Everyday knowledge for you
อสังหาริมทรัพย์
26/06/2026
ตำนานนักพากย์ไทย “น้าต๋อยเซมเบ้” โพสต์เศร้า “ไม่คิดว่าจะต้องมาโพสต์แบบนี้” หลังนำเงินเก็บเกือบทั้งชีวิตร่วมลงทุนกับลูกชายในโครงการอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังย่านหาดไนหาน จ.ภูเก็ต แต่สุดท้ายกลับถูกลอยแพ ไม่ได้ทั้งเงินต้นและผลตอบแทนคืน จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจและครอบครัว ล่าสุดเจ้าตัวประกาศเดินหน้ารวบรวมหลักฐาน พร้อมตามหาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน เพื่อลุยดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุดวันนี้ (26 มิ.ย.) เพจ “น้าต๋อยเซมเบ้ Fanpage” นักพากย์การ์ตูนและภาพยนตร์ระดับตำนานของเมืองไทย ออกมาโพสต์ข้อความตามหาผู้เสียหายร่วมเพื่อเตรียมดำเนินการทางกฎหมาย หลังจากตนและลูกชายนำเงินเก็บไปลงทุนกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังย่านหาดไนหาน จังหวัดภูเก็ตแต่กลับไม่ได้รับเงินต้นคืนและไร้ผลตอบแทนตามสัญญา จนส่งผลกระทบรุนแรงต่อครอบครัวและธุรกิจส่วนตัว โดยย้ำว่าโพสต์นี้ไม่มีเจตนาโจมตีฝ่ายใด แต่เป็นการรวบรวมกลุ่มผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาทางออกตามกระบวนการยุติธรรมร่วมกัน ทั้งนี้เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า“ผมไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องมาโพสต์อะไรแบบนี้ครับหลายปีก่อน ผมและลูกชายตัดสินใจนำเงินเก็บเกือบทั้งหมดไปลงทุนกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังแห่งหนึ่งย่านหาดไนหาน จังหวัดภูเก็ต ด้วยความเชื่อมั่นในแบรนด์ ชื่อเสียง และคำอธิบายเรื่องผลตอบแทนในตอนนั้นแต่วันนี้…ผมไม่ได้รับทั้งผลตอบแทน และเงินต้นตามที่ตกลงไว้และกำลังได้รับผลกระทบหนักมากทั้งเรื่องธุรกิจและครอบครัวตอนนี้ผมกำลังพยายามรวบรวมข้อมูล และมองหาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล และหาทางดำเนินการทางกฎหมายอย่างถูกต้องร่วมกันหากมีใครเคยลงทุนในโครงการลักษณะใกล้เคียงกันหรือรู้จักผู้ที่กำลังประสบปัญหาแบบเดียวกันสามารถ inbox มาพูดคุยกันได้ครับโพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาโจมตีหรือกล่าวหาบุคคลใดเพียงต้องการตามหาผู้ได้รับผลกระทบ และหาทางออกอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นขอบคุณทุกคนมากครับ#ไม่น่าเลย“แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000061239
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
26/06/2026
เรียกว่าเป็นหนึ่งในงานที่น่าไปลองชมสำหรับ GUERLAIN, PERFUMER VISIONARY SINCE 1828 หนึ่งในนิทรรศการ Haute Parfumerie ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีครั้งแรกในประเทศไทยที่จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 28 มิถุนายน 2569 โดย Maison Guerlain แบรนด์ระดับตำนานจากฝรั่งเศส ขอเชิญผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งน้ำหอมร่วมออกเดินทางผ่านประวัติศาสตร์เกือบสองศตวรรษของหนึ่งในเมซงน้ำหอมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกผ่านนิทรรศการ “GUERLAIN, PERFUMER VISIONARY SINCE 1828” ณ One Bangkok ชั้น 48นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นิทรรศการ Haute Parfumerie Exhibition ระดับโลกได้รับการนำเสนออย่างเต็มรูปแบบ ถ่ายทอดมรดกแห่ง Maison Guerlain ผ่านเรื่องราวของ Heritage, Craftsmanship, Art of Perfumery และ Living Beauty โดยผสานภาพ เสียง กลิ่น และงานศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อเชื้อเชิญทุกท่านได้ร่วมค้นพบจิตวิญญาณแห่ง Guerlain ผ่านประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยอารมณ์และความงดงามในทุกมิติในฐานะ Maison ที่สร้างสรรค์ผลงานความหอมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1828 Guerlain ได้คัดสรรเรื่องราว ผลงานมรดกของแบรนด์ วัตถุล้ำค่า และผลงานร่วมสมัยอันสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการครั้งสำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของโลก Haute Parfumerie อย่างใกล้ชิดตลอดเกือบสองศตวรรษที่ผ่านมา Maison Guerlain ได้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นส่วนหนึ่งของมรดกความงามแห่งฝรั่งเศส ถ่ายทอดจาก Master Perfumers ทั้งห้ารุ่นสู่รุ่น ผ่านวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเลิศด้านสุคนธศิลป์ที่ยังคงได้รับการตีความใหม่อยู่เสมอ โดยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์ได้สะท้อนผ่านความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมี “ผึ้ง” สัญลักษณ์ประจำ Maison เป็นตัวแทนแห่งการสืบทอด ความรับผิดชอบ และความผูกพันระหว่าง Guerlain กับโลกธรรมชาติจากรุ่นสู่รุ่นนิทรรศการครั้งนี้จึงเชื้อเชิญผู้เข้าชมให้ร่วมสำรวจเส้นทางประวัติศาสตร์ของ Maison ผ่านผลงานจากคลังมรดกองค์กร เอกสารจดหมายเหตุ และเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์น้ำหอมระดับตำนาน ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดวิวัฒนาการของ Guerlain จากอดีตสู่ปัจจุบันหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการถ่ายทอดเรื่องราวของ Dames de Table ช่างฝีมือผู้เปี่ยมด้วยความเชี่ยวชาญ ณ โรงงานผลิตของ Guerlain ในประเทศฝรั่งเศส ผู้สืบทอดทักษะอันละเอียดอ่อนซึ่งสะท้อนความเป็นเลิศด้าน Craftsmanship อันเป็นหัวใจของ Maison มาตลอดเกือบสองศตวรรษ“Guerlinade” อัตลักษณ์ทางกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maison Guerlain คือหัวใจของพื้นที่จัดแสดงส่วนนี้ ซึ่งถ่ายทอดศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ Accord (โครงสร้างกลิ่น) ที่อยู่เบื้องหลังน้ำหอมระดับตำนานของแบรนด์ นอกจากการเรียนรู้เบื้องหลังการปรุงน้ำหอม ในงานทุกท่านยังสามารถร่วมทดลองสร้างสรรค์ Accord ในแบบของตนเอง ผ่านประสบการณ์ที่เชื้อเชิญให้ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างกลิ่น ความทรงจำ และจินตนาการ ราวกับนักประพันธ์ที่เรียบเรียงตัวโน้ตต่าง ๆ ให้กลายเป็นบทเพลง .. เพราะในโลกของ Guerlain ทุกกลิ่นล้วนมีเรื่องราว และทุกเรื่องราวล้วนมีท่วงทำนองของตัวเองและเพื่อถ่ายทอดโลกของ Guerlinade ให้มีชีวิตขึ้นอย่างงดงาม พื้นที่นี้ยังนำเสนอ Immersive & Interactive Experience ภายใต้แนวคิด “Have You Ever Listened to a Perfume?” ผ่านการผสานภาพ เสียง และกลิ่นเข้าด้วยกัน โดยใช้เทคนิค Projection Mapping และ Fan Kinetic Scenography เพื่อสร้างประสบการณ์การรับรู้หลายมิติที่น่าประทับใจ .. เพราะในโลกของ Guerlain ทุกกลิ่นล้วนมีเรื่องราว และทุกเรื่องราวล้วนมีท่วงทำนองของตัวเองสำหรับ Guerlain ความงามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในโลกของน้ำหอม หากยังแทรกซึมอยู่ในทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต พื้นที่ Art de Vivre ภายในงานจึงถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดังกล่าวผ่าน Les Eaux de Toilette, บริการ Personalization, Fragrance Layering & Customization รวมถึง Premium Home & Gift Display ที่สะท้อนศิลปะแห่งการใช้ชีวิตในแบบฉบับของ Maisonอีกหนึ่งไฮไลท์คือ Silpin Café by Guerlain พื้นที่ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการพักผ่อน พบปะ และดื่มด่ำกับแนวคิด Art de Vivre ผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศที่เชื่อมโยงมรดกของ Maison เข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย พร้อมเชื้อเชิญทุกท่านให้ใช้เวลาท่ามกลางโลกแห่งความงามในแบบฉบับ Guerlainสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ Guerlain ยังได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานพิเศษกับ คุณโอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยผู้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยการนำเสนอผลงาน Guerlinade Queens ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Bee Bottle” ขวดน้ำหอมระดับไอคอนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Maison Guerlain มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยถูกนำมาตีความในรูปแบบประติมากรรมร่วมสมัยที่ผสานความงดงามของสถาปัตยกรรม ศิลปะ และหัตถศิลป์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนขอเชิญร่วมค้นพบเรื่องราว วิสัยทัศน์ และศิลปะแห่งการปรุงน้ำหอมที่สืบทอดมายาวนานเกือบ 200 ปี ผ่านนิทรรศการซึ่งรวบรวมมรดก ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของ Maison Guerlain ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้-28 มิถุนายน 2569 ณ One Bangkok กรุงเทพฯ ชั้น 48ลงทะเบียนเพื่อเข้าชมงาน : แอดไลน์ @guerlainth เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000061398
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
26/06/2026
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เตรียมเปิดพิชิต “ลานสน” ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สายแอดเวนเจอร์ที่รักธรรมชาติสุดหัวใจ บอกเลยว่าทริปนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงแฟ้มภาพเฟซบุ๊กเพจ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว - Phu soi dao National Park โพสต์ข้อความเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาพิชิตลานสน ภูสอยดาว โดยเตรียมจะเปิดการท่องเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค. นี้ โดยให้ข้อมูลว่าแฟ้มภาพเตรียมใจและร่างกายให้พร้อม แล้วไปสร้างความทรงจำดีๆ ที่ภูสอยดาวด้วยกันนะเส้นทางเดินป่าสุดท้าทายนี้ จุดเริ่มต้นจะพาเพื่อนๆ ออกเดินทางจากน้ำตกภูสอยดาว ที่ระดับความสูงประมาณ 600 เมตร ขึ้นไปสู่จุดหมายปลายทางที่..ลานสนภูสอยดาว ที่มีความสูงถึง 1,633 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล!แฟ้มภาพบอกเลยว่าเส้นทางนี้จัดอยู่ในระดับไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย (เอ๊ะอย่างไง!) ใครที่อยากไปพิชิต ต้องเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมและประเมินร่างกายของตัวเองก่อนออกเดินทางด้วย ช่วงแรกของการเดินทางจะผ่านป่าดงดิบชุ่มฉ่ำเลียบลำห้วย จากนั้นก็จะเป็นเนินชันสลับกับพื้นราบไปเรื่อยๆ ผ่านสภาพป่าที่สวยงามหลากหลายรูปแบบ ความท้าทายสุดๆ ของที่นี่คือความสูงชันนี่แหล่ะ โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายก่อนถึงลานสนที่เราเรียกกันว่า "เนินมรณะ" แต่เชื่อได้ว่า วิวระหว่างทางและรางวัลที่ปลายทางคุ้มค่าแน่นอน!แฟ้มภาพสิ่งมหัศจรรย์ระหว่างทาง เพื่อนๆ จะได้พบกับสิ่งสวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น- น้ำตกภูสอยดาว ทั้ง 5 ชั้น ที่ไหลรินเย็นฉ่ำ- ป่าดงดิบริมลำห้วย ที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์- พันธุ์ไม้และสัตว์ป่าที่น่ารักน่าสนใจ เช่น ผีเสื้อหลากสีสัน และนกนานาชนิดที่ส่งเสียงไพเราะ- วิวทิวทัศน์เทือกเขาภูสอยดาว อันตระการตาที่จะทำให้หัวใจพองโต- มิตรภาพในระหว่างเส้นทางการเดินป่า น้ำใจความห่วงใยที่มีต่อกันสำหรับกิจกรรมไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ... เพื่อนๆ จะได้สนุกสุดเหวี่ยงกับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติในระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ที่ความสูง 1,633 เมตรจากระดับน้ำทะเล ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ฟินกับธรรมชาติที่สวยจนต้องร้องขอชีวิต และที่สำคัญคือธรรมชาติที่นี่บอบบางมากๆ จึงต้องท่องเที่ยวแบบหัวใจนักอนุรักษ์สุดๆแฟ้มภาพแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000060044
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
26/06/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำทัพพลังตัวแทนประกันชีวิต ร่วมพิธีมอบรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 43 (43rd Thailand National Quality Awards) ปีนี้เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงครองอันดับ 1 บริษัทที่มีจำนวนผู้ได้รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติมากที่สุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 โดยมีจำนวนตัวแทนที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้นถึง 1,696 ท่าน ถือเป็นจำนวนมากที่สุดจากทั้งหมด 15 บริษัทประกันชีวิตชั้นนำ โดยมีคณะผู้บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต คุณอดิศักดิ์ เสงี่ยมศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตัวแทน ภูมิภาค 4 คุณสลักจิต นิลประเสริฐศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนช่องทางการขาย และคุณกันยา กันตถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารตัวแทน ให้การต้อนรับ คุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประธานในพิธี พร้อมร่วมถ่ายภาพและแสดงความยินดีแก่พลังตัวแทนเอไอเอที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ที่เข้าร่วมงานกว่า 60 ท่าน โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้น ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมาโดยในปีนี้ มีพลังตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้นดังนี้ • รางวัลโล่เกียรติคุณ 25 ปี พร้อมเกียรติบัตร และเข็มกลัด จำนวน 1 ท่าน ได้แก่ 1. คุณสุริศา ไตรภูมิสุทธิ หน่วยนำทอง 1398 • รางวัลโล่เกียรติคุณ 20 ปี พร้อมเกียรติบัตร และเข็มกลัด จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ 1. คุณกิติยา อุทัยศรี หน่วยศรีพัฒนา 11 ซี 2. คุณพร้อมพงษ์ พานิชวรผล หน่วยเอ็มดี ยูนิเวอร์ส 3. คุณยศวัฒน์ จิรนลินพัฒน์ หน่วยดี-บียอนด์ กรุ๊ป • รางวัลโล่เกียรติคุณ 15 ปี พร้อมเกียรติบัตร และเข็มกลัด จำนวน 11 ท่าน ได้แก่ 1. ว่าที่ร้อยโทธนกฤต อุดมกิจโสภณ หน่วยบีเวลธ์ พลัส 1 2. คุณสุภาวดี อัครเอกฒาลิน หน่วยทองอลังการ 2 3. คุณนันทภัค พูลสมบัติ หน่วยเดอะ ฟินนิค บี 4. คุณช่อชฎา วงศาสุราฤทธิ์ หน่วยเดอะเน็กซ์ 5. คุณบุญโฮม ศรีเมือง หน่อยเพชรทรัพย์ทอง 6. ประนอม หาญโสภา หน่อยกาฬสินธุ์ 50 7. คุณจิตรณภา ผาวันดี หน่วยพีเอสเค 24 8. คุณพิชยะภรณ์ ธนิทพชราพรรณ์ หน่วยเพ็ชรพรรณ์ 9. คุณขวัญลักษณ์ วงศ์วัชรมงคล หน่วยหลักเมือง 10. คุณกาญจน์ เหล่าพิพัฒนา หน่วยอัศวิน 57 เอ 11. คุณนุชรินทร์ ปึงศิริเจริญ หน่วยเอฟเวอเรสต์ 32นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติคุณ 10 ปี พร้อมเกียรติบัตร และเข็มกลัด อีกจำนวน 35 ท่าน ตัวแทนที่ได้รับรางวัลโล่ พร้อมเกียรติบัตรและเข็มกลัด อีกจำนวน 5 ท่าน ตัวแทนที่ได้รับรางวัลเกียรติบัตรและเข็มกลัด อีกจำนวน 25 ท่าน และตัวแทนที่ได้รับรางวัลเกียรติบัตร รวมรางวัลทั้งสิ้น 1,696 ท่านคุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จของพลังตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ทุกท่านที่ได้รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2569 และโอกาสนี้ขอร่วมแสดงความยินดีกับทุกท่าน โดยรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ หรือ TNQA เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ที่ปรึกษาประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพ ที่สร้างผลงานคุณภาพมาตลอดทั้งปี รางวัลนี้ถือเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพของสมาคมประกันชีวิตไทยอย่างเคร่งครัด ดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ ยึดมั่นในจรรยาบรรณ และจริยธรรม วันนี้ผลลัพธ์ได้สร้างคุณค่าให้กับชีวิตคนไทยอย่างมากมาย ซึ่งในปี 2569 นี้ เอไอเอ ประเทศไทย มีผู้ที่ได้รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติจากสมาคมประกันชีวิตไทย จำนวนทั้งสิ้น 1,696 ท่าน ถือเป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ซึ่งความสำเร็จนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนความสามารถที่ยอดเยี่ยมของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย เพื่อร่วมกันส่งมอบความคุ้มครองและการวางแผนชีวิตในทุกมิติ ให้คนไทยได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
23/06/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดคอนเสิร์ต “AIA Thailand’s 88th Anniversary Concert: Let It Live | Last | Rock” ฉลองครบรอบ 88 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ขนทัพศิลปินวง Bodyslam & Friends อาทิ ก้อง สหรัฐ, ดา เอ็นโดรฟิน, โจอี้ ภูวศิษฐ์, วี วิโอเลต และบอย พีซเมกเกอร์ ขึ้นเวทีอิมแพค อารีน่า ปลุกพลังร็อคพร้อมระเบิดความมันส์ไปกับสมาชิกครอบครัวเอไอเอ ประเทศไทย ทั้งลูกค้าคนสำคัญ พันธมิตรธุรกิจ พลังตัวแทน และเพื่อนพนักงาน กว่า 10,000 ชีวิต นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงเพลง และความทรงจำดี ๆ แทนคำขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่ให้เอไอเอ ประเทศไทย ได้ดูแลและมอบความคุ้มครองให้แก่คนไทยมาตลอด 88 ปี ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี คณะผู้บริหารเอไอเอ นำโดย คุณตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาค กลุ่มบริษัทเอไอเอ และคุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมโชว์เปิดคอนเสิร์ต พร้อมกล่าวต้อนรับและขอบคุณครอบครัวเอไอเออย่างอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปเพื่อดูแลคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งได้สร้างความประทับใจอย่างยิ่งสมกับเป็นการเฉลิมฉลองปีที่ 88 ของเอไอเอ ประเทศไทย นอกจากนี้ คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต คุณอรรัตน์ ชุติมิตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เชิงกลยุทธ์ และคุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ยังได้มาร่วมต้อนรับลูกค้า พันธมิตรธุรกิจ พลังตัวแทนจากทั่วประเทศ และเพื่อนพนักงานที่เป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อความคุ้มครองและการดูแลที่ดีไปสู่คนไทย บรรยากาศก่อนเริ่มคอนเสิร์ตยังเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทั้งกิจกรรมบูธ AIA Prestige Club และ AIA Vitality ที่มาชวนผู้เข้าร่วมงานเล่นเกมและแจกของรางวัลมากมาย อีกทั้งยังมีกิจกรรม AIA Lucky Seat ที่มอบโชคให้กับผู้ชมคอนเสิร์ต สร้างความตื่นเต้นและประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ครอบครัวเอไอเอ ประเทศไทย ทุกท่านทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ขอขอบคุณคนไทยทั่วประเทศ ตลอดจนพันธมิตรธุรกิจ พลังตัวแทน และเพื่อนพนักงานเอไอเอทุกภาคส่วนที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญในทุกความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเอไอเอยังคงเดินหน้าสร้างความมั่นคงให้แก่คนไทยผ่านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และการเงินในทุกมิติ เพื่อให้คนไทยได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
22/06/2026
• คนไทยกว่า 92% สามารถเข้าถึงบริการเงินฝาก แต่เงินฝากส่วนใหญ่ (93%) กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ฝากเพียง 10% แรกของประเทศ • โครงสร้างเงินฝากสะท้อนความเหลื่อมล้ำสูง โดยค่ากลางของเงินฝากอยู่ที่เพียง 3,554 บาท และผู้ฝากส่วนใหญ่มีเงินในบัญชีไม่มากนัก • บัญชีออมทรัพย์ถูกใช้เพื่อทำธุรกรรมมากกว่าการออมระยะยาว ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้ผลตอบแทนจากการฝากเงินไม่สูง • ตลาดเงินฝากกระจุกตัวในธนาคารขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง และการแข่งขันด้านดอกเบี้ยมีจำกัด ซึ่งไม่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ฝากรายย่อยจากรายงานของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เสนอข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยมีประชาชนเข้าถึงบริการเงินฝากในระดับสูง โดยข้อมูล World Bank ปี 2024 ระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 92% มีบัญชีเงินฝากแล้ว ถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในกลุ่มรายได้ใกล้เคียงกันข้อมูลจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) ยังสะท้อนการขยายตัวของระบบเงินฝากอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้ฝากเพิ่มจาก 35.7 ล้านคนในปี 2016 เป็นเกือบ 44 ล้านคนในปี 2023 ขณะที่จำนวนบัญชีเงินฝากเพิ่มจาก 75.8 ล้านบัญชี เป็นมากกว่า 118 ล้านบัญชี และมูลค่าเงินฝากรวมในระบบเพิ่มจาก 11.9 ล้านล้านบาท เป็น 16.2 ล้านล้านบาทอย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนบัญชีและมูลค่าเงินฝากไม่ได้หมายความว่าคนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึง เพราะโครงสร้างเงินฝากที่ขยายตัวในช่วงหลังมาจากบัญชีออมทรัพย์เป็นหลักในช่วงปี 2019-2023 เงินฝากของผู้ฝากชาวไทยเพิ่มขึ้นรวม 1.37 ล้านล้านบาท โดยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 1.7 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินฝากประจำกลับลดลง 0.3 ล้านล้านบาท สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของบทบาทบัญชีออมทรัพย์จากช่องทางออมเงินไปสู่การเป็นบัญชีสำหรับทำธุรกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการเติบโตของ Mobile Banking และพร้อมเพย์ข้อมูลปี 2023 พบว่า ผู้ฝากชาวไทยมีบัญชีเงินฝากเฉลี่ย 2.7 บัญชีต่อคน และ 39% มีบัญชีเพียงบัญชีเดียว ขณะที่ผู้ฝากถึง 88% ถือเพียงบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น มีเพียง 12% ที่ถือบัญชีหลายประเภทหรือมีบัญชีฝากประจำและบัญชีกระแสรายวันร่วมด้วยเงินฝาก 93% ยังกระจุกตัวในผู้ฝากส่วนน้อยเมื่อพิจารณาด้านมูลค่าเงินฝากกลับพบภาพที่แตกต่างออกไป โดยเงินฝากจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในผู้ฝากส่วนน้อยของประเทศการจัดกลุ่มผู้ฝากชาวไทยกว่า 42 ล้านคนตามมูลค่าเงินฝากรวม พบว่า เงินฝากถึง 93% ของทั้งระบบอยู่ในมือผู้ฝากเพียง 10% แรก ขณะที่ค่ากลางของเงินฝากอยู่ที่เพียง 3,554 บาท และมีผู้ฝากเพียง 4.2 ล้านคน หรือประมาณ 10% ของผู้ฝากทั้งหมด ที่มีเงินฝากเกิน 185,000 บาทข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แม้คนไทยจำนวนมากจะมีบัญชีเงินฝาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินออมในระดับสูง และยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์ที่ยังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยด้านผลตอบแทนจากการออมผ่านระบบธนาคารยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์เฉลี่ยในช่วงปี 2019-2023 อยู่ระหว่าง 0.35-0.64% ต่อปี ส่งผลให้เจ้าของบัญชีกว่า 80% ได้รับดอกเบี้ยไม่ถึง 200 บาทต่อปีส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 0.65-1.61% ต่อปี ทำให้ผู้ที่มีเงินเหลือเก็บบางส่วนเลือกกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นแทนดอกเบี้ยต่ำ-การแข่งขันจำกัด ฉุดบทบาทเงินฝากเพื่อการออมนอกจากนี้ เงินฝากยังมีความกระจุกตัวในระดับสถาบันการเงิน โดยกว่าร้อยละ 70 ของเงินฝากทั้งหมดอยู่ในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ขณะที่การแข่งขันด้านราคายังมีจำกัดสำหรับผู้ฝากเงินทั่วไปในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.50% ในปี 2022 เป็น 2.00% ในเดือนพฤษภาคม 2023 ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในระดับที่ต่ำกว่า โดยดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยจาก 0.35% เป็น 0.41% ส่วนธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กเพิ่มขึ้นจาก 0.42% เป็น 0.46%สำหรับเงินฝากประจำ ธนาคารขนาดใหญ่ปรับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจาก 0.5% เป็น 1.0% ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กปรับจาก 1.0% เป็น 1.5% ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขยายตัวขึ้นในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นผลการศึกษาระบุว่า ตลาดเงินฝากไทยในปัจจุบันมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงบริการทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง การกระจุกตัวของเงินฝากทั้งในระดับผู้ฝากและระดับสถาบันการเงิน และการแข่งขันด้านดอกเบี้ยที่ยังมีข้อจำกัดสำหรับผู้ฝากเงินทั่วไปจากข้อค้นพบดังกล่าว มีข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการแข่งขันและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เงินฝาก การลดต้นทุนในการย้ายบัญชีหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของผู้ฝากเงิน และการยกระดับความโปร่งใสของข้อมูลด้านดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และคุณภาพบริการ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกใช้บริการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแหล่งที่มาข่าวอละภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://www.thansettakij.com/finance/financial-banking/661984
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
22/06/2026
กระทรวงวัฒนธรรม เปิด “เทศกาลศิลปะสงขลา เชื่อมโยงจากรุ่นสู่รุ่น ครั้งที่ 4 ปี 2569” (New Gen Connected Art Fest #4 2026) ชูแนวคิด “Bloom in Uncertainty : เมื่อชีวิตยังผลิบาน” ชวนค้นหาความหวังผ่านงานศิลปะร่วมสมัย สร้างพื้นที่เรียนรู้และศักยภาพศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ต่อยอดเมืองเก่าสู่พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรมเมื่อเร็ว ๆ นี้ นางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลศิลปะสงขลา เชื่อมโยงจากรุ่นสู่รุ่น ครั้งที่ 4 ปี 2569 (New Gen Connected Art Fest #4 2026) โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบด้านศิลปวัฒนธรรม: เมืองเก่าสงขลา (Culture Smart City: Songkhla Old Town) โดยมี นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายธีรพจน์ จรูญศรี ผู้ก่อตั้งหอศิลป์สงขลาเเละประธานมูลนิธิสงขลาเมืองเก่า นายอำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินเเห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี 2563 นางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภัณฑารักษ์ ศิลปิน คณาจารย์สถาบันการศึกษา นิสิต นักศึกษา แขกผู้มีเกียรติ เเละสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ หอศิลป์สงขลา ถนนกำแพงเพชร จังหวัดสงขลานางเสริมกิจ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสนับสนุนพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์ร่วมกัน โดยจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างพลังทางสังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เทศกาลศิลปะสงขลากลายเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ทุนทางวัฒนธรรมในการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างต่อเนื่องนางเสริมกิจ กล่าวอีกว่า มูลนิธิสงขลาเมืองเก่า และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกันผลักดันและส่งเสริมงานวัฒนธรรมเชิงพื้นที่จังหวัดสงขลา ผ่านการพัฒนาเมืองต้นแบบด้านศิลปวัฒนธรรม (Culture Smart City) และการจัดเทศกาลศิลปะสงขลา “New Gen Connected Art Fest” อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 จนสามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่สำคัญของการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ทางศิลปวัฒนธรรมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศทั้งนี้ สำหรับปีพ.ศ. 2569 เทศกาลจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bloom in Uncertainty : เมื่อชีวิตยังผลิบาน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้โลกจะกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความไม่แน่นอนในหลากหลายมิติ ศิลปะและวัฒนธรรมยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างความเข้าใจในความแตกต่าง และเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ช่วยให้สังคมมองเห็นความหวังและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายในปัจจุบันโดยคณะภัณฑารักษ์ของเทศกาล ได้ร่วมกันตั้งคำถามว่า เมื่อโลกเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน คนรุ่นใหม่กำลังมองอนาคตอย่างไร และศิลปะจะช่วยให้เราเข้าใจความหวัง ความกังวล และความหมายของชีวิตในยุคสมัยนี้ได้อย่างไร เทศกาลศิลปะครั้งนี้จึงมุ่งใช้ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการตั้งคำถามต่ออนาคต เพื่อสะท้อนศักยภาพของมนุษย์ในการปรับตัว เติบโต และผลิบานท่ามกลางความไม่แน่นอนนอกจากนี้ เทศกาลยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและเปิดพื้นที่แก่ศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ โดยคัดเลือกผลงานจากทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อร่วมถ่ายทอดมุมมอง ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัย พร้อมแสดงศักยภาพบนเวทีสาธารณะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการกระจายโอกาสทางวัฒนธรรม และการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันของคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ผลงานที่นำมาจัดแสดงล้วนสะท้อนความคิด ความฝัน ความกังวล การค้นหาความหมายของการดำรงอยู่ และมุมมองต่อโลกของคนรุ่นใหม่ในบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละภูมิภาค ทำให้เทศกาลครั้งนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัย แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และประสบการณ์ร่วมของสังคมไทยในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง ผ่านพื้นที่จัดแสดงในย่านเมืองเก่าสงขลา โดยเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน – 16 สิงหาคม 2569“ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เทศกาลศิลปะสงขลาได้เติบโตขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และเครือข่ายศิลปิน จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองเก่าสงขลาให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนพลังของการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาเมืองบนฐานทุนทางวัฒนธรรม ขอชื่นชมมูลนิธิสงขลาเมืองเก่า โรงพยาบาลศิครินทร์ คณะภัณฑารักษ์ ศิลปินทุกท่าน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเทศกาลศิลปะสงขลาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเเละเข้มเเข็ง หวังว่าเทศกาลแห่งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้เห็นถึงพลังของศิลปะและวัฒนธรรมในการพัฒนาเมือง สังคม และชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวแหล่งที่มาข่าวอละภาพต้นฉบับ ผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000056703
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
22/06/2026
คู่มือเลือกที่นั่งบนเครื่องบินที่ดีที่สุด คำแนะนำสำหรับทุกความต้องการการเดินทางโดยเครื่องบินจะสบายขึ้นอย่างมาก หากคุณเลือกที่นั่งที่เหมาะสมกับความต้องการส่วนตัว ตั้งแต่ตำแหน่งริมหน้าต่างไปจนถึงส่วนที่เงียบที่สุดของเครื่องบิน บทความนี้ได้รวบรวมหลักการและคำแนะนำต่าง ๆ ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินที่ดีที่สุด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างง่ายดายและมั่นใจก่อนการเดินทางการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินตามตำแหน่งการตัดสินใจเลือกระหว่างริมหน้าต่างและริมทางเดิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์การบินของคุณ แต่ละตำแหน่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากกว่า เช่น การชมวิว หรือความสะดวกในการลุกเข้าออกริมหน้าต่าง • ข้อดี : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ชอบชมวิวทิวทัศน์ หรือต้องการเอนตัวพิงเพื่อพักผ่อนและนอนหลับ • ข้อเสีย : การลุกไปห้องน้ำจะรบกวนผู้ที่นั่งข้างๆ และอาจมีแสงแดดส่องเข้ามาในช่วงเวลาเดินทางริมทางเดิน • ข้อดี : ลุกเข้าออกไปเข้าห้องน้ำสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ลุกไปเดินหรือเข้าห้องน้ำบ่อย รวมถึงสามารถลงจากเครื่องได้รวดเร็วกว่า • ข้อเสีย : แต่ข้อเสียคืออาจถูกรบกวนบ่อยครั้งจากผู้โดยสารหรือพนักงานที่เดินผ่านตรงกลาง • ข้อดี : เหมาะกับผู้ที่มีเป็นครอบครัว สามารถนั่งด้วยกันได้ทั้งครอบครัว และมีพื้นที่เก็บของใต้เบาะเยอะ • ข้อเสีย : มีพื้นที่จำกัดและอึดอัด ผู้ที่เลือกนั่งตำแหน่งนี้มักเป็นผู้ที่ไม่มีทางเลือกอื่นการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินตามส่วนของเครื่องบินส่วนต่างๆ ของเครื่องบินมีผลโดยตรงต่อระดับเสียง ความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน และความรวดเร็วในการรับบริการ ดังนั้น การเลือกส่วนที่เหมาะสมจึงช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์จากการเดินทางได้มากส่วนหน้า • ข้อดี : เป็นส่วนที่เงียบที่สุดและจะได้รับบริการจากพนักงานเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถลงจากเครื่องบินได้รวดเร็ว • ข้อเสีย : ราคาค่อนข้างสูง และมักจะเต็มตลอดส่วนกลาง (เหนือปีก) • ข้อดี : ที่นั่งบริเวณนี้จะนิ่งที่สุด และรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนน้อยมาก ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เมาเครื่องบิน • ข้อเสีย : ทัศนียภาพภายนอกจะถูกปีกเครื่องบินบัง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดส่วนหลัง (ท้ายเครื่อง) • ข้อดี : มักเป็นที่นั่งที่มีราคาถูกกว่าและมีโอกาสได้ที่นั่งว่างข้างๆ หากเที่ยวบินไม่เต็ม • ข้อเสีย : ส่วนท้ายเครื่องจะเสียงดังที่สุดและวุ่นวาย เนื่องจากอยู่ใกล้ห้องน้ำหรือห้องครัวเคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับความต้องการเฉพาะ • พื้นที่วางขาเยอะ: ควรเลือกที่นั่งใน แถวทางออกฉุกเฉินหรือ แถวแรกของแต่ละโซน ซึ่งจะมีพื้นที่ให้เหยียดขาได้มากกว่าปกติ แต่ที่นั่งเหล่านี้มักมีข้อจำกัดบางประการ • ความเงียบสงบ: เลือกที่นั่งในส่วนหน้าของเครื่องบิน และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะเป็นจุดที่มีการสัญจรของผู้คนบ่อยที่สุด • ลดอาการเมาเครื่องบิน: ควรเลือกที่นั่งในส่วนกลางเครื่องบินที่อยู่เหนือปีก เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ตัวเครื่องมีความนิ่งและมีการสั่นสะเทือนน้อยที่สุดตลอดการบินการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการเดินทางและความชอบส่วนตัวของคุณ ก่อนทำการจองทุกครั้ง ควรตรวจสอบแผนผังที่นั่งของเครื่องบินรุ่นที่คุณจะเดินทาง เพื่อให้เห็นภาพรวมของตำแหน่งห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่วางขาพิเศษ ก่อนตัดสินใจเลือกแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1453115/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
22/06/2026
เอไอเอ ประเทศไทย ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากกิจกรรม “AUTOPAY เฮรับโชค” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติแบบต่อเนื่องผ่านบัตรเครดิต (AUTOPAY) เพื่อชำระเบี้ยประกันภัย โดยได้มีการจับรางวัลรวมทั้งสิ้น 70 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 580,000 บาท เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ เอไอเอ ประเทศไทย การจับรางวัลครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณสุธนิศร์ สุริโยทัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ คุณมอร์แกน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนกรมธรรม์ ร่วมเป็นสักขีพยานและดำเนินการจับรางวัล เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมสำหรับรางวัลในกิจกรรม “AUTOPAY เฮรับโชค” ประกอบด้วย• รางวัลที่ 1: iPhone 17 Pro ความจุ 256 GB มูลค่ารางวัลละ 43,022.60 บาท จำนวน 10 รางวัล• รางวัลที่ 2: iPad 11 A16 Wi-Fi ความจุ 128 GB มูลค่ารางวัลละ 12,513.65 บาท จำนวน 5 รางวัล• รางวัลที่ 3: AirPods 4 (2024) มูลค่ารางวัลละ 4,695.16 บาท จำนวน 5 รางวัล• รางวัลที่ 4: Central Gift Card มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 20 รางวัล• รางวัลที่ 5: Central Gift Card มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 30 รางวัล รวมทั้งสิ้น 70 รางวัล เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจและเลือกใช้บริการของเอไอเออย่างต่อเนื่องทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามรายชื่อผู้โชคดีได้ทางเว็บไซต์ https://aiathailand.info/autopayluckydrawwinners และสามารถติดต่อเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการรับรางวัลได้ระหว่างวันที่ 1 – 10 กรกฎาคม 2569 โดยรับรางวัลได้ ณ เอไอเอ ประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ถนนสุรวงศ์ หรือดำเนินการรับของรางวัลตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด สำหรับกิจกรรม “AUTOPAY เฮรับโชค” ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญสำคัญของ เอไอเอ ประเทศไทย ในการส่งเสริมด้านการบริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย ผ่านช่องทางการชำระเงินอัตโนมัติ พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยการมอบสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และตอบแทนลูกค้าที่มอบความไว้วางใจให้เอไอเอได้ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเอไอเอ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านการประกันชีวิตและสุขภาพ รวมถึงการบริการ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’หมายเหตุ: รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
18/06/2026
บุคคลในภาพ: นายนิคฮิล แอดวานี (กลางบน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายอีริค ลู (ที่ 7 จากซ้ายแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ที่ 6 จากซ้ายแถวบน) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ นายราเชนทร์ ขุมนาค (ที่ 4 จากซ้ายแถวบน) ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์และงานบริการ นายมนต์ชัย บุณยรัตพันธุ์ (ที่ 5 จากซ้ายแถวบน) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตัวแทนภูมิภาค 3 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารตัวแทนประจำภูมิภาค 3เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี (กลางแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอีริค ลู (ที่ 7 จากซ้ายแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน คณะผู้บริหาร และตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ร่วมพิธีเปิดห้องสมุดโรงเรียนไชยะวิทยา จังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่หลังได้รับความเสียหายจากวาตภัย โดยมีนายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วยนางกรรณิการ์ ชูเชิด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดสุโขทัย ให้เกียรติเข้าร่วมงานสำหรับโครงการปรับปรุงห้องสมุดดังกล่าว เอไอเอได้สนับสนุนงบประมาณมูลค่ากว่า 300,000 บาท เพื่อบูรณะและพัฒนาห้องสมุดให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมมอบหนังสือเสริมทักษะและหนังสืออ่านนอกเวลา เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สำคัญ เสริมสร้างจินตนาการ และขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการคำนึงถึงการสร้างคุณค่าตอบแทนคืนสู่สังคม เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” ที่ต้องการ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
10/06/2024
25/11/2024
09/03/2026
04/10/2024
30/04/2024