Everyday knowledge for you
ภาษี
24/04/2026
"ทำความเข้าใจความสำคัญของ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ว่าทำไมรัฐบาลต้องจัดเก็บ VAT ข้อดีต่อเศรษฐกิจ ระบบบัญชี และการลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี พร้อมสอดคล้องมาตรฐานสากล"ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถือเป็นภาษีทางอ้อมที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงประเทศไทยเองก็ใช้ระบบภาษีนี้มาช้านาน และถือเป็นแหล่งรายได้หลักที่สำคัญของรัฐบาล บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเหตุผลว่าทำไมการจัดเก็บ VAT ถึงมีความจำเป็น และส่งผลดีต่อทั้งประเทศและผู้ประกอบการอย่างไรบ้าง1. เป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต การนำเข้า ไปจนถึงการขายปลีก เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการจะเรียกเก็บ VAT แล้วนำส่งให้กรมสรรพากร รายได้จาก ภาษี VAT เป็นเงินจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ เช่น การสร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน และการดูแลสวัสดิการสังคม2. กระจายภาระภาษีอย่างทั่วถึงข้อดีของ VAT คือการเป็นภาษีที่เก็บจากการบริโภค ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคทุกคนที่ซื้อสินค้าและบริการจะต้องจ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามอัตราที่กำหนดไว้ ใครบริโภคมากก็เสียมาก ใครบริโภคน้อยก็เสียน้อย ถือเป็นการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรมและกระจายภาระอย่างทั่วถึง ต่างจากภาษีเงินได้ที่เก็บเฉพาะผู้มีรายได้เท่านั้น3. ส่งเสริมระบบบัญชีที่โปร่งใสหนึ่งในประโยชน์ของการมี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือการบังคับให้ผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีและจัดทำบัญชีอย่างถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ และช่วยให้กรมสรรพากรตรวจสอบการจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถขอคืน VAT ที่เกิดจากการซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในกิจการได้อีกด้วย ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ4. ลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีระบบการจัดเก็บ VAT มีลักษณะการเก็บภาษีในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้การหลีกเลี่ยงภาษีทำได้ยาก ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจที่จะออกใบกำกับภาษีเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอคืน VAT ซึ่งช่วยลดช่องว่างของการเลี่ยงภาษี และทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น5. สอดคล้องกับมาตรฐานสากลปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกใช้ระบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีสินค้าและบริการ (GST) เป็นระบบมาตรฐานในการจัดเก็บภาษีจากการบริโภค การที่ประเทศไทยใช้ระบบ VAT จึงถือเป็นการปรับปรุงระบบภาษีให้ทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีที่สำคัญต่อการบริหารประเทศ เพราะเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาล ช่วยกระจายภาระภาษีอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมระบบบัญชีที่โปร่งใส ลดการหลีกเลี่ยงภาษี และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ VAT จะช่วยให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถวางแผนจัดการเรื่องภาษีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์ออนไลน์https://www.thainewsonline.co/news/886352
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันสังคม
24/04/2026
ประกันสังคมแจงคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งจ่ายบำนาญย้อนหลัง 2 เดือน ก่อนเข้า ม.39 และคำนวณใหม่ใช้ฐานเดิม เพิ่ม 1.5% ต่อปี ประกันสังคมย้ำเป็นเคสเฉพาะ ไม่เปลี่ยนหลักเกณฑ์ประกันสังคมชี้แจงการจ่ายบำนาญชราภาพ คำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 สำนักงานประกันสังคมขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในขณะที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว (อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ส่งเงินสมทบ 182 เดือน) ต่อมาอีก 2 เดือน สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และนำส่งเงินสมทบเป็นระยะเวลา 60 เดือนจึงลาออกและมายื่นขอสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพกรณีรายดังกล่าวสำนักงานประกันสังคมได้จ่ายเงินบำนาญชราภาพโดยคำนวณค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายโดยใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 39 เนื่องจากปรากฎข้อเท็จจริงผู้ประกันตนยังไม่เคยขอรับเงินในช่วงออกจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33การพิจารณาของศาลฎีกามีประเด็นข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่าผู้ประกันตนได้ไปติดต่อขอรับเงินบำนาญ ชราภาพแล้ว ประสงค์จะขอยื่นใช้สิทธิรับเงินบำนาญครั้งแรกแล้วแต่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 นำส่งเงินสมทบต่อไปก่อนเพื่อให้ได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ผู้ประกันตนจึงยังไม่ได้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งที่มีสิทธิได้รับแล้วคำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 ให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพโดยให้จ่ายเงินบำนาญในช่วงตั้งแต่ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งมีสิทธิครบตามเงื่อนไขในการรับบำนาญชราภาพแล้วจำนวน 2 เดือน และหยุดจ่ายเมื่อกลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และเมื่อลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้คำนวณเงินบำนาญชราภาพใหม่โดยใช้ฐานค่าจ้างเฉลี่ยเดิมและได้รับอัตราบำนาญเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ของการนำส่งเงินสมทบทุกๆ 12 เดือน ให้แก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลาและอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. 2550ดังนั้นการพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคำนวณประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพของสำนักงานประกันสังคมแต่อย่างไร แต่เป็นการพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะรายบุคคล ซึ่งกรณีนี้ที่เกิดจากการสื่อสาร ทำความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกันตนที่คลาดเคลื่อน อีกทั้งหากมีข้อเท็จจริงแตกต่างกันผลของคดีย่อมแตกต่างกันไปได้ ยังไม่อาจนำมาเป็นแนวทางการวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมได้สำนักงานฯ ได้กำชับและแจ้งเวียนแนวปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ประกันสังคมให้สื่อสารทำความเข้าใจสิทธิที่ถูกต้อง ครบถ้วน ให้ผู้ประกันตนเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากการสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้ผู้ประกันตนรับทราบอย่างชัดเจน เมื่อผู้ประกันตนได้รับทราบข้อมูลแล้ว การตัดสินใจจะสมัครหรือไม่สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เป็นสิทธิของผู้ประกันตนซึ่งอาจมีความจำเป็นที่แตกต่างกันในแต่ละคนสำหรับกรณีผู้ประกันตนที่สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 หลังออกจากงานและอายุไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ ยังไม่มีสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพ แล้วสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เมื่อผู้ประกันตนลาออกและยื่นขอรับสิทธิบำนาญชราภาพ สำนักงานฯ จะคำนวณเงินบำนาญชราภาพตามฐานค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของสำนักงานประกันสังคมแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/274010
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
24/04/2026
Maekdo Ecological Park“พ็อตก็อต” ไม่ได้มีดีแค่ถ่ายรูป เทรนด์ “เที่ยวฮีลใจ” ดัน "เกาหลี" ขึ้นลิสต์ปลายทางยอดนิยมหลายคนอาจมองว่าการไปชม Cherry Blossom หรือ “พ็อตก็อต” (Beot-kkot) คือ “ทริปถ่ายรูป” แต่ในมุมของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ การเดินทางลักษณะนี้กำลังสะท้อนเทรนด์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “Wellness Travel” หรือการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจงานวิจัยด้านจิตวิทยาระบุว่า สีโทนพาสเทลอย่างสีชมพูของพ็อตก็อต สามารถช่วยลดความเครียดและกระตุ้นความรู้สึกผ่อนคลายได้จริง ทำให้การเดินทางไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็น “การรีเซ็ตอารมณ์” ในรูปแบบที่จับต้องได้ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของประสบการณ์” มากขึ้น โดยเฉพาะทริปที่ผสานทั้งการท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ และการใช้เวลาอยู่กับตัวเองGamcheon Culture VillageGamcheon Culture Villageจาก “ดูดอกไม้” สู่ “ดูแลใจ”หนึ่งในปลายทางที่สะท้อนเทรนด์นี้ได้ชัดคือ เมืองปูซานและคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงจุดชมพ็อตก็อตยอดนิยม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตที่ช้าลงปูซาน: เมืองที่เติมพลังผ่านสีและจังหวะชีวิตGamcheon Culture Village (หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน) หมู่บ้านสีพาสเทลที่ตัดกับพ็อตก็อต ช่วยสร้างความรู้สึกสดใสและกระปรี้กระเปร่า เหมาะสำหรับการ “รีเซ็ตอารมณ์” อย่างรวดเร็วMaekdo Ecological ParkMaekdo Ecological Park (อุทยานเชิงนิเวศแมคโด) อุโมงค์ซากุระที่เงียบสงบ เหมาะกับการเดินช้า ๆ ปล่อยใจให้พักจากความเร่งรีบของชีวิตเมืองDaereungwon Tomb ComplexDaereungwon Tomb Complexคยองจู: ความสงบที่ทำให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้นDaereungwon Tomb Complex (คอมเพล็กซ์สุสานโบราณแทรึงวอน) พื้นที่สีเขียวเรียบง่ายตัดกับพ็อตก็อต สะท้อนความงามของกาลเวลาและการใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบBulguksa TempleBulguksa TempleBulguksa Temple (วัดพุลกุกซา) สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้สึกสงบและมั่นคง เหมาะกับการพักใจBomunho Lake (ทะเลสาบโพมุนโฮ) เส้นทางรอบทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยพ็อตก็อต ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้อย่างเป็นธรรมชาติBulguksa Temple“วิ่ง–เที่ยว–ฮีลใจ” เทรนด์ใหม่ของนักเดินทางในช่วงเดียวกัน เมืองคยองจูยังเป็นเจ้าภาพงาน “Gyeongju Cherry Blossom Marathon” ที่ดึงดูดนักวิ่งจากทั่วโลก สะท้อนเทรนด์ “Active + Wellness Travel” ที่ผู้คนต้องการทั้งสุขภาพและประสบการณ์ในทริปเดียว การเดินทางจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อน แต่กลายเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงทั้งร่างกาย จิตใจ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สำหรับสายวิ่งในเดือนตุลาคมนี้เตรียมวางแผนสัมผัสสีสันของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับงานวิ่งนานาชาติที่ เกาะเจจู สาธารณรัฐเกาหลีBulguksa Templeเมื่อการท่องเที่ยวคือการลงทุนกับความรู้สึกการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ “จุดหมายปลายทาง” ไม่ได้แข่งขันกันแค่ความสวยงาม แต่แข่งขันกันที่ “ความรู้สึก” ที่นักท่องเที่ยวได้รับกลับไป ผู้บริโภคยุคใหม่จึงยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง การได้อยู่กับธรรมชาติ หรือการได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างมีคุณภาพเคทีซีมองว่าเทรนด์ดังกล่าวจะยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเดินทางในรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและความหมายของประสบการณ์ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่ “ไปให้ถึง” แต่เป็น “การได้กลับมารู้สึกดีอีกครั้ง”แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000037714
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
24/04/2026
• มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยจะจัดแสดงถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 • ผลงานศิลปะจากศิลปินไทยและนานาชาติถูกจัดแสดงในพื้นที่จริงกว่า 20 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต เพื่อผสานศิลปะเข้ากับบริบทของเมืองและธรรมชาติ • นิทรรศการนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมระดับนานาชาติลมร้อนของเดือนเมษายนอาจชวนให้หลายคนนึกถึงการพักผ่อนริมชายหาด แต่สำหรับภูเก็ตในปีนี้ บรรยากาศของเมืองกลับอบอวลไปด้วยมวลของความคิดสร้างสรรค์ที่ลุ่มลึกกว่านั้น มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างเป็นทางการแล้ว นี่คือห้วงเวลาสำคัญที่เราจะได้เห็นภูเก็ตสลัดภาพจำของเมืองท่องเที่ยวตากอากาศ เพื่อสวมบทบาทใหม่ในการเป็นพื้นที่แห่งศิลปะร่วมสมัย พื้นที่ของการตั้งคำถาม และการเรียนรู้ร่วมกัน ภายใต้แนวคิดหลักที่ชวนขบคิดอย่าง “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal [Kalpa]) ก่อนที่งานทั้งหมดจะรูดม่านปิดฉากลงในวันที่ 30 เมษายน 2569 นี้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เทศกาลนี้ไม่ได้จำกัดงานศิลปะให้อยู่แค่ในแกลเลอรีสี่เหลี่ยม แต่ศิลปินทั้งไทยและต่างชาติได้เปลี่ยนเกาะภูเก็ตให้กลายเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ และนี่คือพิกัดสำคัญกว่า 20 จุดทั่วทั้งเกาะ ซึ่งถูกร้อยเรียงไว้ใน 3 เส้นทางหลักที่ผู้รักศิลปะและนักเดินทางไม่ควรพลาด • เมืองเก่าเล่าใหม่ ศิลปะในจังหวะชีวิตชุมชนการเดินทางเพื่อทำความเข้าใจคำว่า "นิรันดร์ [กัลป์]" เริ่มต้นได้ดีที่สุดในย่านเมืองเก่าและใจกลางเมืองภูเก็ต ในเส้นทาง Heritage & City Vibes นี้ ผลงานศิลปะแบบเฉพาะพื้นที่ (site-specific) ไม่ได้ทำตัวแปลกแยกออกจากบริบทแวดล้อม แต่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่และถนนสายมรดกอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ชมจะได้สัมผัสงานศิลปะในสถานที่ซึ่งมีความหมายทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็น หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต, โรงหนังเพิร์ล, เพิร์ลโบว์ล, ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ, บ้านเทอร์เทิลภูเก็ต, หยี่เต้งคอมเพล็กซ์, ดีซี ภูเก็ตทาวน์ และศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยพื้นที่เหล่านี้ถูกตีความใหม่ผ่านสายตาของศิลปินร่วมสมัยระดับแนวหน้า เราจะได้เห็นผลงานอันทรงพลังของ เมลาติ ซูร์โยดาร์โม, โอ๊ต มณเฑียร และ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ที่เนรมิตให้พื้นที่โรงหนังเพิร์ลมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่ ทาลอย ฮาวินี และ อู๋ เจิง ได้ฝากร่องรอยไว้ที่ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ ส่วน ปรัชญา พิณทอง เลือกสื่อสารผ่านพื้นที่หยี่เต้งคอมเพล็กซ์ ร่วมด้วยงานของ ริวเอะ นิชิซาวะ ณ หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต และผลงานของ อารยา ราษฎร์จำเริญสุข ณ ดีซี ภูเก็ตทาวน์ ทุกชิ้นงานบนเส้นทางนี้ล้วนชวนให้เรามองประวัติศาสตร์ของย่านเมืองเก่าด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม • ศิลปะนอกเมือง บทสนทนาลึกซึ้งระหว่างมนุษย์และธรรมชาติเมื่อขยับขยายเส้นทางออกจากความวุ่นวายของตัวเมือง เส้นทาง Beyond the City, where Art Meets Nature จะพาเราเข้าไปสำรวจภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและพื้นที่ชุมชนรอบนอก งานศิลปะในเส้นทางนี้หยั่งรากลึกลงไปในวัฒนธรรมท้องถิ่น ระบบนิเวศ และรอยต่อระหว่างวิถีชีวิตมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม สถานที่จัดแสดงล้วนมีเรื่องราวเฉพาะตัวและสะท้อนบริบทของภูเก็ตได้อย่างเฉียบคม อาทิ โรงแรมเมลโล พิลโล, บ้านหลังแรกของหลวงอำนาจนรารักษ์, ศาลเจ้ากะทู้, สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ (โรงเหล้าเก่า), เหมืองเจ้าฟ้า และจุดชมวิวระดับประเทศอย่างแหลมพรหมเทพศิลปินได้เปิดบทสนทนาระหว่างศิลปะและบริบทแวดล้อมได้อย่างน่าทึ่ง ไฮไลต์ที่ต้องไปเยือนคือผลงานของ แอนดรูว์ โธมัส หวง ที่ศาลเจ้ากะทู้ และงานของ ลุอานา วิทรา บริเวณสวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ ซึ่งอดีตเคยเป็นโรงเหล้าเก่า รวมไปถึงการนำเสนอของ ทุย เทียน เหงียน ณ โรงแรมเมลโล พิลโล และผลงานชวนตั้งคำถามของ โนแลน ออสวอลด์ เดนนิส ที่ยืนหยัดเผชิญหน้ากับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ณ แหลมพรหมเทพ • ชุบชีวิตมรดกความทรงจำอีกหนึ่งมิติอันเฉียบคมของเทศกาลครั้งนี้ คือเส้นทาง Heritage Reimagined ซึ่งชวนเราไปสำรวจร่องรอยของอดีต ทั้งอาคารเก่า พื้นที่ริมทะเล และภูมิทัศน์ที่เคยมีความหมายอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์เมือง ศิลปินได้จับเอาความทรงจำเหล่านี้มาตีความใหม่ เชื่อมโยงอดีตเข้ากับจินตนาการแห่งปัจจุบัน ผ่านจุดจัดแสดงสำคัญอย่าง สวนสาธารณะสะพานหิน, อุโมงค์ป่าโกงกางสะพานหิน, อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง, อาคารพูนผลพลาซ่า, อาคารเบจ และจุดชมวิวเขารังพื้นที่แห่งกาลเวลาเหล่านี้ถูกเติมเต็มด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ นำโดย ริวอิจิ ซากาโมโตะ และ ชิโระ ทาคะทานิ ที่สร้างสรรค์งาน ณ อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง งานของ ปิตุพงษ์ เชาวกุล และ เมแกน โคป ที่สวนสาธารณะสะพานหิน ผลงานของ เอจิ ซูมิ บริเวณอุโมงค์ป่าโกงกางสะพานหิน การนำเสนอของ ไฉ้ หมิงเลี่ยง และ เจิ้ง มาเลอร์ ณ อาคารพูนผลพลาซ่า และงานของ อิบราฮิม มาฮามะ ที่จัดวาง ณ จุดชมวิวเขารัง ซึ่งทั้งหมดร่วมกันขยายความหมายของมรดกและกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ • ยิ่งกว่านิทรรศการ คือการสลักร่องรอยไว้ให้เมืองนัยสำคัญของการจัด Thailand Biennale, Phuket 2025 ไม่ได้หยุดอยู่แค่การดึงศิลปินระดับโลกมาจัดแสดงงาน แต่คือการสร้างนิเวศทางศิลปะระยะยาวให้แก่ประเทศ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ความน่าจดจำของงานนี้อยู่ที่การเปิดพื้นที่ใหม่ให้ภูเก็ตถูกมองผ่านสายตาอีกแบบหนึ่ง เป็นพื้นที่ที่ศิลปะเชื่อมต่อกับเมือง ชุมชน ธรรมชาติ และผู้คนได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นกับทั้งชาวภูเก็ตและนักเดินทางผู้มาเยือนเทศกาลนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสลัดภาพจำเดิมๆ ของภูเก็ต และผลักดันให้ก้าวไปสู่การเป็น "จุดหมายปลายทางทางศิลปะและวัฒนธรรมระดับนานาชาติ" ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ที่ริเริ่มจัดมหกรรมศิลปะในรูปแบบ 'เบียนนาเล่' (การแสดงศิลปะสองปีครั้ง) หมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่กระบี่ในปี 2561, โคราชในปี 2564, เชียงรายในปี 2566 และล่าสุดที่ภูเก็ตในปี 2568 นี้ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการในแวดวงศิลปะร่วมสมัยไทยและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัฒนธรรมท้องถิ่น • โค้งสุดท้าย ก่อนประสบการณ์จะกลายเป็นความทรงจำเสน่ห์ที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ของงานศิลปะแบบเฉพาะพื้นที่ (site-specific) ใน Thailand Biennale ครั้งนี้ คือความหมายที่ลึกซึ้งเมื่อเราได้ไปยืนสัมผัสอยู่ ณ พื้นที่จริง ในช่วงเวลาจริง เมื่อถึงกำหนดสิ้นสุดเทศกาล ประสบการณ์หลายอย่าง ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างชิ้นงานกับบริบทแวดล้อม หรือความรู้สึกขณะเดินหลงเข้าไปในตรอกซอกซอยของเกาะภูเก็ตเพื่อค้นหางานศิลปะ อาจถ่ายทอดหรือสร้างซ้ำให้เหมือนเดิมไม่ได้อีกช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของเทศกาลนี้จึงเป็นดั่งหมุดหมายเวลาสำคัญที่เราควรออกเดินทางไปพบกับหน้าประวัติศาสตร์ของวงการศิลปะร่วมสมัยไทย ไปสัมผัสกับอีกแง่มุมหนึ่งของเกาะภูเก็ตก่อนที่นิทรรศการระดับโลกนี้จะกลายเป็นเพียงความทรงจำอันงดงามงาน Thailand Biennale, Phuket 2025 จัดแสดงไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ตามจุดจัดแสดง 20 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่า สะพานหิน เมืองกะทู้ หรือแหลมพรหมเทพ ดูพิกัดแผนที่จุดจัดงานหลักได้ที่ลิงก์แผนที่ของนิทรรศการ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อวางแผนการเดินทางได้ที่เว็บไซต์ www.thailandbiennale.org หรือ Facebook: Thailand Biennale และ Instagram: thailand_biennaleแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1229959
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
22/04/2026
เมืองเทรนชิน (Trenčín) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศสโลวาเกีย เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยในปีนี้ “เทรนชิน” ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสอง “เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปในปี 2026” คู่กับ “เมืองโอวลู” (Oulu) ประเทศฟินแลนด์Photo: https://visit.trencin.sk/en“เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปในปี 2026” ได้แก่ “โอวลู” ของฟินแลนด์ คู่กับ “เทรนชิน” (Trenčín) ในประเทศสโลวาเกีย ถือเป็นเมืองในโครงการ European Capital of Culture ทั้งสองแห่งเทรนชินตั้งอยู่ห่างจากกรุงบราติสลาวา เมืองหลวงของประเทศ ราว 1 ชั่วโมง 15 นาที โดยตลอดปี 2026 เมืองได้วางแผนกิจกรรมมากมายภายใต้แนวคิดหลักคือ “ความอยากรู้” (curiosity) ทีมผู้จัดโครงการระบุว่า เป้าหมายคือการ “สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดสะพานเชื่อมโยงระหว่างผู้คน ระหว่างอดีตกับอนาคต และระหว่างจินตนาการกับความเป็นจริง”สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปเยือน นี่คือไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดตลอดปี 2026Photo: https://visit.trencin.sk/enปราสาทเทรนชิน สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมือง จะถูกแปลงโฉมให้เป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัย โดยจะมีนิทรรศการ 3 ชุด หนึ่งในนั้นคือ The Well of Love ซึ่งหยิบยกตำนานของชายชาวตุรกีชื่อโอมาร์ ผู้ซึ่งเชื่อกันว่าได้ขุดหินในปราสาทเพื่อช่วยคนรักนามฟาติมาที่ถูกคุมขัง มาถ่ายทอดใหม่ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ใช้แสง เสียง และโฮโลแกรมในเดือนเมษายน เทศกาล Light Art Festival จะกลับมาอีกครั้ง โดยมีงานจัดวางแสงไฟกระจายทั่วเมืองเป็นเวลา 2 วัน ขณะที่เดือนกรกฎาคมจะเป็นคิวของ Splanekor กิจกรรมสุดแปลกที่เรือทำมือจะล่องไปตามแม่น้ำวาห์ (Váh) รวมทั้งมีอีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญคือ Garage เทศกาลดนตรีที่เน้นศิลปินหน้าใหม่จากสโลวาเกียต่อเนื่องในเดือนกันยายนเมืองจะเฉลิมฉลองการปรับปรุงสะพานรถไฟเก่าให้กลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรม ด้วยเทศกาล Fiesta Bridge Festival ก่อนจะปิดท้ายด้วย Altofest ในเดือนตุลาคม ซึ่งจะมีการแสดงศิลปะและการแสดงสดภายในบ้านของชาวเมืองทั่วทั้งเทรนชินข้อมูลเพิ่มเติม https://visit.trencin.sk/en/homepage/Photo: https://visit.trencin.sk/enแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000032534
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
22/04/2026
• ศิลปิน เปรม บัวชุม ร่วมมือกับแบรนด์เครื่องหอมไทย ปัญญ์ปุริ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจาก "ริมผ้า" ซึ่งเป็นขยะเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ • ผลงานไฮไลต์ 3 ชิ้นในนิทรรศการ "The Garden in Motion" ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นเครื่องหอมของปัญญ์ปุริ ได้แก่ ดอกมิโมซ่า ดอกมะลิ และดอกบัว • แนวคิดหลักของผลงานคือการสร้างมูลค่าเพิ่มและคืนชีวิตใหม่ให้ขยะอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ย่อยสลายยาก ให้กลายเป็นศิลปะบนผนังเพื่อยืดอายุการใช้งานผลงานศิลปะที่เห็นแขวนอยู่บนผนังเหล่านี้...ส่วนตัวผู้เขียนดูแล้วเหมือนภาพหมู่มวลดอกไม้และทุ่งหญ้ากำลังพลิ้วยอดไปตามแรงลม ผลงานเหล่านี้ไม่ใช่งานจิตรกรรม แต่เป็นลายเซ็นของ เปรม บัวชุม อายุ 27 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ (วิชาเอกสิ่งทอ) คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ศิลปินรุ่นใหม่ที่นำ ริมผ้า (Selvage) ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้-เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สุดท้ายกลายเป็น ขยะ มาเชื่อมโยงกับ งานฝีมือ อันประณีต จัดแสดงให้ชมในนิทรรศการชื่อ The Garden in Motion ณ เจริญนคร ฮอลล์ ไอคอนสยามโดยมี 3 ภาพไฮไลต์ที่ศิลปินใช้เครื่องหอมกลิ่นดอกมิโมซ่า ดอกมะลิ และดอกบัว ของ ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) แบรนด์เครื่องหอมไทยที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในระดับสากล มาเป็นแรงบันดาลใจณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ และ เปรม บัวชุม (ภาพ : ไอคอนสยาม) • จับคู่ศิลปินอิสระกับแบรนด์ไทยระดับ Global“เราเน้นไปที่กลุ่มนักศึกษาและศิลปินคลื่นลูกใหม่ (Emerging Artists) ที่ยังไม่มีพื้นที่หรือแพลตฟอร์มในการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม” ณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ Head of Business Relations and Art Community บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงการร่วมงานกับ เปรม บัวชุม ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้จากนั้นใช้วิธีการจับคู่ (Matching) ศิลปินกับแบรนด์ไทยระดับสากล (Global Thai Product) เพื่อใช้ชื่อเสียงของแบรนด์เป็น สปริงบอร์ด (Springboard) ในการสร้างคอนเทนต์และช่วยให้คนรู้จักผลงานของศิลปินมากขึ้น เนื่องจากแบรนด์เหล่านี้มีภาพลักษณ์สะท้อนความเป็นไทยที่ชัดเจนในระดับสากล ขณะเดียวกันก็เพิ่มการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ด้วยมุมมองจากงานศิลปะ“มีการหารือกับผู้บริหารของปัญญ์ปุริเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นไอความเป็นไทยหรือกลิ่นใหม่ๆ ที่จะออกในช่วงเทศกาลสงกรานต์มาเป็นโจทย์ให้ศิลปินออกแบบผลงานชิ้นใหม่ คุณเปรมก็ได้ออกแบบผลงานชิ้นใหม่รวม 3 ชิ้น”นอกจากศิลปินได้ร่วมงานกับแบรนด์ไทยระดับสากล ไอคอนสยามยังมอบ ‘เจริญนคร ฮอลล์’ ให้เป็นพื้นที่แสดงงาน พื้นที่นี้มีความสำคัญ (High Prime Area) และมีผู้เข้าชม (Global Visitor) จำนวนมากถึงหลักแสนคนต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้ศิลปินมีโอกาสต่อยอดไปสู่การขายผลงานได้จริง“เราหวังว่าพื้นที่ตรงนี้จะสนับสนุนให้ศิลปินอิสระสามารถผลิตผลงานและต่อยอดไปสู่การซื้อผลงานของเขาได้จริง นอกเหนือไปจากการจัดแสดงผลงานเพื่อความสวยงามเท่านั้น” ณัฐวุฒิ กล่าวผลงาน ‘ละอองความทรงจำ : มนต์สะกดแห่งมิโมซ่า’ และเครื่องหอมจากกลิ่นดอกไม้มิโมซ่าของปัญญ์ปุริริมผ้าโทนสีเหลืองและริมผ้าผสมกากเพชร กลายเป็นผลงานศิลปะ • ศิลปะบรรจบกลิ่นหอมผลงานไฮไลต์ชิ้นแรกที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจสำคัญที่ล้อไปกับโลกแห่งเครื่องหอมจากกลิ่นดอกไม้ 3 ชนิดของแบรนด์ปัญญ์ปุริ ได้แก่ ละอองความทรงจำ : มนต์สะกดแห่งมิโมซ่า (Whispering Memory – Mimosa, 2026) ขนาด 165 x 105 เซนติเมตรเปรมประทับใจในเสน่ห์เกสรเล็กๆ ของดอกมิโมซ่าที่เป็นพุ่ม และความโปร่งแสงของกลีบดอกสีเหลืองบอบบางเมื่อกระทบแสงแดด จึงเลือกใช้ริมผ้าโทนสีเหลืองที่มีความแวววาวหรือกากเพชร (Glitter) มาสร้างมิติให้ดูเหมือนดอกมิโมซ่าที่กำลังร่วงหล่นอย่างแผ่วเบาไฮไลต์ชิ้นที่สอง ลมหายใจเหนือน้ำนิ่ง : สัมผัสบริสุทธิ์แห่งมะลิ (Breath off Still Water – Jasmine, 2026) ขนาด 125 x 95 เซนติเมตรศิลปินจำลองภาพทุ่งดอกมะลิที่มีทั้งดอกบานและดอกตูม โดยใช้ริมผ้าสีขาวแทนสีดอกมะลิตัดกับริมผ้าสีเขียวแทนใบไม้ภายใต้แสงสว่าง ผลงานชิ้นนี้เน้นความรู้สึกที่เหมือนภาพหยุดนิ่ง (Still life) แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวเมื่อมีลมพัดผ่านเส้นด้ายผลงาน ‘ลมหายใจเหนือน้ำนิ่ง : สัมผัสบริสุทธิ์แห่งมะลิ’ผลงาน ‘หลังลมพัดผ่าน : ลำนำบัวหลวงกลางความสงัด’ไฮไลต์ชิ้นที่สาม หลังลมพัดผ่าน : ลำนำบัวหลวงกลางความสงัด (After the Wind – Lotus, 2026) ขนาด 125 x 95 เซนติเมตร ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นดอกบัวและภาพวาดสไตล์ Impressionist ของ Claude Monet โดยถ่ายทอดเป็นภาพบึงบัวที่มีดอกบัวและดอกไม้เกิดขึ้นในบึงน้ำตามฤดูกาลต่างๆที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ เปรมบอกว่าเหตุที่วัสดุแต่ละภาพดูเหมือนลู่ไปกระแสลม เกิดจาก การปัดด้วยแปรง ด้วยมือของเขาเอง ดังนั้นผู้ซื้อผลงานไปสามารถใช้แปรงปัดได้เอง อยากให้ดอกไม้ลู่ไปในทิศทางแบบใดก็ปัดได้ตามใจชอบหรือถ้าติดตั้งผลงานไว้ในตำแหน่งที่มีลมธรรมชาติพัดผ่าน ภาพที่เห็นในแต่ละวันหรือแต่ละช่วงเวลาก็อาจไม่เหมือนเดิมผลงาน ‘ปฐมบทแห่งความอุดมสมบูรณ์ : ลำนำพฤกษา ขุนเขา และสายน้ำ’ริมผ้าที่ใช้สร้างสรรค์ผลงาน ปฐมบทแห่งความอุดมสมบูรณ์ฯในนิทรรศการThe Garden in Motion ยังมีผลงานน่าทึ่งอีกหลายชิ้นที่ศิลปินได้แรงบันดาลใจหลักจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาทิ ปฐมบทแห่งความอุดมสมบูรณ์ : ลำนำพฤกษา ขุนเขา และสายน้ำ (The Symphony of Abundance, 2026) ขนาด 105 x 325 เซนติเมตรศิลปินนำความทรงจำจากการไปเที่ยวดอยที่เชียงใหม่มาสร้างสรรค์ โดยใช้สีม่วงสื่อถึงดอกลาเวนเดอร์ และสีเหลืองสื่อถึงดอกทานตะวัน เพื่อจำลองภาพทุ่งดอกไม้หลากสีที่เบ่งบานอย่างทรงพลังท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาอันสงบนิ่งและท้องฟ้าที่ทอประกาย • ริมผ้าอุตสาหกรรม x ฝีมือชาวบ้านบางที ‘ความบังเอิญ’ ก็นำมาซึ่งผลงานใหม่ เช่น ‘ศิลปะจัดวาง’ ในนิทรรศการนี้ที่เกิดจากการค้นพบเทคนิคใหม่โดยบังเอิญสำหรับเศษผ้าที่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะนำมาใช้บนเฟรมผ้าใบ ศิลปินได้นำไปให้ชาวบ้านช่วยทอด้วยเทคนิคดั้งเดิมของชุมชน ทำให้เกิด “เอฟเฟกต์” ที่ไม่ได้ตั้งใจเอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญของกลุ่มช่างทอผ้าคือเมื่อชาวบ้านตัดเศษผ้าเพื่อให้พุ่งกระสวยได้ง่ายขึ้น จะเกิดริมผ้าที่ทิ้งตัวลงมาดูคล้ายกับ ดอกไม้ที่กำลังร่วงโรย หรือดูเป็น พวงมาลัย ก็ได้ เป็นรูปทรง (form) ใหม่ ที่ศิลปินนำมาต่อยอดเป็นงานศิลปะ โดยทำงานร่วมกับกลุ่มช่างทอในจังหวัดสุรินทร์ (บ้านเกิดของศิลปิน), ร้อยเอ็ด และ ขอนแก่นการใช้ทักษะฝีมือการทอผ้าของชาวบ้านผสมผสานกับการออกแบบและการจัดลำดับสีของศิลปิน เกิดเป็นชิ้นงานที่มีผู้สนใจซื้อไปเป็นของประดับตกแต่งสถานที่ ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการสร้างสรรค์ผลงานที่ได้มาตรฐานตามที่ต้องการThe Dawn of Living Remnants, 2026ผลงานศิลปะจัดวางอีกชิ้นคือการนำผลงานที่ศิลปินเคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากโครงการ RECO Young Designer การประกวดแฟชั่นดีไซน์อัพไซคลิ่ง ปี 2563 จัดโดยบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เป็นการออกแบบชุดโอกูตูร์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลไม่น้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ผลงานที่ชนะคือชุดในคอลเลกชัน The Origin of Reverse ‘เปรม’ ใช้แนวคิดเรื่องบิ๊กแบง (Big Bang) หรือการระเบิดจากภายในเพื่อสื่อถึงการเกิดใหม่ โดยออกแบบให้มีรูปทรงเหมือนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งศิลปินนำชุดที่ได้รับรางวัลดังกล่าวซึ่งเป็นชุดแนว Conceptual ใส่ไม่ได้จริงในชีวิตประจำวัน มาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดวางใหม่ (Installation) โดยจับวัสดุตั้งขึ้นเพื่อให้ดูสวยงามและเข้ากับพื้นที่จัดแสดง จนบางครั้งผู้ชมอาจดูไม่ออกว่าเคยเป็นชุดมาก่อน เรียกผลงานนี้ว่า The Dawn of Living Remnants, 2026 • ทุ่งดอกไม้ในจินตนาการเปรมเล่าถึงแนวคิดการนำเศษผ้า (ริมผ้า) ที่ถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอการรีไซเคิลมาใช้ประโยชน์ว่า เนื่องจากกระบวนการรีไซเคิลปกติต้องใช้ปริมาณมหาศาลจึงจะคุ้มทุน ซึ่งเป็นการร่วมงานกันกับโรงงานทอผ้าเจ้าของแบรนด์ One More Thing ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอที่ไม่เหมือนผ้าพิมพ์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์แบรนด์ One More Thingผลงาน 'Mint Bloom Melody, 2026'การทำงานศิลปะลักษณะนี้ของเขาเริ่มจาก คัดแยกตามขนาด (สั้น-ยาว, เล็ก-ใหญ่) และ คัดแยกตามกลุ่มสี เพื่อประเมินว่ามีปริมาณวัสดุเพียงพอที่จะสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นหรือไม่"สิ่งที่เราทำคล้ายกับการ คัดแยกขยะ โดยนำริมผ้ามาจัดแบ่งเป็น กลุ่มโทนสีต่างๆ และแยกประเภทพิเศษไว้ต่างหาก เช่น กลุ่มที่มีความแวววาวหรือมีกากเพชรขั้นตอนสำคัญคือการตรวจสอบ สีแต่ละกลุ่มมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัสดุเพียงพอสำหรับสร้างสรรค์ผลงานในขนาดที่ต้องการ จากนั้นเป็นการ จับคู่สีกับจินตนาการ เราจะเปรียบเทียบวัสดุที่มีอยู่ในมือกับภาพในหัวว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้" เปรม กล่าวด้วยว่าความท้าทายของงานศิลปะลักษณะนี้คือ ความไม่แน่นอน เนื่องจากเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้ง จึงไม่สามารถสั่งซื้อเหมือนสั่งซื้อสีวาดภาพทั่วไปที่ต้องการเมื่อใดก็ซื้อเพิ่มได้เมื่อริมผ้าหมด ก็ต้องปรับเปลี่ยนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ เช่น นำสีอื่นมาแทรก ยอมให้พื้นที่ของสีนั้นน้อยลงกว่าที่ตั้งใจไว้แต่แรก ไปจนถึงสเก็ตช์ภาพขึ้นใหม่ในหัว • จากริมผ้าสู่ผืนศิลป์ศิลปินมองว่าการนำ ริมผ้า ซึ่งเป็นเศษวัสดุหรือ “ขยะอุตสาหกรรมสิ่งทอ” มาทำเป็นงานศิลปะ ควรเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่ม ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มักเป็นใยสังเคราะห์ที่ไม่ใช่ธรรมชาติ มีอายุการใช้งานนานและย่อยสลายยาก “การนำมาทำเป็นงานศิลปะติดตั้งบนผนังจะช่วยให้วัสดุเหล่านี้มีชีวิตอยู่ต่อได้อีก 10-20 ปี แทนที่จะถูกทิ้งไว้ในกองขยะหรือรอการนำไปรีไซเคิลซึ่งต้องใช้ปริมาณมากและกระบวนการที่ซับซ้อน” เปรมกล่าวและว่า เหตุที่เขาเลือกถ่ายทอดผลงานเป็น ‘ภาพธรรมชาติ’ มีเหตุผลหลายประการ • ความสอดคล้องของวัสดุ: เศษผ้าหรือ ‘ริมผ้า’ มีคุณสมบัติ 'เบาและพลิ้วไหว' จึงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะนำมาถ่ายทอดเป็นสิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติ เช่น เส้นด้ายที่เคลื่อนไหวได้เมื่อมีลมพัดจะให้ความรู้สึกเหมือนหญ้าที่เอนไหวตามลม • เข้าใจง่ายและกระตุ้นจินตนาการ: ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไป 'เข้าใจได้ง่าย' ศิลปินจึงใช้ภาพธรรมชาติเป็นเหมือนพื้นที่ว่าง (Space) ให้ผู้ชมได้เติมเต็มจินตนาการของตนเองว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ทิวทัศน์ หรือสัตว์ป่า โดยไม่ได้กำหนดตายตัว • สร้างพื้นที่แห่งความสุขและการพักผ่อน: ศิลปินต้องการให้งานศิลปะช่วย จรรโลงใจ และเป็นพื้นที่ให้ผู้ชมได้ 'พักผ่อนจากความเครียด' โดยการดึงเอาความทรงจำจากการไปท่องเที่ยวธรรมชาติมาสร้างเป็นผลงานเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้มองภาพเหล่านี้ในบ้าน • ธรรมชาติคือจุดเริ่มต้น: ในมุมมองของศิลปิน 'ธรรมชาติคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง' การนำเสนอจุดเริ่มต้นที่สวยงามผ่านแสง สี กลิ่น และการเคลื่อนไหว จะช่วยให้คนที่พบเห็นรู้สึกมีความสุขเปรม บัวชุม กับผลงาน ‘ละอองความทรงจำ : มนต์สะกดแห่งมิโมซ่า’ และเครื่องหอมจากกลิ่นดอกไม้มิโมซ่าของปัญญ์ปุริ (ภาพ : ไอคอนสยาม)“ที่สำคัญ หากเราไม่ใส่ใจกับธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม อนาคตเราอาจเห็นธรรมชาติจากเศษผ้าก็เป็นได้” เปรมอยากฝากไว้ให้ช่วยกันคิดนิทรรศการ The Garden in Motion จัดแสดงวันนี้ถึง 30 เมษายน 2569 ตรวจสอบราคาภาพได้ที่จุดแสดงงานแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1228455
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
22/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา เทียนถาวร (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล นางสาวชลิดา นครชัย (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และ นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ พร้อมคณะผู้บริหาร จัดแคมเปญเพื่อสังคม “SHARE HER MONTH” ภายใต้แนวคิด “Give to Gain: ให้เพื่อได้รับ” เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” ผ่านการขับเคลื่อนด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (ESG) และหลักการ DEIB ได้แก่ ความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equity) การมีส่วนร่วม (Inclusion) และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging) อย่างเป็นรูปธรรมภายในงานได้รับเกียรติจากนางสาวเพชรรุ้ง นิ่มนคร (กลาง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางรัก และ นายสิทธิศักดิ์ รักษานุวงศ์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท เอลิแอล อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าร่วม พร้อมจัดพิธีส่งมอบของบริจาคในแคมเปญ “SHARE HER MONTH” ซึ่งประกอบด้วยผ้าอนามัยและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก แบรนด์เอลิส พันธมิตรคนสำคัญของเอไอเอ รวมถึงของบริจาคจากพนักงานเอไอเอ รวมกว่า 3,500 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดและกลุ่มเปราะบางในชุมชนเขตบางรักแคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสวัสดิการพื้นฐานแก่สตรีในชุมชนรอบข้างเอไอเอสำนักงานใหญ่ เขตบางรัก โดยแคมเปญนี้ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยกลุ่มพนักงานจากเครือข่ายความหลากหลายภายในองค์กร (Diversity Network) ของเอไอเอ และได้รับความร่วมมือจากแบรนด์เอลิสในการร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์สมทบกับยอดบริจาคจากพนักงานเอไอเอ สะท้อนการนำหลักการ DEIB มาปฏิบัติให้เกิดผลจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานท้องถิ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG ของเอไอเอ ในการร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียมและโอบรับความแตกต่างหลากหลายอย่างยั่งยืน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การทำงาน
17/04/2026
เจาะลึก 5 อาชีพดาวรุ่งยุค AI ครองเมือง ใครเริ่มก่อนได้เปรียบในขณะที่บางอาชีพอาจลดบทบาทลง แต่อีกด้านหนึ่ง "ช่องว่าง" ของตลาดแรงงานกลับขยายใหญ่ขึ้นสำหรับผู้ที่มีทักษะการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ นี่คือ 5 งานที่ตลาดกำลังแย่งตัว1. Prompt Engineer (วิศวกรคำสั่ง)นี่คืออาชีพที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนี้ หน้าที่หลักคือการเขียน "ชุดคำสั่ง" หรือ Prompt เพื่อให้ AI (เช่น Large Language Models) แสดงผลลัพธ์ออกมาได้ถูกต้อง แม่นยำ และทรงพลังที่สุด คนกลุ่มนี้ต้องมีความเข้าใจทั้งภาษาศาสตร์และตรรกะคอมพิวเตอร์ เพื่อเค้นศักยภาพสูงสุดของ AI ออกมา2. AI Ethicist & Compliance Officer (ผู้เชี่ยวชาญจริยธรรมและความปลอดภัย AI)ยิ่ง AI ฉลาดขึ้น ความเสี่ยงเรื่องลิขสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว และอคติของข้อมูลก็ยิ่งสูง อาชีพนี้มีหน้าที่ตรวจสอบว่า AI ที่องค์กรใช้นั้น "โปร่งใส" และ "ยุติธรรม" หรือไม่ ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ทางกฎหมาย จริยธรรม และเทคโนโลยีควบคู่กัน3. AI Business Transformation Consultant (ที่ปรึกษาการปรับตัวธุรกิจด้วย AI)บริษัททั่วโลกกำลังต้องการ "ตัวกลาง" ที่จะบอกได้ว่า ควรเอา AI ตัวไหนมาช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มยอดขาย อาชีพนี้ต้องมองภาพรวมธุรกิจออก และรู้ว่าเครื่องมือ AI ตัวใด (เช่น Predictive Analytics หรือ Automation) จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด4. Data Curator & Quality Controller (นักคัดกรองข้อมูลคุณภาพ)AI จะเก่งได้ต้องกิน "ข้อมูล" ที่ดี อาชีพนี้ไม่ได้แค่เก็บข้อมูล แต่ต้องทำหน้าที่คัดเลือก ตรวจสอบความถูกต้อง และจัดหมวดหมู่ข้อมูลคุณภาพสูงเพื่อนำไปสอน (Train) AI ให้มีความแม่นยำสูงขึ้น เปรียบเสมือน "เชฟ" ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศให้ AI ทานนั่นเอง5. AI-Enhanced Content Creator (นักสร้างสรรค์คอนเทนต์สาย Hybrid)หมดยุคการนั่งเขียนบทความหรือตัดต่อวิดีโอแบบเดิมๆ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ยุคใหม่ใช้ AI ช่วยหาไอเดีย ร่างสคริปต์ และสร้างภาพกราฟิกเพียงไม่กี่วินาที แล้วใช้ "รสนิยมมนุษย์" ในการคัดเกลาให้เข้าถึงใจผู้คน งานนี้ใครใช้ AI เก่งจะผลิตงานได้มากกว่าเดิม 10 เท่าในเวลาเท่าเดิมการก้าวเข้าสู่ 5 อาชีพนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเรียนจบสายคอมพิวเตอร์เสมอไป แต่ต้องมีทักษะสำคัญคือ "ความกระหายที่จะเรียนรู้" (Growth Mindset) และการฝึกฝนใช้เครื่องมือใหม่ๆ อยู่เสมอ จำไว้ว่า AI คือ "ผู้ช่วย" ที่ทรงพลัง แต่ "ผู้ตัดสินใจ" และ "เจ้าของไอเดีย" ยังคงต้องเป็นมนุษย์อย่างเราแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2922358
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
17/04/2026
คปภ. แนะนำ 10 เช็กลิสต์ ให้ประชาชนซื้อประกันชีวิตอย่างรอบคอบ ตรวจสอบใบอนุญาตของตัวแทน ศึกษาและเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตคือการบริหารความเสี่ยง ชำระเบี้ยประกันผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนต่อเนื่องสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แนะนำ 10 เช็กลิสต์ แก่ประชาชนที่ประสงค์จะซื้อประกันชีวิตผ่านตัวแทนประกันชีวิต ควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้การทำประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนดในกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง ดังนี้ข้อที่ 1 ทำความเข้าใจว่าการประกันชีวิตเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง: ผู้ซื้อควรเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตเป็นการบริหารความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง มิใช่การฝากเงิน โดยผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตในฐานะผู้รับประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตหรือสุขภาพทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง เช่น การเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บ บริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่จ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้เอาประกันภัยหรือครอบครัวข้อที่ 2 ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตก่อนตัดสินใจซื้อ: โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th ช่องทาง LINE Official Account : @OICConnect หรือแอปพลิเคชั่น “คนกลาง For Sure” ทั้งนี้ หากผู้เสนอขายไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตสิ้นอายุควรหยุดการเจรจา และในกรณีผู้เสนอขายมีใบอนุญาต ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตว่ายังมีผลบังคับใช้ ณ วันที่เสนอขาย รวมถึงตรวจสอบสังกัดบริษัทให้ถูกต้องข้อที่ 3 กำหนดวัตถุประสงค์ก่อนเลือกซื้อประกันชีวิต: การประกันชีวิตมีหลายประเภท ผู้ซื้อควรกำหนดวัตถุประสงค์ของตนเองให้ชัดเจน เพื่อให้ตัวแทนประกันชีวิตสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรเลือกแบบประกันชีวิตด้วยความสมัครใจ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ สามารถปฏิเสธ หรือเปลี่ยนตัวแทนประกันชีวิตเพื่อรับข้อเสนอใหม่ได้ข้อที่ 4 ประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย: ผู้ซื้อควรประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยวางแผนและประมาณการรายรับ-รายจ่ายอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญาข้อที่ 5 ทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองก่อนตัดสินใจซื้อ: การประกันชีวิตมีหลายประเภท ตัวแทนประกันชีวิต มีหน้าที่อธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายอย่างชัดเจน ทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น รวมถึงเปรียบเทียบราคาและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกัน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมทั้งนี้ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ ผู้ซื้อสามารถปฏิเสธหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กับตัวแทนรายอื่นได้ และเมื่อผู้ซื้อตัดสินใจทำประกันแล้ว ควรเก็บหลักฐานหรือเอกสารประกอบการเสนอขายไว้เป็นหลักฐานข้อที่ 6 กรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยให้ถูกต้องครบถ้วน: ผู้ซื้อควรกรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยด้วยตนเอง หรือหากมีผู้ช่วยกรอก ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนลงลายมือชื่อ โดยไม่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง เนื่องจากการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือปกปิดข้อเท็จจริงอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธการรับประกันภัยได้ และหากตรวจสอบภายหลังพบว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง บริษัทอาจยกเลิกสัญญาและปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เช่นกันข้อที่ 7 รับทราบสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต: ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ให้ผู้ซื้อทราบ โดยผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ และในกรณีที่ซื้อผ่านช่องทางโทรศัพท์ สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าตรวจสุขภาพ (ถ้ามี) หากผู้ซื้อยกเลิกกรมธรรม์ภายหลังระยะเวลาดังกล่าว สามารถใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์และได้รับมูลค่าเวนคืนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตข้อที่ 8 ชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีของบริษัทประกันชีวิตเท่านั้น: ผู้ซื้อควรชำระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีของ บริษัทประกันชีวิตโดยตรง ไม่ควรโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวแทนประกันชีวิต และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการชำระเงิน และให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วนและต่อเนื่องข้อที่ 9 รับทราบช่องทางการติดต่อและการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์: ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งช่องทางการติดต่อบริษัท รวมถึงขั้นตอนการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ผู้ซื้อทราบ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุข้อที่ 10 ตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อได้รับเอกสาร: เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดว่าถูกต้องและเป็นไปตามการเสนอขายจากตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่เสนอขาย สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อสงสัยหรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับกรมธรรม์ควรติดต่อตัวแทนประกันชีวิตหรือบริษัทประกันชีวิตโดยเร็วแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1991205
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
17/04/2026
ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารสยามพารากอน และ John จาก All About Art GalleryArt Jewel พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะของเอเชีย ณ ชั้น 5 สยามพารากอน ร่วมกับ Mighty One × All About Art Gallery ประเทศสิงคโปร์ จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “VISION” รวบรวมผลงานของ 15 ศิลปินร่วมสมัย จาก 10 ประเทศทั่วโลกไว้ด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรม มุมมอง และภาษาเชิงทัศนศิลป์ ผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบ พร้อมเปิดบทสนทนาทางศิลปะอันไร้ขอบเขต ที่เชื้อเชิญให้ผู้รักงานศิลป์ ร่วมสำรวจมุมมองของศิลปินจากต่างวัฒนธรรม วันนี้-28 เม.ย. 69รวบรวมผลงานของศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ ดูโอศิลปินระดับนานาชาติ พิชีอาโว จากสเปน ที่หลอมรวมความงามของศิลปะคลาสสิก เข้ากับพลังของสตรีทอาร์ตได้อย่างลงตัว, ดาเรีย โคโลโซวา ศิลปินหญิงจากรัสเซีย นำจิตรกรรมบนพื้นผิวทองแดง แรงบันดาลใจจากแสงเหนือ มาถ่ายทอดในรูปแบบของ VIP Pop Art ผสานกับความลุ่มลึกทางความหมาย และ เด็มสกี สายกราฟิตี้จากสเปน ถ่ายทอดผ่านโครงสร้างภาพเชิงทดลอง สู่ผลงานที่ท้าทายการรับรู้ของมนุษย์ ขณะที่ แวนซ์ ดีเอ็นเอ จากเซี่ยงไฮ้ สร้างเอกลักษณ์ผ่าน Transparent Style ที่รื้อสร้างภาพจำของวัฒนธรรมป๊อป ให้กลายเป็นมิติใหม่ทางสายตา และ เซลัม ลิม ศิลปินจากจีน ผู้มีลายเซ็นเป็นเอกลักษณ์ ในการสำรวจเส้นแบบระหว่าง ประเพณี และความร่วมสมัย ผ่านมุมมองงที่เปิดกว้างลีโอ ชูเวสศิริพร จาก ไมตี้วัน เอเจนซีนอกจากนี้ ยังมีศิลปินที่น่าจับตามอง อย่าง เจฮาน ตัวแทนวัฒนธรรมขบถจากสิงคโปร์, ราฟาเอล สลิกส์ จากบราซิล ผู้เปลี่ยนอักษรเมืองสู่ภาษาทัศนศิลป์ระดับสูง, เซวา ศิลปินเกาหลีใต้ผู้ขยายขอบเขตของสเปรย์เพนต์สู่จักรวาลแห่งสีสัน ร่วมด้วยศิลปินนามธรรมร่วมสมัยชั้นครู อย่าง เควิน ดูยเยซ์ จากเบลเยี่ยม, โยมาร์ ออกุสโต ศิลปินบราซิล-อเมริกันผู้เชี่ยวชาญการออกแบบตัวอักษร, วินเซนต์ ลังการ์ด จากนอร์เวย์ ผู้ถ่ายทอดโลกไซเบอร์ ผ่านผืนผ้าใบ และ แกรี กาลยาโน จากสหรัฐอเมริกา ผู้ปลุกเร้าบรรยากาศ และอารมณ์อันยากจะนิยามผ่านรูปทรงและสีสันของศิลปะนามธรรม พร้อมกันนี้ยังนำเสนอผลงานของศิลปินไทยรุ่นใหม่ ที่ก้าวสู่ระดับสากล อย่าง ธัชชัย ช่างเสนาะ กับการตีความ สถาปัตยกรรม สู่รูปทรง นามธรรม, ไฟว์ ศิลปินแนว Retro-Futuristic ที่ดึงเสน่ห์ของรถยนต์คลาสสิกมา สร้างสรรค์ใหม่ และพงศธร ทิพาเสถียร ศิลปินจาก Mighty One Agency ผู้ถ่ายทอดความละเอียดอ่อนของหัวใจมนุษย์ผ่านตัวละคร “ละมุน (Lamoon)”ศิลปิน FIVE จากไทย และ Gary Gagliano จากสหรัฐฯจริยดี สเป็นเซอร์ พาลูกหลานร่วมชมนิทรรศการธัชชัย ช่างเสนาะJahan Loh จากสิงคโปร์ขันเงิน เนื้อนวล ร่วมชมนิทรรศการแหล่งที่มาข่าวและต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000033482
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
29/04/2024
19/03/2026
29/04/2024
03/05/2024
30/04/2024