจไม่ได้ขึ้นพร้อมกันทุกพื้นที่ แต่มีลักษณะคล้าย “K-shape” คือบางพื้นที่ยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะทำเลเศรษฐกิจและพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะที่บางพื้นที่อาจเผชิญกับความต้องการที่ลดลงและขายต่อได้ยากขึ้นดังนั้น การมีบ้านจึงไม่ได้แปลว่าจะมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะสุดท้ายแล้วมูลค่าของบ้านยังขึ้นอยู่กับทำเล ความต้องการในอนาคต และขึ้นอยู่กับว่า “บ้าน” ของเราจะสามารถ ขาย หรือ เปลี่ยนเป็นเงินสดได้หรือไม่รูปแบบครอบครัวเปลี่ยน “คำถาม” จึงเปลี่ยนตามนายนณริฏ มองว่า บ้านยังมีความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของชีวิต และสำหรับครอบครัวที่มีลูกหลาน บ้านยังสามารถทำหน้าที่เป็นทรัพย์สินที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้ แต่เมื่อรูปแบบครอบครัวเปลี่ยนไป คำถามก็เปลี่ยนตามถ้าคนคนหนึ่งไม่มีลูก ไม่มีทายาท หรือไม่ได้ต้องการส่งต่อทรัพย์สินให้ใคร การซื้อบ้านเพื่อถือครองไปตลอดชีวิตอาจมีเหตุผลแตกต่างจากคนที่ต้องการสร้างทรัพย์สินไว้ให้ครอบครัวอีกด้านหนึ่งคือกลุ่มคนที่มีทรัพยากรทางการเงินจำกัด ซึ่งอาจไม่ได้มีเงินออมเพียงพอสำหรับวัยเกษียณเมื่อเข้าสู่วัยหลังเกษียณ รายได้จากการทำงานลดลง หากมีบ้านเป็นทรัพย์สินก็ยังมีทางเลือกในการนำสินทรัพย์นั้นมาบริหารจัดการ เช่น การขายหรือแนวทางทางการเงินอย่างสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) หากมีผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขที่เหมาะสมแต่ถ้าไม่มีทั้งบ้าน ไม่มีเงินลงทุน และไม่มีเงินออมเพียงพอ ความเสี่ยงทางการเงินในวัยเกษียณก็จะสูงขึ้นแล้วถ้า “เช่า” แทนการซื้อ จะสร้างความมั่งคั่งได้อย่างไร?นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ นายกสมาคมนักวางแผนการเงิน อธิบายว่า จุดแข็งของการเช่าคือใช้เงินก้อนเริ่มต้นน้อยกว่า ไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ก้อนใหญ่ และในหลายกรณีค่าเช่ารายเดือนอาจต่ำกว่าค่างวดผ่อนแต่สิ่งสำคัญคือ เงินที่ประหยัดได้จากการเช่าไม่ได้ควรหายไปกับการใช้จ่ายทั้งหมดคนที่เลือกเช่าและต้องการสร้างความมั่งคั่ง จึงควรนำเงินดาวน์ที่ไม่ต้องจ่าย รวมถึง “ส่วนต่าง” ระหว่างค่าเช่ากับค่างวดที่ต้องผ่อนบ้าน ไปออมและลงทุนอย่างต่อเนื่องพูดง่ายๆ คือ “เช่าได้ แต่ต้องสร้างทรัพย์สินอีกทางหนึ่ง”เพราะข้อเสียของการเช่าคือ เมื่อจ่ายค่าเช่าไปแล้ว เราไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น เงินที่จ่ายจึงไม่ได้กลายเป็นสินทรัพย์ของเรา ในทางกลับกัน หากนำเงินส่วนต่างไปลงทุนอย่างมีวินัย เงินก้อนนั้นก็สามารถค่อยๆ สร้างเป็นความมั่งคั่งในรูปแบบอื่นได้นายวิโรจน์จึงเสนอว่า หากตัดสินใจเช่า ควรวางแผนเสมือนกับว่า “เราซื้อบ้าน” โดยคำนวณก่อนว่าหากซื้อจะต้องใช้เงินดาวน์เท่าไร ผ่อนเดือนละเท่าไร แล้วนำเงินที่ไม่ต้องจ่ายออกมาแบ่งลงทุนอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 6 เดือนก่อน จากนั้นจึงนำเงินส่วนที่เหลือไปลงทุนบ้าน รถ ยังเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงอีกหรือไม่ลองเทียบ 3 คน ใครมีทรัพย์สินอะไรเมื่อเวลาผ่านไป?นายวิโรจน์ ได้จำลองภาพของคน 3 กลุ่ม เพื่อให้เห็นความแตกต่างของการวางแผนการเงินระยะยาวว่า หากเลือก “ซื้อ” หรือ “เช่า” แต่ละแบบจะสร้างความมั่งคั่งแตกต่างกันอย่างไรนาย A ซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่ลงทุนน้อย คนกลุ่มนี้มีทรัพย์สิน แต่ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ผูกอยู่กับบ้านและรถบ้านอาจรักษาหรือเพิ่มมูลค่าได้ ขึ้นอยู่กับทำเลและความสามารถในการขายต่อ แต่รถเป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าลดลงตามเวลาดังนั้น แม้จะมีทรัพย์สินจำนวนมากบนกระดาษ แต่หากทรัพย์สินเหล่านั้นขายหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ยาก ก็อาจเกิดปัญหาสภาพคล่องในอนาคตนาย B เช่าบ้าน ไม่ซื้อรถ และนำเงินส่วนต่างไปลงทุน คนกลุ่มนี้ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่กำลังสร้างความมั่งคั่งผ่านสินทรัพย์ทางการเงินแทนข้อสำคัญคือ ต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอและมีวินัย เพราะหากหยุดลงทุนหรือเอาเงินส่วนต่างไปใช้จ่ายทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการเช่าก็อาจหายไปนาย C เช่าบ้าน ไม่ซื้อรถ และไม่ได้ลงทุน กรณีนี้คือไม่มีทั้งบ้าน ไม่มีรถ และไม่มีสินทรัพย์จากการลงทุนแม้ระหว่างทางจะมีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยที่ยืดหยุ่นกว่า แต่เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณก็อาจไม่มีสินทรัพย์เพียงพอรองรับชีวิตจุดนี้จึงทำให้เห็นว่า “การเช่า” ไม่ได้แปลว่าไม่มีความมั่นคงโดยอัตโนมัติ แต่ความมั่นคงของคนเช่าจะต้องถูกสร้างผ่านการออมและการลงทุนในรูปแบบอื่นบ้านกับรถก็ไม่เหมือนกันสำหรับรถยนต์ นายวิโรจน์มองว่า ต้องดูว่าจำเป็นต้องใช้ในระยะยาวหรือไม่ เพราะรถเป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมมูลค่าหากซื้อรถแล้วใช้เป็นเวลานาน เช่น 8-10 ปี การซื้ออาจเหมาะสมกว่าการเช่า แต่หากเป็นสินทรัพย์ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว เช่น รถยนต์ไฟฟ้า การเช่าอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์ที่ราคาตกเร็วหลักคิดจึงไม่ใช่ว่า “ซื้อดีกว่าเช่า” หรือ “เช่าดีกว่าซื้อ” แต่ต้องดูว่าเราจะใช้งานสินทรัพย์นั้นนานแค่ไหน และสินทรัพย์นั้นมีแนวโน้มรักษามูลค่าได้มากน้อยเพียงใดแล้วถ้าเช่าไปเรื่อยๆ ค่าเช่าเพิ่มขึ้นล่ะ?การเช่าก็มีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อค่าเช่าเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ แต่ข้อดีของคนเช่าคือมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนที่อยู่ หากค่าเช่าสูงขึ้นมาก ก็สามารถเปรียบเทียบทางเลือกและย้ายไปยังพื้นที่หรือห้องที่เหมาะกับงบประมาณมากกว่าได้ในทางกลับกัน คนที่ซื้อบ้านก็มีต้นทุนเช่นกัน ทั้งดอกเบี้ย ภาระผ่อน และสภาพคล่องที่ติดอยู่กับอสังหาริมทรัพย์ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่า จึงต้องคำนวณทั้งต้นทุนระยะยาวและความสามารถในการรับภาระของตัวเองถ้าเช่าแล้วไม่ลงทุน สุดท้ายอาจไม่มี “Wealth”นี่คือหัวใจสำคัญของเรื่อง นายวิโรจน์อธิบายว่า คนเช่าจะไม่ได้รับความมั่งคั่งจากสินทรัพย์ที่เช่า เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่สามารถสร้างความมั่งคั่งจากช่องทางอื่นได้ ผ่านการออมและการลงทุนดังนั้น “เช่า” จึงไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเอง ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคนหนึ่งเลือกเช่า แต่ไม่ได้สร้างทรัพย์สินอื่นควบคู่กัo ค่าเช่าที่จ่ายทุกเดือนจึงกลายเป็นค่าใช้จ่าย ขณะที่เงินที่เหลือจากการไม่ซื้อบ้านก็ถูกใช้ไปทั้งหมดเช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไป คนกลุ่มนี้อาจไม่มีทั้งบ้านและเงินลงทุนทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลือก “เช่า” มากขึ้น?อีกเหตุผลหนึ่งคือชีวิตของคนรุ่นใหม่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนงาน การย้ายเมือง การทำงานแบบ Gig Economy รวมถึงการแต่งงานช้าลงหรืออาจไม่มีลูกการมีบ้านจึงอาจกลายเป็นภาระสำหรับบางคน เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ และหากต้องย้ายงานหรือย้ายประเทศ ก็ต้องจัดการกับบ้านที่ซื้อไว้ในมุมนี้ การเช่าจึงให้ “ความยืดหยุ่น” มากกว่า แต่การไม่มีบ้านก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความมั่นคงเพราะความมั่นคงอาจเปลี่ยนจากการมี “บ้านเป็นของตัวเอง” ไปเป็นการมี “เงินออมและสินทรัพย์ที่เพียงพอสำหรับดูแลตัวเอง”สุดท้ายแล้ว “ความมั่นคง” อาจไม่ได้แปลว่าต้องมีบ้านดร.นณริฏ มองว่า การมีบ้านเป็นของตัวเองยังมีข้อได้เปรียบด้านความมั่นคง เพราะเจ้าของสามารถอยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสัญญาเช่าหรือค่าเช่าที่อาจปรับขึ้นแต่หากสังคมเข้าสู่ยุคที่คนเช่ามากขึ้น ภาครัฐก็อาจต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน ทั้งเรื่อง Social Housing และการกำกับดูแลตลาดเช่า เพื่อไม่ให้คนรายได้น้อยถูกผลักออกจากที่อยู่อาศัยเมื่อค่าเช่าเพิ่มขึ้นเพราะสุดท้ายแล้ว “บ้าน” ยังเป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบการซื้อหรือการเช่า ขณะที่สำหรับคนรุ่นใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ฉันต้องมีบ้านหรือไม่?” แต่เป็น “ถ้าฉันไม่มีบ้าน แล้วฉันกำลังสร้างอะไรไว้แทน?”เพราะการเช่าอาจทำให้มีเงินเหลือ มีความยืดหยุ่น และเคลื่อนย้ายชีวิตได้ง่ายขึ้น แต่หากเงินที่เหลือไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเงินออมและการลงทุน เมื่อถึงวันที่ทำงานไม่ได้แล้ว คำถามเดิมก็อาจย้อนกลับมาอีกครั้งว่า“เช่ามาทั้งชีวิต แล้วแก่ไป…เรามีอะไร?”แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/284341

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันภัย

เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’

05/10/2026

“พูดตรง ๆ มาทีเดียวแรง ๆ ไม่กลัว เท่ากับมาหลายรอบ ทีละหน่อย” เป็นประโยคสั้น ๆ จาก “ดร.สมพร สืบถวิลกุล” นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย สะท้อนมุมมองของธุรกิจประกันภัยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติ ที่เพิ่งเข้าไปรับโจทย์ใหญ่จากรัฐบาลมา ซึ่งขณะนี้ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ได้เริ่มแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 โดยรัฐบาลซื้อเบี้ยประกันให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศราว 30 ล้านครัวเรือน รวม 15,500 ล้านบาท คุ้มครอง 3 ภัยหลัก คือ น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว คิดเป็นมูลค่าความคุ้มครองราว 75,000 ล้านบาทรัฐดึงประกันเยียวยาภัยพิบัติโดย “ดร.สมพร” เล่าที่มาที่ไปว่า ที่ผ่านมาทุกครั้งเมื่อเกิดภัยพิบัติรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยเฉลี่ยแต่ละปีประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2554 ที่เกิดภัยขนาดใหญ่อาจขึ้นไปถึง 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งการประกันภัยพิบัติครั้งนี้ดึงระบบประกันภัยเข้ามารับความเสี่ยงบางส่วนไว้ล่วงหน้า“พูดง่าย ๆ คือ แทนที่รัฐจะรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เอง ก็ใช้ระบบประกันภัยเข้ามาช่วยรับภาระบางส่วนล่วงหน้า ขณะเดียวกันบริษัทประกันภัยไทยที่เข้าร่วมโครงการก็ไม่ได้ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เพียงลำพัง เพราะมีการกระจายความเสี่ยงส่วนหนึ่งต่อไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในต่างประเทศ คือไม่มีบริษัทประกันภัยไหนรับประกันมาแล้วเก็บความเสี่ยงกอดไว้คนเดียว ทุกบริษัทมีระบบบริหารความเสี่ยง และโครงการนี้ก็เหมือนกัน”โดยความเสียหายในชั้นแรกไม่เกิน 5,000 ล้านบาท จะเป็นส่วนที่ระบบประกันภัยในประเทศรับไว้ ส่วนที่เกิน 5,000 ล้านบาทไปจนถึงวงเงินสูงสุด 75,000 ล้านบาท มีการซื้อประกันภัยต่อ นั่นหมายความว่า หากเกิดภัยขนาดใหญ่ความเสียหายส่วนหนึ่งจะถูกกระจายออกไปยังตลาดประกันภัยต่อต่างประเทศ ไม่ได้กองอยู่บนงบดุลของบริษัทประกันไทยเพียงอย่างเดียวจำกัดความคุ้มครอง “ตัวบ้าน”“ดร.สมพร” กล่าวว่า เป้าหมาย 30 ล้านหลังคาเรือนที่จะได้รับการประกันภัย จะยึดนิยามคำว่า “บ้าน” ตามหลักตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แต่หัวใจสำคัญคือ ต้องเป็น “สถานที่ที่มีการอยู่อาศัยเป็นประจำจริง” บ้านที่มีบ้านเลขที่ และมีคนอยู่อาศัยเป็นประจำจะอยู่ในข่าย ขณะที่บ้านซึ่งมีสภาพเป็นที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่มีบ้านเลขที่ก็ไม่ได้ถูกทิ้ง เพราะกระทรวงมหาดไทยได้สำรวจและขึ้นบัญชีไว้แล้วกว่า 400,000 หลัง“การมีบ้านเลขที่อย่างเดียวไม่ได้เป็นตั๋วผ่านอัตโนมัติ หากสถานที่นั้นไม่ได้ใช้เป็นบ้านอยู่อาศัยเป็นประจำ หรือถูกใช้เป็นโรงงาน สถานประกอบการ หรือวัด ก็ไม่เข้าเงื่อนไข ส่วนคอนโดมิเนียมก็เช่นเดียวกัน หากแต่ละห้องมีบ้านเลขที่แยกกัน ห้องชุดนั้นสามารถนับเป็นบ้านและได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขได้ ส่วนกรณีคนหนึ่งมีบ้านหลายหลัง หรือมีบ้านที่ปล่อยเช่า หลักไม่ได้ดูว่าคนหนึ่งคนมีสิทธิแค่บ้านเดียว แต่ดูเป็นรายหลังคาเรือน หากบ้านแต่ละหลังมีการอยู่อาศัยเป็นประจำและเข้าเงื่อนไข ก็สามารถแจ้งความเสียหายแยกกันได้”สิ่งที่อยากให้ประชาชนเข้าใจให้ตรงกัน คือ “ประกันบ้าน” ไม่ได้หมายถึงทุกอย่างที่อยู่ใต้หลังคา จะได้รับความคุ้มครองไปด้วย เพราะสิ่งที่คุ้มครองคือ “สิ่งปลูกสร้าง” และสิ่งที่ติดตรึงเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เช่น ตู้บิลต์อิน เฟอร์นิเจอร์ที่ยึดติดกับผนัง วอลเปเปอร์ หรือส่วนประกอบอื่นที่ติดตั้งถาวรกับอาคาร ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ส่วนตัว ต้นไม้ รวมถึงรั้วบ้าน ไม่อยู่ในความคุ้มครองอีกตัวเลขที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็คือ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลัง นั่นคือ “เพดาน” ความคุ้มครอง ไม่ใช่จำนวนเงินเหมาจ่ายให้ทุกบ้าน โดยเงื่อนไขแรก คือ ต้องเป็นความเสียหายจากน้ำท่วม พายุ และแผ่นดินไหว และพื้นที่ต้องได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ จากนั้นจึงพิจารณาว่าบ้านได้รับความเสียหายจริงมากน้อยแค่ไหนกรณีน้ำท่วม หากเข้าเงื่อนไขจะมีการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทก่อน เพื่อให้ประชาชนมีเงินสำหรับบรรเทาความเดือดร้อนโดยไม่ต้องรอให้การประเมินความเสียหายทั้งหมดเสร็จ จากนั้นจึงคำนวณความเสียหายจริงและจ่ายส่วนเพิ่มเติม โดยรวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งหากจ่าย 10,000 บาทแรกไปแล้ว แต่สุดท้ายพบว่าบ้านเสียหายจริงเพียง 5,000 บาท บริษัทประกันจะไม่ตามเรียกเงินที่จ่ายไปเกินกลับคืน“จ่ายแล้วจ่ายเลย เพราะเงิน 10,000 บาทแรกเป็นค่าเสียหายเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือก่อน”สำหรับวาตภัยและแผ่นดินไหว ค่าเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 5,000 บาท ก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินความเสียหายจริง โดยวงเงินรวมยังสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือนเช่นเดียวกันคุ้มครองชีวิตสูงสุด 2 ล้านบาทนอกจากนี้ “ดร.สมพร” กล่าวอีกว่า ที่สำคัญไม่แพ้ความเสียหายต่อทรัพย์สิน คือ กรมธรรม์อุบัติเหตุสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยหากประชาชนสัญชาติไทยเสียชีวิตโดยตรงจากน้ำท่วม พายุ หรือแผ่นดินไหว ในพื้นที่ซึ่งประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ จะได้รับความคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อคนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จะจ่ายให้ทายาทโดยธรรม ส่วนกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะได้รับ 200,000 บาทต่อคน โดยต้องมีการรับรองจากแพทย์ตามหลักเกณฑ์ ความคุ้มครองนี้จำกัดเฉพาะประชาชนสัญชาติไทย จึงไม่ครอบคลุมชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือท่องเที่ยวในประเทศไทยดึง 11 บริษัทร่วมแชร์ความเสี่ยง“นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย” กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 จะไม่เข้าข่าย เพราะกรมธรรม์เริ่มมีผลวันที่ 1 ต.ค. 2569 ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนกรมธรรม์มีผล ไม่สามารถนำมาเรียกร้องย้อนหลังได้ แม้ผลกระทบบางส่วนจะต่อเนื่องข้ามวันที่ 1 ต.ค. ก็ตาม โดยประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเดิมยังสามารถรับความช่วยเหลือผ่านมาตรการเยียวยาของภาครัฐที่มีอยู่ แต่จะเป็นคนละกลไกกับกรมธรรม์ชุดนี้ทั้งนี้ โครงการนี้มีบริษัทประกันวินาศภัยเข้าร่วมรับประกัน 11 แห่ง ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย, บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย, บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)ภัยรุนแรงไม่น่ากลัวเท่าเกิดถี่สิ่งที่จับตามองหลังจากนี้ไม่ได้มีเพียงขนาดของภัยแต่ละครั้ง แต่ “ความถี่” อาจเป็นตัวแปรที่น่ากังวลไม่แพ้กัน โดยในมุมของตลาดประกันภัยต่อจะมองว่าความเสี่ยงภัยพิบัติของประเทศไทยยังไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ“ไทยมีน้ำท่วมเป็นความเสี่ยงหลัก เริ่มมีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวเพิ่มเข้ามา ขณะที่วาตภัยมักกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ แต่ธรรมชาติของภัยกำลังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พูดตรง ๆ มาทีเดียวแรง ๆ ไม่กลัว เท่ามาหลายรอบทีละหน่อย เพราะถ้ามาทีเดียวความเสียหายก้อนใหญ่ก็เข้าสู่ระบบประกันภัยต่อ แต่ถ้ามาทีละรอบ และแต่ละครั้งยังอยู่ในชั้นความเสี่ยงที่เรารับไว้เอง ก็เป็นภาระของระบบประกันภัยในประเทศแต่ละครั้ง” นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยกล่าวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-2075621

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ครั้งแรกในไทย! นิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary” จัดใหญ่กลางอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

05/10/2026

ชวนเที่ยวชมนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary” เปิดพื้นที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลอง 20 ปีของ MOLLY ผ่านภาพสเก็ตช์ ภาพวาด ฟิกเกอร์ และผลงานสำคัญตลอด 20 ปี งานจัดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. - 25 ต.ค. 69ภาพจาก PMCUPMCU ชวน POP MART พา MOLLY มาฉลองครบรอบ 20 ปี กับนิทรรศการครั้งใหญ่กลางอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลอง 20 ปีของ MOLLY ผ่านเรื่องราว ศิลปะ และผู้คน ใจกลางจุฬาฯ และย่านบรรทัดทองภาพจาก PMCUนิทรรศการครั้งนี้ชวนทุกคนย้อนดูเส้นทางของ MOLLY คาแรกเตอร์จากผลงานของ Kenny Wong ผ่านภาพสเก็ตช์ ภาพวาด ฟิกเกอร์ และผลงานสำคัญตลอด 20 ปี รวมถึงงานศิลปะและงานหัตถศิลป์ที่นำเอกลักษณ์ของ MOLLY มาตีความใหม่ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของอุทยาน 100 ปี จุฬาฯภาพจาก PMCUมากกว่าการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของ MOLLY นี่คืออีกก้าวของ PMCU ในการเชื่อม Global Festival และ Global IP เข้ากับพื้นที่จุฬาฯ–บรรทัดทอง เพื่อขยายภาพของบรรทัดทองจากย่านที่ผู้คนรู้จักเรื่องอาหาร ไปสู่ย่านที่เต็มไปด้วย Food, Art, Culture และ Festival และตอกย้ำศักยภาพของบรรทัดทองในฐานะ Street Destination ระดับโลกภาพจาก PMCUเพราะเราอยากให้บรรทัดทองเป็นถนนที่ไม่ได้มีเพียงของอร่อยให้ค้นหา แต่เป็นพื้นที่ที่เรื่องราวและประสบการณ์ระดับโลกสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีภาพจาก PMCUแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000094938

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

ผลพวงฝนตกหนักและเอลนีโญ ดอกไม้บานสะพรั่งกลาง “ทะเลทรายอาตากามา” ที่แห้งแล้งที่สุด

05/10/2026

ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ร่วมกับการมีฝนตกหนัก ทำให้เกิดดอกไม้บานสะพรั่งในพื้นที่ “ทะเลทรายอาตากามา” หนึ่งในทะเลทรายที่ขึ้นชื่อว่าแห้งแล้งที่สุดในโลกภาพ: สำนักข่าวซินหัวทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) ในประเทศชิลี หนึ่งในทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดบนโลก (บางพื้นที่ฝนเฉลี่ยเพียง 1–2 มิลลิเมตรต่อปี) เกิดปรากฏการณ์ดอกไม้บาน“Desierto Florido หรือ Flowering Desert” ซึ่งเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หายากและสวยงามดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่งอวดโฉมในทะเลทรายอาตากามา หลังเกิดฝนตกหนักผิดปกติในช่วงฤดูหนาว ร่วมกับอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้มีดอกไม้เบ่งบานกลางทะเลทรายครั้งใหญ่เมื่อไม่นานนี้ภาพ: สำนักข่าวซินหัวสำหรับปรากฏการณ์หายากนี้ เกิดขึ้นได้จากใต้ดินของผืนทรายมีเมล็ดพืชกว่า 200 สายพันธุ์ หลายชนิดเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่สามารถทนต่อสภาพร้อนแล้งคล้ายการจำศีลอยู่ได้หลายปีหรือหลายสิบปีเมื่อมีฝนตกหนักมากพอในช่วงฤดูหนาว และความชื้นแทรกลงดินลึกพอ เมล็ดเหล่านี้จะงอกและเบ่งบานกลายเป็นพรมดอกไม้หลากสีในช่วงฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกใต้ หรือประมาณเดือนกันยายน–พฤศจิกายนภาพ: สำนักข่าวซินหัวโดยปรากฏการณ์นี้มักเกี่ยวข้องกับเอลนีโญที่ทำให้เกิดฝนตกมากกว่าปกติในภูมิภาคนี้ จึงเคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาบ้างแล้ว และสำหรับในปี 2026 นี้ มีฝนตกหนักผิดปกติในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ที่ผ่านมา ในบริเวณพื้นที่ที่ดอกไม้ปกคลุมซึ่งคาดว่าจะกว้างถึง 15,000–17,000 ตารางกิโลเมตร จึงเริ่มเห็นดอกไม้มากกว่า 200 สายพันธุ์บานสะพรั่งภาพ: สำนักข่าวซินหัวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000096563

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

AIA CONNECT ผงาดคว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที PropertyGuru Thailand Property Awards 2026 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เอไอเอ ประเทศไทย ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์คุณภาพเพื่ออนาคต

02/10/2026

AIA CONNECT (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมโดย เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที PropertyGuru Thailand Property Awards 2026 ครั้งที่ 21 ได้แก่ Best Office Development และ Best Sustainable Commercial Development หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา บนทำเลแห่งศักยภาพ รัชดาภิเษก–พระราม 9 ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนความโดดเด่นด้านการออกแบบและความยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เอไอเอ ประเทศไทย ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์คุณภาพเพื่ออนาคต โดยได้รับเกียรติจากนายอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย ขึ้นรับรางวัล พร้อมเผยถึงการตอบรับจากผู้เช่า AIA CONNECT ที่ดีกว่าคาด โดยคาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานและรีเทลจะแตะ 50% ภายในปี 2570 ด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” ที่ผสานการทำงานเข้ากับคุณภาพชีวิต รองรับการเติบโตขององค์กรยุคใหม่และเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับคำมั่นสัญญา "Healthier, Longer, Better Lives" โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงานใหญ่ AIA Club W Fun(ds) Carnival 2026 ดึง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) และ 7 พันธมิตรการลงทุนระดับโลก เสริมศักยภาพตัวแทน-ลูกค้า ลุยตลาดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)

30/09/2026

เอไอเอ ประเทศไทย ภายใต้โครงการ Club W จัดงานใหญ่ AIA Club W Fun(ds) Carnival 2026 ผนึกกำลัง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด (AIAIMT) และ 7 พันธมิตรการลงทุนชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Capital Group, BlackRock, M&G Investments, Wellington Management, Robeco, GMO และ Allianz Global Investors เพื่ออัปเดตมุมมองเศรษฐกิจ เสริมทัพความรู้ด้านการบริหารความมั่งคั่งผ่านผลิตภัณฑ์ (Unit Linked) ให้แก่พลังตัวแทน ที่ปรึกษาทางการเงิน และลูกค้าคนสำคัญในงานได้รับเกียรติจาก คุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) และ คุณชรีคานท์ ชรีนิวาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการลงทุนธุรกิจยูนิต ลิงค์ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ร่วมด้วยคณะผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณดำรงศักดิ์ ขุนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตัวแทนประกันชีวิต ภูมิภาค 2 คุณสลักจิต นิลประเสริฐศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนช่องทางการขาย คุณพีร พนิตพล ผู้อำนวยการฝ่าย Total Wealth Solution และคุณวรพงษ์ ลีแสนวัฒน ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ช่องทางตัวแทนเข้าร่วมงาน พร้อมได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการลงทุนร่วมกับวิทยากรชั้นนำ โดยงานดังกล่าวขึ้น ณ สยามพิฆฮอลล์ (SiamPic Hall) ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569ภายในงานได้แบ่งเจาะลึก 3 ไฮไลท์การลงทุนสำคัญ ได้แก่:Session 1: Mega Trends & Innovation – เจาะลึกเทรนด์อนาคต โดย Capital Group เผยมุมมอง Industrial Renaissance ที่เติบโตอย่างยั่งยืนเกินกว่ากระแส AI, Robeco ชี้โอกาสใน Smart Energy Evolution จากความต้องการพลังงานของ AI และ Data Center และ GMO เจาะลึกโอกาสจาก AI Enablers ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าSession 2: Investment Insights – ต่อยอดนวัตกรรมการลงทุน โดย BlackRock นำเสนอการใช้ AI และ Big Data ในการบริหารพอร์ต, M&G Investments ชี้บทบาทสำคัญของเอเชียในระบบนิเวศ AI โลก และ Allianz Global Investors แนะกลยุทธ์ลดความผันผวนด้วยการลงทุนก้าวข้ามหุ้นสู่ High Yield และ Convertible BondsSession 3: Markets & Strategy – จัดทัพรับความผันผวน โดย Wellington Management ฉายภาพจุดแข็งเศรษฐกิจสหรัฐฯ (US Exceptionalism) และ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ร่วมแชร์กลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์และการลงทุนอย่างยั่งยืนเพื่อเป้าหมายระยะยาวการจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เอไอเอ ประเทศไทย ในการยกระดับศักยภาพที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมส่งมอบองค์ความรู้ด้านการลงทุนที่ทันสมัย ตลอดจนเครื่องมือที่ช่วยวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถรับมือความท้าทายและสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X