Everyday knowledge for you
ประกันชีวิต
30/04/2026
ฮ่องกง, 30 เมษายน 2569 – กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) ประกาศผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตขึ้นร้อยละ 13 คิดบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) สำหรับไตรมาสแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่: • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 13 อยู่ที่ 1,757 ล้านเหรียญสหรัฐ • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 22 โดยไม่นับรวมประเทศไทย • เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ • อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 56.0นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า“เอไอเอสามารถรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งจากปี 2568 มาสู่ไตรมาสแรกของปี 2569 ได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 หากไม่รวมประเทศไทย ซึ่งมีฐานการเติบโตในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษตามที่ได้มีการสื่อสารไว้ก่อนหน้านี้ ผลการดำเนินงานของเรามีความแข็งแกร่งในทุกลุ่มธุรกิจที่รายงานยกเว้นประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของเอไอเอ ขณะเดียวกัน ตลาดหลักสองแห่งของเรา ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง สามารถสร้างการเติบโตที่ยอดเยี่ยมได้ถึงมากกว่าร้อยละ 20 ในไตรมาสแรกนี้“ในฐานะผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย เอไอเอมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านการให้ความคุ้มครอง สุขภาพ การออม และผลิตภัณฑ์เพื่อการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ โดยอาศัยจุดแข็งเชิงการแข่งขันของกลุ่มบริษัทในด้านแบรนด์ ช่องทางการขาย การให้บริการ และเทคโนโลยี ความสามารถของเราในการสร้างธุรกิจใหม่ที่มีคุณภาพสูงและให้ผลกำไรอย่างสม่ำเสมอ ผสานกับกำไรจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของผลกำไรและกระแสเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายการบริหารจัดการเงินทุนของเอไอเอ ทางกลุ่มบริษัทได้เริ่มดำเนินการซื้อหุ้นคืนภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569“เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์การเติบโตอย่างมุ่งมั่น ควบคู่กับจุดแข็งทางการแข่งขันที่โดดเด่นของเรา จะยังคงสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป”บทสรุปไตรมาสที่ 1เอไอเอประสบความสำเร็จในการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นมูลค่า 1,757 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 โดยทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรธุรกิจของเราต่างมีส่วนช่วยให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตขึ้นเอไอเอ ประเทศจีน ยังคงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากครึ่งหลังของปี 2568 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26 จากผลงานที่แข็งแกร่งอย่างมากของทั้ง ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคารที่คัดเลือกอย่างมีกลยุทธ์ แม้ความต้องการของผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์ระยะยาวจะอยู่ในระดับสูง แต่การที่เรามุ่งเน้นให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในด้านความต้องการทางการเงินอย่างครอบคลุม ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ จากผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตในไตรมาสแรกโปรแกรมพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเอไอเอ ประเทศจีน การสรรหาตัวแทนใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างแข็งแกร่งโดยมีจำนวนตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 นอกจากนี้ เรายังเห็นการสร้างผลงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากทั้งตัวแทนใหม่และตัวแทนเดิมของเรา เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 เรายังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างยอดเยี่ยมจากในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ ๆ ที่เอไอเอได้เข้าไปดำเนินธุรกิจตั้งแต่ 2562 ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปี 2573 ได้อย่างมั่นคงเอไอเอ ฮ่องกง สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกไตรมาส โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ถึงร้อยละ 21 โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศและกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ครอบคลุมทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลักของเราที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เราเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) และช่องทาง โบรกเกอร์ของเอไอเอ มีการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2568เอไอเอ ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ ลดลงร้อยละ 18 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เนื่องจากฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่ามูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39 แม้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสแรกของปี 2569 แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit Linked) ได้ช่วยผลักดันให้เบี้ยประกันรับปีแรก (ANP) เติบโตขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิของมูลค่าธุรกิจใหม่ยังคงสูงกว่าร้อยละ 90เอไอเอ สิงคโปร์ รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในเชิงบวก เมื่อเปรียบเทียบกับฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยทั้งช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร และที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงโบรกเกอร์ ต่างสร้างการเติบโตมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง (High Net Worth)เอไอเอ มาเลเซีย มีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นในระดับเลขหลักเดียวที่สูงในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนช่องทางตัวแทนและช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร เรายังคงเห็นการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย โดยมีจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานรวมถึงตัวแทนที่มีคุณภาพสูงและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2569ตลาดอื่น ๆ รายงานการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในทิศทางที่เป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งสามารถชดเชยบางส่วนจากการชะลอตัวในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ขณะเดียวกัน Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่มในประเทศอินเดีย ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างโดดเด่น สำหรับงวดสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569โดยรวมแล้ว เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ร้อยละ 56.0 สำหรับอัตรากำไรเมื่อคำนวณบนฐานมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) ยังคงทรงตัวที่ร้อยละ 11 ในขณะที่รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 อยู่ที่ 14,865 ล้านเหรียญสหรัฐความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐตามนโยบายการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา ภายหลังจากการเริ่มต้นโครงการ บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 56.7 ล้านหุ้น จนถึงวันซื้อขายหลักทรัพย์วันสุดท้ายก่อนการประกาศนี้ (คือวันที่ 29 เมษายน 2569) โดยมีมูลค่ารวมที่ชำระแล้ว (ไม่รวมค่าใช้จ่าย) ประมาณ 4,806 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือคิดเป็นประมาณ 614 ล้านเหรียญสหรัฐภาพรวมแม้สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะส่งผลให้ตลาดทุนโลกมีความผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย อาทิ โครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย รายได้ที่เพิ่มขึ้น ระดับการเข้าถึงประกันภัยภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความคุ้มครองด้านสวัสดิการสังคมที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ก่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันของเราอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว แนวโน้มการดำเนินธุรกิจของเอไอเอมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง จากความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง การกระจายตัวของธุรกิจในหลายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้างที่ทรงพลังของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพในเอเชีย การจัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเราได้เอื้อให้เราได้รับโอกาสสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่มีกำไร ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างผลกำไรส่วนเกิน และมูลค่าผู้ถือหุ้นที่มากขึ้นอีกด้วยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ในสกุลเงินท้องถิ่น และมีการบริหารจัดการให้สินทรัพย์และหนี้สินในแต่ละประเทศที่มีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ในการรายงานผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท จะเกิดผลกระทบจากการแปลงสกุลเงิน เนื่องจากรายงานเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจึงได้นำเสนออัตราการเติบโตและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานบนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rates: CER) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อสะท้อนภาพผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
29/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Annual Agency Awards Presentation 2025 เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ผู้บริหารหน่วยและตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอที่มีผลงานยอดเยี่ยมเป็น “ที่สุดแห่งปี 2568” หรือ “Of the Year 2025” รวมถึงการมอบคุณวุฒิเพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ตัวแทน จำนวนทั้งสิ้น 3,700 ท่าน ซึ่งงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Celebrating Excellence. Inspiring Greatness. เกียรติยศแห่งความเป็นเลิศ จุดประกายความยิ่งใหญ่” เพื่อสะท้อนถึงเกียรติยศอันแข็งแกร่งของรางวัล อีกทั้งยังสื่อถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดในศักยภาพและขีดความสามารถเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวแทนเอไอเอทุกท่านสามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งนี่คือความภาคภูมิใจแห่งความพยายามที่ทุกท่านสามารถพิชิตคุณวุฒิในปีนี้ได้สำเร็จสำหรับในปีนี้มีผู้บริหารหน่วยและตัวแทนเข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 3,000 ท่าน อีกทั้งยังมีผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 2026 มากถึง 3,576 ท่าน ซึ่งสามารถรักษาแชมป์อันดับ 1 บริษัทที่มีจำนวน MDRT มากที่สุดในประเทศไทยและระดับโลกได้อีกครั้ง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการส่งมอบความคุ้มครอง เพื่อสร้างความมั่นคงทั้งในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินให้แก่คนไทยทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา 'Healthier, Longer, Better Lives’ในงาน AIA Annual Agency Awards Presentation 2025 ได้รับเกียรติจาก คุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานในพิธี พร้อมขึ้นกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้บริหารหน่วยและพลังตัวแทนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก คุณหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ที่ได้ร่วมส่งข้อความแสดงความยินดีและยกย่องถึงความสามารถของพลังตัวแทนทุกท่าน นอกจากนี้ คณะผู้บริหารจากกลุ่มบริษัทเอไอเอ นำโดย คุณตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับภูมิภาค ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการอิสระ กลุ่มบริษัทเอไอเอ และประธานที่ปรึกษากรรมการ เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต และคุณประกิตติ บุณยเกียรติ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต ได้ขึ้นกล่าวแสดงยินดีและร่วมมอบรางวัลแก่ผู้บริหารหน่วยและพลังตัวแทนภายในงานคุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับสุดยอดพลังตัวแทนทั้ง 3,700 ท่าน ที่สามารถพิชิตรางวัลได้ในปีนี้ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่ได้แสดงให้เห็นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้ทุกท่านอยู่ในองค์กรที่เป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมประกันชีวิต อีกทั้งพลังตัวแทนของเรายังคงครองอันดับหนึ่งของประเทศติดต่อกันมากว่า 8 ทศวรรษ ฉะนั้นทุกท่านที่ได้รับรางวัลนี้ถือเป็นสุดยอดตัวแทนระดับประเทศ และพร้อมที่จะก้าวไปสู่เวทีระดับโลก เพื่อช่วยกันยกระดับมาตรฐานตัวแทนประกันชีวิตของไทยให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นต่อไป “ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในสร้างการเติบโตให้กับองค์กร และทำให้เอไอเอ ยังคงรักษาความเป็นอันดับหนึ่งได้ในทุกมาตรวัด อีกทั้งทุกท่านยังเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการส่งต่อคุณค่าและความมั่นคงทางด้านชีวิต สุขภาพ และการเงินให้แก่ลูกค้าของเรา ซึ่งเป็นการเดินตามพันธกิจของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วเอเชียแปซิฟิกให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวทั่วไป
28/04/2026
หญิงจีนวัย 70 ปี ติดใจไลฟ์แบบ “PK” งัดเงินเก็บมาเปย์สตรีมเมอร์ หมดไป 15 ล้านในครึ่งปี จนไม่มีเงินจ่ายค่าไฟนางเจียง หญิงวัย 70 ปีจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ติดการไลฟ์รูปแบบ “PK” (การแข่งขันระหว่างสตรีมเมอร์) อย่างหนัก จนภายในเวลาครึ่งปี เธอนำเงินเก็บของครอบครัว รวมถึงเงินบำนาญส่วนตัว รวมกว่า 3.3 ล้านหยวน (ประมาณ 15 ล้านบาท) ไปใช้ส่งของขวัญให้สตรีมเมอร์ที่ชื่นชอบจนหมดนายหวัง ลูกชายซึ่งทำงานอยู่ต่างเมือง เล่าว่า ด้วยความเชื่อใจในตัวแม่ที่ปกติประหยัดและรอบคอบ เขาจึงมอบเงินเดือนและโบนัสสะสมหลายปีให้แม่เป็นผู้ดูแลแต่เมื่อกลับบ้าน เขากลับพบว่าบัญชีเงินฝากถูกใช้จนเกลี้ยง ค่าใช้จ่ายในบ้านอย่างค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ได้จ่าย แม้แต่ค่าไฟเพียง 15 หยวน (ราว 70 บาท) ยังไม่มีเงินชำระ ทำให้เขาถึงกับอุทานว่า พฤติกรรมของแม่ “หนักยิ่งกว่าการติดยาเสพติด”ข้อมูลระบุว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา นางเจียงใช้เงินเฉลี่ยมากกว่าเดือนละ 500,000 หยวน (ราว 2.3 ล้านบาท) โดยมีพฤติกรรมเปย์อย่างหนักดำเนินต่อเนื่องจนเงินหมดนางเจียงให้สัมภาษณ์ว่า เธอหลงใหลระบบ “PK” ของแพลตฟอร์มไลฟ์ เพราะหากแพ้จะมีบทลงโทษ เธอจึงอยากช่วยสตรีมเมอร์ที่ชื่นชอบให้ชนะ ภายใต้อารมณ์ชั่ววูบ จึงส่งของขวัญราคาแพงต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละชิ้นมีมูลค่าสูงถึง 2,000–3,000 หยวน (ประมาณ 9,000–14,000 บาท)นายหวังเผยว่า ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่แม่จะเริ่มรู้สึกตัว และก่อนหน้านี้เธอยังคิดจะนำเงินบำนาญรอบใหม่มาใช้ต่ออีก จนเขาถึงกับกล่าวว่า “แม่เหมือนถูกผีเข้าสิง”“ลูกถามฉันว่า คนติดยาเดือนนึงใช้เงินเท่าไหร่ ลูกบอกว่าฉันหนักยิ่งกว่าติดยาอีก ไม่รู้ตัวเลย เงินออกไปหมด ฉันรู้สึกผิดต่อลูกจริง ๆ”เมื่อเงินเก็บหมดเกลี้ยง คุณยายเจียงพยายามติดต่อสตรีมเมอร์สองรายที่ได้รับเงินมากที่สุด แต่ฝ่ายนั้นตอบอย่างเย็นชาว่า “รักน้อย ๆ แต่รักนาน ๆ ” แล้วก็หายไปต่อมานายหวังได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค และแพลตฟอร์ม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมขอบคุณที่มา bastillepostแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับข่าวสดออนไลน์https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_10225103
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
สุขภาพ
28/04/2026
ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ปาร์ตี้หนัก เลิฟฟาสต์ฟู้ด ไม่ออกกำลังกาย ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ทำให้คนรุ่นใหม่เสี่ยงมะเร็ง แพทย์เผยรีบแก้นิสัยก่อนป่วยหนัก!“โรคมะเร็ง” กลายเป็นโรคร้ายที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน ในขณะที่อายุของผู้ป่วยเองก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุมาจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่” ที่เป็นโทษต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ว่าการขี้เกียจออกกำลังกาย การทำงานหนัก พักผ่อนน้อย นอนดึก กินดึก ปาร์ตี้หนัก กินแต่อาหารฟาสต์ฟู้ด เพราะฉะนั้นหากคุณไม่อยากต้องทนทุกข์กับการถูกมะเร็งลุกลามควรเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ก่อนสายเกินแก้!มะเร็งคนรุ่นใหม่พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ยิ่งทำยิ่งเสี่ยงมะเร็ง • สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า • ชอบทานอาหารไขมันสูง • เครียดจัด นอนดึก กินดึก • ไม่ชอบทานผัก เน้นหนักประเภทเนื้อแดง • ทานอาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป อาหารกระป๋อง • ชอบทานอาหารปิ้งย่าง อาหารทอด • กลั้นปัสสาวะบ่อยสัญญาณเตือนโรคมะเร็ง • มีเลือดหรือสิ่งผิดปกติออกจากร่างกาย เช่น ตกขาวมากเกินไป • มีก้อนหรือตุ่มเกิดขึ้นโดยที่ก้อนนั้นโตเร็วผิดปกติ • ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ผิดปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น มีเลือดปน • มีแผลเรื้อรัง หายช้า เช่น แผลคล้ายร้อนในที่เป็นมานานเกินกว่าสัปดาห์ • เสียงแหบ ไอเรื้อรัง • กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด • สังเกตเห็นว่าหูด ไฝ หรือปาน มีการเติบโตผิดปกติที่สำคัญอย่ามองข้ามการคัดกรอง เพราะอันที่จริงแล้วโรคมะเร็งมักไม่มีอาการแสดงแน่ชัดในระยะแรกเริ่ม กว่าจะแสดงอาการผิดปกติ เซลล์มะเร็งก็อาจลุกลามและเข้าสู่ระยะท้ายๆ ทำให้การรักษาโรคมะเร็งทำได้ยากขึ้น โอกาสเสียชีวิตของผู้ป่วยก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและความเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่างๆ จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ ptvhd36https://www.pptvhd36.com/health/care/7061
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
28/04/2026
กลุ่ม จปภ.36 จัดเปิดตัวนิทรรศการศิลปะครั้งที่ 7 โดยให้ชื่องานครั้งนี้ว่า “ได้ที่ละ” (IT’S TIME) : The 7th Art Exhibition of PSG.36 โดยมี คุณเยาวนี นิรันดร นักธุรกิจและผู้มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ ผู้ก่อตั้ง 129 Art Museum เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยศิลปิน และนักสะสมเข้าร่วมงานมากมาย ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯกลุ่ม จปภ.36 คือการรวมตัวของอดีตนักศึกษา “คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์” ที่เคยเรียนร่วมกันในรุ่น 36 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร มาร่วมกันจัดนิทรรศการ โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และจัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเป็นครั้งที่ 7 จะจัดขึ้นในเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในครั้งนี้จะเป็นการแสดงผลงานจากศิลปินจำนวนทั้งหมด 19 ท่านในสาขาต่างๆ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ นำโดย จารุพงษ์ จันทรเพชร มาในคอนเซ็ปต์ “รอยยิ้มที่หายไป” (The Missing Smile), เดชา สายสมบูรณ์ มาในคอนเซ็ปต์ “ด้วยรักและห่วงใย” (With Love And Care), ทวีลาภ ศรีวุฒิวงศ์ มาในคอนเซ็ปต์ “คลื่น” (Wave), ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ มาในคอนเซ็ปต์ “นักบริโภค เราทุกคนต่างเป็นนักบริโภค”, ประสาทศิลป์ รัตนสิริลักษณ์ มาในคอนเซ็ปต์ “สลัด” (Salad), ประเสริฐ พิชยะสุนทร มาในคอนเซ็ปต์ “ประสบการณ์”, ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน์ มาในคอนเซ็ปต์ “S.O.S” (Symbols Of Symbiosis), ปราโมช บุญนาค มาในคอนเซ็ปต์ “ชีวิตไทย” (Thai Life), พัฒนพงศ์ สังข์แก้ว มาในคอนเซ็ปต์ “เวลาของชีวิต” (Life Timeline), รังสิต มามารต์ มาในคอนเซ็ปต์ รูปทรงจักรกลและพื้นที่ว่าง (Mechanical Form and Space), ศิริรัตน์ เอี่ยมสกุลเดชะ มาในคอนเซ็ปต์ “ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ”, อนุพันธ์ น้ำทิพย์ มาในคอนเซ็ปต์ “Happiness Movement”, อาคม อบรม มาในคอนเซ็ปต์ “จิตวิญญาณแห่งธรรมชาติและมรดกแห่งแผ่นดิน” (Spirit Of Nature & The Legacy Of The Land), วิวิชชา ยอดนิล มาในคอนเซ็ปต์ “Wave 2026”, และศิลปินอีกมากมาย เช่น ดินหิน รักพงษ์อโศก, ธีรยุทธ จั่นฝังเพชร, ประสงค์ ธงธวัช, ไพศาล ธีรพงศวิษณุพร, มานพ สุวรรณปันฑะ เป็นต้นจารุพงษ์ จันทรเพชร กล่าวว่า “การรวมตัวจัดนิทรรศการของกลุ่ม จปภ.36 ในครั้งนี้ห่างจากครั้งที่แล้วถึง 7 ปี เนื่องด้วยมีเหตุการณ์หลายๆ อย่างทำให้เราไม่สามารถจัดงานได้ หนึ่งในนั้นคือปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาในครั้งนี้เพื่อนๆ ในกลุ่มจึงร่วมนำผลงานมาแสดงกันอย่างมากมาย หลากหลาย ในส่วนของผมมาในคอนเซ็ปต์ “รอยยิ้มที่หายไป” ซึ่งเป็นเหมือนบันทึกเรื่องราวในเวลาที่คนทั้งโลกหยุดยิ้มในช่วงโควิด-19 เพราะโควิดไม่ได้พรากแค่ชีวิต แต่มันขโมยรอยยิ้ม ความหวัง และความสัมพันธ์ของมนุษย์ไปพร้อมๆ กัน สำหรับงานชุดนี้ไม่ได้ต้องการแค่ให้ดู แต่นำรอยยิ้มที่กลับมาไปส่งต่อให้คนอื่น และรายได้บางส่วนจากการจัดแสดงหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะบริจาคให้กับ มูลนิธิเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ สมทบทุนช่วยการรักษา เพราะสำหรับบางคนรอยยิ้มไม่ใช่เรื่องเล็ก และสำหรับโลกใบนี้ “รอยยิ้ม ไม่ควรหายไปอีก”สำหรับงาน “ได้ที่ละ” (IT’S TIME) : The 7th Art Exhibition of PSG.36 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (หัวมุมแยกปทุมวัน ตรงข้ามสยามสแควร์) ห้องสตูดิโอ ชั้น 4คุณเยาวนี นิรันดร ประธานเปิดงานจารุพงษ์ จันทรเพชร ศิลปินจารุพงษ์ จันทรเพชร ศิลปินแหล่งที่มาข่าวและภาพ ผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000037867
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
28/04/2026
คู่มือฉบับละเอียดเพื่อความปลอดภัย วิธีตรวจจับ "กล้องแอบถ่าย" ในโรงแรมด้วยตัวเองในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เรื่องความเป็นส่วนตัวระหว่างการเข้าพักในโรงแรมจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัจจุบันมีรายงานการติดตั้งกล้องแอบถ่าย (Hidden Camera) ในห้องพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ด้วยวิธีง่ายๆ และการสังเกตอย่างรอบคอบ คุณสามารถตรวจสอบและป้องกันได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้การเดินทางของคุณปลอดภัยและสบายใจมากขึ้น1. ตรวจสอบห้องพักด้วยตาเปล่าก่อนก่อนใช้อุปกรณ์ใดๆ ให้เริ่มจากการสำรวจห้องพักโดยรอบอย่างละเอียด กล้องแอบถ่ายมักถูกซ่อนไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นพื้นที่ได้ชัด เช่น มุมห้อง ตรงข้ามเตียงนอน หรือบริเวณห้องน้ำสังเกตสิ่งของที่ดูแปลกหรือวางไม่เข้าที่ เช่น ของตกแต่งเล็กๆ นาฬิกาปลุก โคมไฟ เครื่องตรวจจับควัน หรือแม้แต่กระถางต้นไม้ มองหาจุดสีดำเล็กๆ หรือรูเล็กผิดปกติ รวมถึงสายไฟที่ไม่รู้ที่มาจุดที่ควรตรวจเช็กเป็นพิเศษ ได้แก่: • เครื่องตรวจจับควันหรือไฟเตือนบนเพดาน • นาฬิกาแขวนหรือนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะ • ปลั๊กไฟและช่อง USB ที่ผนัง • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ทีวี ลำโพง หรือกล่องรับสัญญาณ • โคมไฟตั้งโต๊ะหรือโคมไฟหัวเตียง • ตะขอแขวนเสื้อ ภาพแขวนผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูเล็กๆ2. ใช้ไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือกล้องทุกชนิดมีเลนส์ที่ทำจากแก้ว ซึ่งจะสะท้อนแสงได้แม้อยู่ในที่มืด คุณสามารถใช้แฟลชมือถือเพื่อตรวจจับได้อย่างง่ายดายวิธีทำ: • ปิดไฟในห้องและดึงผ้าม่านให้มืดที่สุด • เปิดไฟแฟลชจากโทรศัพท์ • ส่องไฟไปยังจุดที่น่าสงสัยอย่างช้าๆ • หากเห็นแสงสะท้อนเป็นจุดเล็กๆ คล้ายกระจก นั่นอาจเป็นเลนส์ของกล้องแอบถ่าย3. ใช้กล้องโทรศัพท์ตรวจจับแสงอินฟราเรดกล้องแอบถ่ายหลายรุ่นมีไฟอินฟราเรด (Infrared) สำหรับถ่ายในที่มืด ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กล้องมือถือสามารถตรวจจับได้วิธีทำ: • ปิดไฟทั้งหมดในห้อง • เปิดกล้องโทรศัพท์ (กล้องหน้าไวต่อแสงอินฟราเรดมากกว่า) • ส่องกล้องไปรอบห้อง โดยเฉพาะบริเวณต้องสงสัย • หากเห็นจุดแสงสีม่วงหรือแดงกระพริบบนหน้าจอ นั่นอาจเป็นไฟอินฟราเรดจากกล้องแอบถ่าย4. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fiกล้องแอบถ่ายไร้สายส่วนใหญ่ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อส่งภาพ คุณสามารถใช้แอปตรวจจับอุปกรณ์ เช่น “Fing” (รองรับทั้ง iOS และ Android) เพื่อดูว่ามีอุปกรณ์ใดไม่คุ้นเคยเชื่อมต่ออยู่หรือไม่หากพบชื่ออุปกรณ์ที่มีคำว่า “IP camera”, “webcam” หรือชื่อยี่ห้อกล้องแปลกๆ ให้สงสัยว่าอาจเป็นกล้องแอบถ่าย5. ใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณกล้องโดยเฉพาะหากคุณเดินทางบ่อยและต้องการความปลอดภัยสูงสุด ควรลงทุนซื้อเครื่องตรวจจับสัญญาณ (RF Detector) ซึ่งสามารถจับคลื่นวิทยุจากกล้องหรืออุปกรณ์บันทึกภาพได้ เมื่อพบสัญญาณ เครื่องจะส่งเสียงหรือตัวเครื่องสั่นเตือนทันที แม้จะมีราคาสูง แต่ช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้น6. ตรวจสอบกระจกสองด้านบางครั้งมิจฉาชีพอาจซ่อนกล้องไว้หลังกระจกสองทาง (Two-way mirror) วิธีทดสอบคือ วางนิ้วชี้แตะที่ผิวกระจก หากมีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างนิ้วกับภาพสะท้อน แสดงว่าเป็นกระจกปกติ แต่ถ้านิ้วแตะภาพสะท้อนโดยตรง นั่นอาจเป็นกระจกสองด้าน ควรรีบแจ้งพนักงานทันทีสรุปการระวังภัยไม่ใช่เรื่องเกินจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อเข้าพักในสถานที่แปลกใหม่ เพียงใช้ความสังเกตและเครื่องมือที่มีอยู่ในมือ เช่น โทรศัพท์มือถือ คุณก็สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของตนเองและคนที่คุณรักได้ หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1453011/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
27/04/2026
กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน “พลังใจที่ไม่ยอมแพ้ จากมะเร็งสู่ชีวิตใหม่” โดยได้ คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง พร้อมเปิดใจกับการกลับมารักตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยมีตัวช่วยสำคัญที่สร้างความอุ่นใจอย่าง ‘ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง’ แก่พลังตัวแทน และที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ประเทศไทย กว่า 300 ท่าน ในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมพูดคุยถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงให้แก่คนไทย เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถิติปัจจุบัน คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีอัตราสูงถึงราวร้อยละ 15 ทำให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของคนไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เรามีพันธกิจที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวของคนไทยผ่านการวางแผนด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง “โดยเรามองว่าทุกคนควรเริ่มต้นวางแผนทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย หรือ ตั้งแต่อายุ 30ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีโอกาสในการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญสำหรับประกันโรคร้ายแรง ควรต้องทำให้ครอบคลุม 3 กลุ่มโรคร้ายแรงยอดฮิต อย่าง “มะเร็ง หัวใจ และหลอดเลือด” เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่าสัดส่วนการเคลมจาก 3 กลุ่มโรคนี้สูงถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยความถี่ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้น ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง“นอกจากนั้นความคุ้มครองที่ควรจะต้องมีขั้นต่ำคือ 3 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด, ค่าฉายแสง, ค่ารักษาแบบมุ่งเป้า เป็นต้น) รวมถึงยังมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้จากการรักษา และในช่วงพักฟื้นอีกด้วย“ซึ่งในวันนี้ เอไอเอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุณพลอย เฌอมาลย์ มาร่วมบอกเล่าเรื่องราวและมุมมองในมุมของลูกค้าจริงให้กับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากคุณพลอยจะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้าและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเริ่มมองหาเกราะคุ้มกันโรคร้ายแรงให้ตัวเองและคนที่คุณรัก”คุณพลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดง นางแบบและพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง เผยว่า “มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัวกว่าที่คิดค่ะ ที่ผ่านมามั่นใจว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรงเพราะเป็นคนออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาทุกประเภท แต่เราอาจลืมไปว่าเราก็ใช้ชีวิตหนักเช่นเดียวกัน แต่ถือว่าโชคดีที่พลอยตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีทำให้เรารู้เร็วว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งย้อนกลับไปตอนที่คุณหมอเจอเนื้อร้ายและแจ้งว่าพลอยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นพลอยเครียดมาก น้ำหนักลง 13 กิโลกรัม ใน 3 เดือน ไม่กินข้าว มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่อยากออกไปเจอใคร ขังตัวเองในบ้าน เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ร้องไห้ทุกวัน เป็นหนักมากค่ะ แต่พอดึงสติกลับมาคิดทบทวน พลอยรู้สึกเลยว่าเรายังโชคดีที่รู้เร็ว ทำให้เราได้เข้ารับการรักษาเร็ว และที่โชคดีมาก ๆ คือเรามีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล“การรักษาคือคุณหมอให้ฉายแสงค่ะ ไม่ต้องใช้คีโม แต่ต้องฉายแสง 25 ครั้ง ทำ 5 วันต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 3 ล้านบาท แต่ดีที่พลอยทำประกันของเอไอเอไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เลยครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เกือบทั้งหมดค่ะ“สำหรับพลอยอยากขอบคุณเอไอเอที่เชิญพลอยมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ พลอยอยากให้เรื่องราวของพลอยช่วยเตือนใจทุกคนว่าชีวิตคนเราสามารถมีเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติค่ะ การมีสติรู้ตัวและหยุดความคิดลบให้ได้ สำคัญมาก เราล้มได้เราก็ค่อย ๆ ลุกได้เช่นเดียวกัน พลอยอยากให้ทุกคนกอดตัวเองให้แน่น ๆ รักตัวเองให้มากกว่าเดิม ใจดีกับตัวเองดูบ้างนะคะ หลังจากที่พลอยเป็นมะเร็งในครั้งนี้ทำให้พลอยได้เรียนรู้ว่ามะเร็งเป็นโรคที่กลัวความสุขค่ะ เราควรจะกลับมามี Relationship กับตัวเองค่ะ และพลอยอยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังเป็นโรคอะไรก็ตาม การที่เรารู้เร็วว่าเราเป็นโรคอะไร ก็ให้คิดว่าเราจะได้รักษาเร็ว อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ เราต้องสู้เพราะเรากำลังจะได้โอกาสอีกครั้ง และอยากให้ทุกคนกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงติดตัวไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึง ประกันจะเป็นตัวช่วยหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลให้กับเราค่ะ ทุกคนจะได้มีแรงในการดำเนินชีวิตต่อไป และสำหรับผู้หญิงเรา หากอายุถึง 30 ปีแล้วควรตรวจเมมโมแกรมทุกปีด้วยนะคะ เพราะผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการตรวจสุขภาพทุกปีจะช่วยให้หาโรคเจอในระยะเริ่มต้นด้วยค่ะ”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ภาษี
24/04/2026
"ทำความเข้าใจความสำคัญของ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ว่าทำไมรัฐบาลต้องจัดเก็บ VAT ข้อดีต่อเศรษฐกิจ ระบบบัญชี และการลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี พร้อมสอดคล้องมาตรฐานสากล"ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถือเป็นภาษีทางอ้อมที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงประเทศไทยเองก็ใช้ระบบภาษีนี้มาช้านาน และถือเป็นแหล่งรายได้หลักที่สำคัญของรัฐบาล บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเหตุผลว่าทำไมการจัดเก็บ VAT ถึงมีความจำเป็น และส่งผลดีต่อทั้งประเทศและผู้ประกอบการอย่างไรบ้าง1. เป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต การนำเข้า ไปจนถึงการขายปลีก เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการจะเรียกเก็บ VAT แล้วนำส่งให้กรมสรรพากร รายได้จาก ภาษี VAT เป็นเงินจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ เช่น การสร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน และการดูแลสวัสดิการสังคม2. กระจายภาระภาษีอย่างทั่วถึงข้อดีของ VAT คือการเป็นภาษีที่เก็บจากการบริโภค ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคทุกคนที่ซื้อสินค้าและบริการจะต้องจ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามอัตราที่กำหนดไว้ ใครบริโภคมากก็เสียมาก ใครบริโภคน้อยก็เสียน้อย ถือเป็นการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรมและกระจายภาระอย่างทั่วถึง ต่างจากภาษีเงินได้ที่เก็บเฉพาะผู้มีรายได้เท่านั้น3. ส่งเสริมระบบบัญชีที่โปร่งใสหนึ่งในประโยชน์ของการมี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือการบังคับให้ผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีและจัดทำบัญชีอย่างถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ และช่วยให้กรมสรรพากรตรวจสอบการจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถขอคืน VAT ที่เกิดจากการซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในกิจการได้อีกด้วย ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ4. ลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีระบบการจัดเก็บ VAT มีลักษณะการเก็บภาษีในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้การหลีกเลี่ยงภาษีทำได้ยาก ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจที่จะออกใบกำกับภาษีเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอคืน VAT ซึ่งช่วยลดช่องว่างของการเลี่ยงภาษี และทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น5. สอดคล้องกับมาตรฐานสากลปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกใช้ระบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีสินค้าและบริการ (GST) เป็นระบบมาตรฐานในการจัดเก็บภาษีจากการบริโภค การที่ประเทศไทยใช้ระบบ VAT จึงถือเป็นการปรับปรุงระบบภาษีให้ทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีที่สำคัญต่อการบริหารประเทศ เพราะเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาล ช่วยกระจายภาระภาษีอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมระบบบัญชีที่โปร่งใส ลดการหลีกเลี่ยงภาษี และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ VAT จะช่วยให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถวางแผนจัดการเรื่องภาษีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์ออนไลน์https://www.thainewsonline.co/news/886352
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันสังคม
24/04/2026
ประกันสังคมแจงคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งจ่ายบำนาญย้อนหลัง 2 เดือน ก่อนเข้า ม.39 และคำนวณใหม่ใช้ฐานเดิม เพิ่ม 1.5% ต่อปี ประกันสังคมย้ำเป็นเคสเฉพาะ ไม่เปลี่ยนหลักเกณฑ์ประกันสังคมชี้แจงการจ่ายบำนาญชราภาพ คำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 สำนักงานประกันสังคมขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในขณะที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว (อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ส่งเงินสมทบ 182 เดือน) ต่อมาอีก 2 เดือน สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และนำส่งเงินสมทบเป็นระยะเวลา 60 เดือนจึงลาออกและมายื่นขอสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพกรณีรายดังกล่าวสำนักงานประกันสังคมได้จ่ายเงินบำนาญชราภาพโดยคำนวณค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายโดยใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 39 เนื่องจากปรากฎข้อเท็จจริงผู้ประกันตนยังไม่เคยขอรับเงินในช่วงออกจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33การพิจารณาของศาลฎีกามีประเด็นข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่าผู้ประกันตนได้ไปติดต่อขอรับเงินบำนาญ ชราภาพแล้ว ประสงค์จะขอยื่นใช้สิทธิรับเงินบำนาญครั้งแรกแล้วแต่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 นำส่งเงินสมทบต่อไปก่อนเพื่อให้ได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ผู้ประกันตนจึงยังไม่ได้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งที่มีสิทธิได้รับแล้วคำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 ให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพโดยให้จ่ายเงินบำนาญในช่วงตั้งแต่ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งมีสิทธิครบตามเงื่อนไขในการรับบำนาญชราภาพแล้วจำนวน 2 เดือน และหยุดจ่ายเมื่อกลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และเมื่อลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้คำนวณเงินบำนาญชราภาพใหม่โดยใช้ฐานค่าจ้างเฉลี่ยเดิมและได้รับอัตราบำนาญเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ของการนำส่งเงินสมทบทุกๆ 12 เดือน ให้แก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลาและอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. 2550ดังนั้นการพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคำนวณประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพของสำนักงานประกันสังคมแต่อย่างไร แต่เป็นการพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะรายบุคคล ซึ่งกรณีนี้ที่เกิดจากการสื่อสาร ทำความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกันตนที่คลาดเคลื่อน อีกทั้งหากมีข้อเท็จจริงแตกต่างกันผลของคดีย่อมแตกต่างกันไปได้ ยังไม่อาจนำมาเป็นแนวทางการวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมได้สำนักงานฯ ได้กำชับและแจ้งเวียนแนวปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ประกันสังคมให้สื่อสารทำความเข้าใจสิทธิที่ถูกต้อง ครบถ้วน ให้ผู้ประกันตนเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากการสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้ผู้ประกันตนรับทราบอย่างชัดเจน เมื่อผู้ประกันตนได้รับทราบข้อมูลแล้ว การตัดสินใจจะสมัครหรือไม่สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เป็นสิทธิของผู้ประกันตนซึ่งอาจมีความจำเป็นที่แตกต่างกันในแต่ละคนสำหรับกรณีผู้ประกันตนที่สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 หลังออกจากงานและอายุไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ ยังไม่มีสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพ แล้วสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เมื่อผู้ประกันตนลาออกและยื่นขอรับสิทธิบำนาญชราภาพ สำนักงานฯ จะคำนวณเงินบำนาญชราภาพตามฐานค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของสำนักงานประกันสังคมแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/274010
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
24/04/2026
Maekdo Ecological Park“พ็อตก็อต” ไม่ได้มีดีแค่ถ่ายรูป เทรนด์ “เที่ยวฮีลใจ” ดัน "เกาหลี" ขึ้นลิสต์ปลายทางยอดนิยมหลายคนอาจมองว่าการไปชม Cherry Blossom หรือ “พ็อตก็อต” (Beot-kkot) คือ “ทริปถ่ายรูป” แต่ในมุมของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ การเดินทางลักษณะนี้กำลังสะท้อนเทรนด์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “Wellness Travel” หรือการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจงานวิจัยด้านจิตวิทยาระบุว่า สีโทนพาสเทลอย่างสีชมพูของพ็อตก็อต สามารถช่วยลดความเครียดและกระตุ้นความรู้สึกผ่อนคลายได้จริง ทำให้การเดินทางไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็น “การรีเซ็ตอารมณ์” ในรูปแบบที่จับต้องได้ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของประสบการณ์” มากขึ้น โดยเฉพาะทริปที่ผสานทั้งการท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ และการใช้เวลาอยู่กับตัวเองGamcheon Culture VillageGamcheon Culture Villageจาก “ดูดอกไม้” สู่ “ดูแลใจ”หนึ่งในปลายทางที่สะท้อนเทรนด์นี้ได้ชัดคือ เมืองปูซานและคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงจุดชมพ็อตก็อตยอดนิยม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตที่ช้าลงปูซาน: เมืองที่เติมพลังผ่านสีและจังหวะชีวิตGamcheon Culture Village (หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน) หมู่บ้านสีพาสเทลที่ตัดกับพ็อตก็อต ช่วยสร้างความรู้สึกสดใสและกระปรี้กระเปร่า เหมาะสำหรับการ “รีเซ็ตอารมณ์” อย่างรวดเร็วMaekdo Ecological ParkMaekdo Ecological Park (อุทยานเชิงนิเวศแมคโด) อุโมงค์ซากุระที่เงียบสงบ เหมาะกับการเดินช้า ๆ ปล่อยใจให้พักจากความเร่งรีบของชีวิตเมืองDaereungwon Tomb ComplexDaereungwon Tomb Complexคยองจู: ความสงบที่ทำให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้นDaereungwon Tomb Complex (คอมเพล็กซ์สุสานโบราณแทรึงวอน) พื้นที่สีเขียวเรียบง่ายตัดกับพ็อตก็อต สะท้อนความงามของกาลเวลาและการใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบBulguksa TempleBulguksa TempleBulguksa Temple (วัดพุลกุกซา) สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้สึกสงบและมั่นคง เหมาะกับการพักใจBomunho Lake (ทะเลสาบโพมุนโฮ) เส้นทางรอบทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยพ็อตก็อต ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้อย่างเป็นธรรมชาติBulguksa Temple“วิ่ง–เที่ยว–ฮีลใจ” เทรนด์ใหม่ของนักเดินทางในช่วงเดียวกัน เมืองคยองจูยังเป็นเจ้าภาพงาน “Gyeongju Cherry Blossom Marathon” ที่ดึงดูดนักวิ่งจากทั่วโลก สะท้อนเทรนด์ “Active + Wellness Travel” ที่ผู้คนต้องการทั้งสุขภาพและประสบการณ์ในทริปเดียว การเดินทางจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อน แต่กลายเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงทั้งร่างกาย จิตใจ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สำหรับสายวิ่งในเดือนตุลาคมนี้เตรียมวางแผนสัมผัสสีสันของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับงานวิ่งนานาชาติที่ เกาะเจจู สาธารณรัฐเกาหลีBulguksa Templeเมื่อการท่องเที่ยวคือการลงทุนกับความรู้สึกการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ “จุดหมายปลายทาง” ไม่ได้แข่งขันกันแค่ความสวยงาม แต่แข่งขันกันที่ “ความรู้สึก” ที่นักท่องเที่ยวได้รับกลับไป ผู้บริโภคยุคใหม่จึงยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง การได้อยู่กับธรรมชาติ หรือการได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างมีคุณภาพเคทีซีมองว่าเทรนด์ดังกล่าวจะยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเดินทางในรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและความหมายของประสบการณ์ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่ “ไปให้ถึง” แต่เป็น “การได้กลับมารู้สึกดีอีกครั้ง”แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000037714
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
20/06/2024
29/04/2024
22/04/2026
04/08/2025
30/04/2024