คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ประกันชีวิต

เอไอเอผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9

29/01/2026

เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Best Life Insurance Company – Thailand 2025 จากงาน International Finance Awards ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ซึ่งจัดโดย International Finance นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจากประเทศอังกฤษ โดยมี คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เข้ารับมอบรางวัลอันทรงเกียรติ ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ เมื่อเร็ว ๆ นี้รางวัล International Finance Award ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำของเอไอเอ ประเทศไทย ในธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่เคียงข้างคนไทยมากว่า 88 ปี โดยมีความมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ควบคู่กับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่องความสำเร็จครั้งนี้ยังตอกย้ำพันธกิจของเอไอเอในการสนับสนุนให้ผู้คนนับพันล้านมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น  ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

เงินติดขัด? ลอง 5 วิธีล้างพลังงานลบ เสริมพลังดีให้ครอบครัว

27/01/2026

"พลังงานในบ้านส่งผลต่อสุขภาพ โชคลาภ และความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยแนะนำ 5 วิธีขจัดพลังงานลบแบบทำได้จริง ช่วยเปิดทางพลังบวก เสริมความมั่งคั่ง"หลายคนอาจไม่รู้ว่า ความรู้สึกอึดอัด เหนื่อยล้า หรือเรื่องเงินที่ติดขัดซ้ำๆ อาจไม่ได้เกิดจากการทำงานหรือดวงเพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “พลังงานภายในบ้าน” ตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่พลังงานไม่ไหลเวียน จะสะสมพลังลบโดยไม่รู้ตัว และส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาวผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยเผยว่า การปรับบ้านไม่จำเป็นต้องรื้อหรือใช้งบสูง เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ก็ช่วยให้พลังงานดีหมุนเวียนกลับมาได้1. เปิดบ้านให้พลังเคลื่อนไหวอยู่เสมอบ้านที่ปิดทึบ อากาศไม่ถ่ายเท มักสะสมพลังงานนิ่งซึ่งถือเป็นพลังลบ ควรเปิดหน้าต่างหรือประตูอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อให้อากาศและพลังงานใหม่ไหลเข้ามา การมีลมพัดผ่านเบาๆ ถือเป็นสัญญาณของพลังชีวิตที่ดี2. เคลียร์ของเก่าที่ไม่ใช้ คือการเปิดทางโชคลาภของที่พัง ชำรุด หรือไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เปรียบเหมือนพลังงานค้างเก่า การเก็บไว้มากเกินไปจะดึงพลังลบเข้าสู่บ้าน การคัดแยก ทิ้ง หรือบริจาคของที่ไม่จำเป็น ถือเป็นการเคลียร์พื้นที่ให้สิ่งดีๆ เข้ามาแทน3. กลิ่นภายในบ้านมีผลต่อพลังงานกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ เป็นสัญญาณของพลังงานลบสะสม ควรดูแลเรื่องความสะอาด และอาจเสริมด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติ เช่น เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย หรือดอกไม้สด เพื่อช่วยปรับบรรยากาศให้ผ่อนคลายและเป็นมงคลเงินติดขัด? ลอง 5 วิธีล้างพลังงานลบ เสริมพลังดีให้ครอบครัว4. จัดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่ขวางทางเดินพลังการวางตู้ โต๊ะ หรือโซฟาขวางทางเดินหลักของบ้าน จะทำให้พลังงานติดขัด ควรจัดให้มีทางเดินโล่ง ไม่อึดอัด โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าบ้าน ห้องนั่งเล่น และโถงกลาง ซึ่งถือเป็นจุดไหลเวียนพลังสำคัญ5. เติมพลังชีวิตด้วยองค์ประกอบธรรมชาตินอกจากต้นไม้แล้ว แสงแดด น้ำ และวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หรือหิน ยังช่วยเสริมสมดุลพลังงานในบ้านได้ดี การมีมุมเล็กๆ ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ จะช่วยให้บ้านดูมีชีวิต ลดความตึงเครียด และส่งเสริมความสงบทางใจผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การปรับฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นศาสตร์ของการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรเลือกปรับใช้เท่าที่เหมาะสมกับบ้านและวิถีชีวิตของแต่ละคนเงินติดขัด? ลอง 5 วิธีล้างพลังงานลบ เสริมพลังดีให้ครอบครัวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์https://www.thainewsonline.co/belief/belief/895897

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันสังคม

"ประกันสังคม" แจงละเอียด "ผู้ประกันตน" จ่ายเงิน 875 บาท จะได้สิทธิอะไรบ้าง

27/01/2026

"สำนักงานประกันสังคม" แจงละเอียด "ผู้ประกันตน" ที่จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาท จะได้รับสิทธิอะไรบ้างเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office โพสต์ข้อความเรื่อง "ผู้ประกันตนรู้ไหม จ่ายเงิน 875 บาท จะได้สิทธิอะไรบ้าง" โดยระบุว่า สำหรับผู้ที่มีค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะส่งเงินสมทบสูงสุดที่ 875 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีค่าจ้างไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวจะจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น หากมีค่าจ้าง 10,000 บาท จะส่งเงินสมทบ 500 บาทต่อเดือน เป็นต้นเงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน ถูกนำไปจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตน แบ่งเป็น 7 กรณีสำคัญ ดังนี้1. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท)  •  กรณีเจ็บป่วย : รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน  •  กรณีคลอดบุตร : ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท/ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (สำหรับผู้ประกันตนหญิง) สูงสุด 26,250 บาท  •  กรณีทุพพลภาพ : รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาท/เดือน  •  กรณีเสียชีวิต : ค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย (หากจ่ายสมทบ 36 เดือนขึ้นไป)2. กรณีว่างงาน (87.50 บาท) : รับเงินทดแทนกรณีว่างงานสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน3. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท) : ถือเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด  •  สงเคราะห์บุตร : รับ 1,000 บาท/เดือนต่อคน (บุตรอายุไม่เกิน 6 ปี)  •  ชราภาพ : เป็นเงินออมในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ ซึ่งนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสมทบสะสมถึง 1,050 บาทต่อเดือนในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆ เลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมีเงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ นอกจากนี้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป.ขอบคุณเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Officeแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/news/society/2910314

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

นิทรรศการสุดล้ำ G-DRAGON : ?bermensch เท่ด้วย คูลด้วย สมจริงเหมือนเฮียบินมาเอง

27/01/2026

หากใครเป็นแฟน G-DRAGON หรือหลงใหลในงานศิลปะสื่อใหม่ ต้องร้องกรี๊ด เพราะ “G-DRAGON MEDIA EXHIBITION : Übermensch” นิทรรศการสุดล้ำที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทั่วเอเชีย วันนี้ได้มาปักหมุดที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ด้วยคอนเซปต์ Immersive เต็มขั้น พร้อมพาเราอินกับโลกทัศน์อันลึกซึ้งของศิลปินไอคอนิกระดับโลกอย่าง G-DRAGON ตั้งแต่ 15 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ EM Tower ชั้น 1, EMSPHEREทั้งเท่ด้วย คูลด้วย ประทับใจแน่นอน หลังเดินสายสร้างตำนานมาแล้วทั่วเอเชีย โซล โตเกียว ไทเป ฮ่องกง และอีกหลายเมือง ในที่สุดก็ถึงคิวของแฟนคลับชาวไทยที่จะ “โดนตก” เข้าไปในจักรวาลของ G-DRAGON แบบจัดเต็ม นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่โชว์รูปสวย ๆ แต่เป็นการเนรมิตประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยี ผสานศิลปะ ดนตรี และสื่อมีเดียอย่างลงตัว ด้วยคอนเซปต์ “Immersion – Interaction – Resonance” ที่จะทำให้คุณรู้สึกเชื่อมต่อกับศิลปินคนโปรดแบบไร้ขีดจำกัดสำหรับโซนไฮไลต์น่าสนใจ ประทับใจทุกก้าว สมจริงเหมือนเฮียบินมาเองนั้นได้แก่DIGITAL GALLERY: เปิดฉากด้วยโซนดิจิทัลสุดล้ำ ถ่ายทอดแนวคิดและแรงบันดาลใจจากอัลบั้ม “Übermensch” ผ่านผลงานศิลปะสื่อใหม่อิมแพ็คแรง จุใจสายอาร์ต และแฟนเพลงDAISY GARDEN: โซนสวนดอกเดซี่ สัญลักษณ์ประจำตัวของจีดี ที่ฮอตมาก เต็มไปด้วยกลิ่นอายแฟชั่นและชวนหยิบกล้องขึ้นมาแชะภาพ ชาวโซเชียลต้องไม่พลาดช็อตนี้ARTIST ZONE: ฟีล Main Character สุดชีวิต เพราะยกเซ็ต MV ไวรัลในตำนานมาให้ได้สวมบท เหมาะสำหรับสายครีเอตคอนเทนต์ โพสต์ท่าสับได้แบบมือโปรVR ZONE: ยกระดับความ immersive กับเทคโนโลยี VR ที่จะพาคุณท่องโลกดนตรีและศิลปะของ G-DRAGON แบบ 4D สมจริงเหมือนไปร่วมแจมกับตัวจริงMEDIA TUNNEL: เดินผ่านอุโมงค์ LED ที่เต็มไปด้วย motion graphics สุดตื่นตาและเสียงดนตรีที่จะพาคุณดิ่งลึกเข้าไปสู่หัวใจความคิดสร้างสรรค์ของ GD เป็นอีกจุดถ่ายรูปเก๋ ๆ เช็กอินลงโซเชียลได้แบบปัง ๆMD ZONE: สายช้อปห้ามพลาด โซนนี้รวม Official Merchandise สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมลุ้นการ์ดศิลปินที่นี่เท่านั้น!PHOTO REWARD ZONE: ปิดท้ายด้วยมุมถ่ายวิดีโอ Hologram กับ G-DRAGON แบบสมจริง เหมือนได้สัมผัสใกล้ชิดศิลปินสุดขีด (สำหรับยอดซื้อสินค้า MD หน้างาน ตั้งแต่ 4000 บาทขึ้นไป) ใครเป็นสายอวด ต้องมีภาพนี้ไว้ในมือถือใครที่เป็นแฟนจีดี หรือมองหาประสบการณ์ศิลปะที่แตกต่าง ห้ามพลาด “G-DRAGON MEDIA EXHIBITION : Übermensch” การันตีว่าคุณจะได้ดื่มด่ำโลกทัศน์ใหม่ ๆ พร้อมคอนเทนต์แสนสนุกเหมาะกับทุกเพศทุกวัย จับกล้อง เก็บภาพ แชร์โมเมนต์นิทรรศการนี้เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ๆ รอบละ 1 ชั่วโมง จำนวน 11 รอบต่อวัน (10:30 – 21:30 น.) ราคาเดียว 750 บาท บัตรซื้อผ่าน MEGATIX สะดวกรวดเร็ว ใครเล็งรอบดี ๆ ไว้ โอกาสเต็มมีสูง รีบกดจองแต่เนิ่น ๆ จะดีที่สุดแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000007234

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

โอวลู (Oulu) เมืองสวยในฟินแลนด์ เมืองหลวงทางวัฒนธรรมแห่งยุโรปประจำปี 2026

27/01/2026

เมืองโอวลู (Oulu) แห่งฟินแลนด์ เมืองหลวงทางวัฒนธรรมแห่งยุโรปประจำปี 2026 เตรียมกิจกรรมตลอดทั้งปีมุ่งเน้นทั้งวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองซามิ (Sámi) และประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศPhoto: Harri Taravainen (https://oulu2026.eu/en)“โอวลู” เมืองทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ในฐานะ "เมืองหลวงทางวัฒนธรรมแห่งยุโรปประจำปี 2026” (European Capital of Culture 2026) เตรียมพร้อมจัดกิจกรรมทางศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องตลอดปีสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางไปฟินแลนด์ในปีนี้ จึงไม่ควรพลาดที่จะใส่โอวลูลงไปในโปรแกรมการเดินทางกิจกรรมไฮไลต์และเหตุการณ์สำคัญตลอดปี ในแคมเปญ “Oulu 2026” หัวใจหลักคือประเด็น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในเชิงวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งเสริมสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเมืองให้ยั่งยืนในระยะยาว และในเชิงสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นรูปธรรมPhoto: Juho Huttunen (https://oulu2026.eu/en)ในเดือนมิถุนายน จะมีการเปิดตัว Climate Clock Art Trail เส้นทางศิลปะกลางแจ้งที่ประกอบด้วยผลงานเฉพาะพื้นที่จำนวน 7 ชิ้น จากศิลปินทั้งฟินแลนด์และนานาชาติ ผลงานเด่น ได้แก่ No.1574 Stone ของ รานา เบกุม ประติมากรรมหิน 5 ชิ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธารน้ำแข็งและน้ำแข็งในทะเล, Architectural Snowflakes: Letters from Heaven ของ ทากาฮิโระ อิวาซากิ ซึ่งสร้างเกล็ดหิมะสมมาตรนับร้อยชิ้น ออกแบบให้มีรูปลักษณ์คล้ายสถาปัตยกรรมของโบสถ์ท้องถิ่น เป็นต้นPhoto: https://oulu2026.eu/enด้วยทำเลที่ตั้งในฟินแลนด์ตอนเหนือ โปรแกรมท่องเที่ยวของโอวลูยังเชิญชวนผู้มาเยือนให้สัมผัส ความสุดขั้วของฤดูกาล อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะมาถึง Nallikari SnowFest จะจัดการแข่งขันแกะสลักหิมะ ส่วนที่หาดนัลลิคารีในโอวลูจะเป็นสถานที่จัด Frozen People เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดขึ้นบนทะเลที่กลายเป็นน้ำแข็งPhoto: https://oulu2026.eu/enเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ค่ำคืนอันมืดมิดจะถูกแทนที่ด้วยแสงอาทิตย์ที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด โดยดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าในช่วงเช้ามืด มีปรากฏการณ์ Midnight Sun Run ในวันที่ 4 กรกฎาคม เปิดให้เลือกตั้งแต่ระยะ 10 กิโลเมตร ไปจนถึงมาราธอนเต็มรูปแบบเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึงและกลางวันเริ่มสั้นลง Lumo Art & Tech Festival จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน นำเสนอผลงานศิลปะดิจิทัลและกิจกรรมด้านเทคโนโลยีกว่า 10 วันเต็มPhoto: https://oulu2026.eu/enตลอดทั้งปี ผู้มาเยือนยังสามารถสัมผัสรสชาติท้องถิ่นผ่าน Arctic Food Lab กับกิจกรรมด้านอาหาร เช่น Sense Fest และ Arctic Tasting ที่นำเสนอเอกลักษณ์ของอาหารจากภูมิภาคอาร์กติกอีกหนึ่งจุดเด่นของการเยือนโอวลู หรือฟินแลนด์ คือ วัฒนธรรมซามิ โดยชนเผ่าซามิ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในฟินแลนด์ตอนเหนือ สวีเดน นอร์เวย์ และบางส่วนของรัสเซีย จะมีบทบาทสำคัญในโปรแกรมของ Oulu 2026 ขณะเดียวกัน พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอวลู จะถูกปรับโฉมเพื่อจัด Sápmi Triennial เป็นครั้งแรกไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยนิทรรศการเดินทางนี้จะนำเสนอทั้งศิลปะร่วมสมัยของชาวซามิ และ duodji งานคราฟต์ดั้งเดิมของชนพื้นเมืองกลุ่มนี้Photo: Tero Suutarin (https://oulu2026.eu/en)Photo: Pia Kuha (https://oulu2026.eu/en)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000007042

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ปฏิวัติวงการประกันยูนิต ลิงค์ สร้างนวัตกรรมใหม่ ให้คนไทยสร้างรายได้พร้อมรับความคุ้มครองไปกับ AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED)

22/01/2026

  •  เอไอเอ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดประกันยูนิต ลิงค์ 16 ปีซ้อน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED) เพื่อสร้างโอกาสรับรายได้สม่ำเสมอ พร้อมรับความคุ้มครองชีวิตเพื่อความมั่นคงในระยะยาว  •  จุดเด่นหลัก ช่วยปิดจุดอ่อนของแบบประกันในยุคดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมาพร้อม Ecosystem ที่มุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูงอย่างครบวงจรกรุงเทพฯ 22 มกราคม 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าพันธกิจสร้างความมั่งคั่งให้กับคนไทย เพื่อความมั่นคงในชีวิตระยะยาว ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ซึ่งเอไอเอ เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์ ต่อเนื่องมานานกว่า 16 ปี[1] และล่าสุดกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED)” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Wealth-Life-Balance” นับเป็นการปฏิวัติวงการประกันยูนิต ลิงค์ ของไทย ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการประกันชีวิตและการลงทุน ที่มุ่งตอบโจทย์ด้านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และการเงินให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการทางด้านการเงินที่หลากหลาย และมองหาการลงทุนในรูปแบบที่แตกต่าง โดยผสานความร่วมมือกับบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด ออกแบบกองทุนที่ช่วยสร้างโอกาสรับรายได้ตั้งแต่ปีแรก ให้เงินทำงาน เพื่อพาคนไทยไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่มั่นคงอย่างยั่งยืนคุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะที่เอไอเอ เป็นผู้นำตลาดประกันยูนิต ลิงค์ มาอย่างยาวนาน เรามองเห็นโอกาสของตลาดที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากที่ประกันยูนิต ลิงค์ เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่สามารถช่วยลูกค้าวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเราจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED) ไปกับพลังตัวแทนทั่วประเทศ โดยได้ผลตอบรับที่ดีมากจากตัวแทนและลูกค้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นแบบประกันยูนิต ลิงค์ ใหม่ล่าสุดที่เราได้นำนวัตกรรมทั้งในด้านความคุ้มครองและการลงทุนมาผนวกไว้ด้วยกัน ถือเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของเอไอเอในปี 2569 เพราะเราอยากพาลูกค้าทุกท่านก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่งคั่งและมั่นคงไปพร้อมกัน“ที่สำคัญ AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความแตกต่างให้กับตลาดโดยมุ่งเน้นที่การนำความสำเร็จของลูกค้ามาต่อยอด เพื่อให้เงินเก็บของลูกค้าได้มีโอกาสสร้างรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่  •  สร้างโอกาสรับรายได้ระยะยาวตั้งแต่ปีแรกเป็นประกันยูนิต ลิงค์ แรกของไทย ที่ช่วยสร้างโอกาสรับรายได้การลงทุนในกองทุน AIA Global Active Income Fund  (AIA-GAIF) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Auto Redemption ที่เน้นกลยุทธ์สร้างรายได้จากหลากหลายสินทรัพย์ ซึ่งบริหารโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย)  •  เข้าถึงง่าย ไม่ต้องกังวลหากมีปัญหาสุขภาพเป็นประกันยูนิต ลิงค์ แรกของไทย ที่ไม่ต้องตรวจและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ[2]  •  ลงทุนได้อย่างเต็มที่เพื่อการสร้างรายได้ที่มากขึ้นเป็นประกันยูนิต ลิงค์ แรกที่ชำระเบี้ยประกันภัยรายงวดของเอไอเอที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัยสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก[3]  •  จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี คุ้มครองตลอดชีพวางแผนง่ายจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 5 ปี คุ้มครองตลอดชีพ ถึงอายุ 99 ปี (หรือตราบเท่าที่มูลค่ารับซื้อหน่วยลงทุนเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามตารางค่าธรรมเนียมกรมธรรม์) และรับประกันภัยตั้งแต่อายุ 15 วัน – 70 ปี เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 500,000 บาท  •  คุ้มค่าระยะยาวด้วยโบนัสสำหรับการเติบโตหน่วยลงทุน (Performance Bonus)รับ Performance Bonus[4] 0.25% ของมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยประกันภัยหลัก ตั้งแต่ปีที่ 10 เป็นต้นไป  •  เพิ่มมูลค่าผลประโยชน์เพื่อส่งต่อได้ตามที่ตั้งใจส่งต่อสินทรัพย์ยังคนที่คุณตั้งใจ ด้วยความคุ้มครอง 110% ของเบี้ยรวมที่ชำระมาแล้ว หรือมูลค่าหน่วยลงทุน บวกด้วย 10% ของเบี้ยประกันภัยหลักที่ชำระมาแล้วทั้งหมด ซึ่งเราจะจ่ายในแบบใดแบบหนึ่งที่มากกว่าเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า“สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งกับกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง ที่มีความต้องการแผนการเงินไว้ช่วยตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย เช่น กลุ่มผู้บริหารที่อยากคงชีวิตที่มีคุณภาพไว้เป็นรางวัลตอบแทนตัวเอง กลุ่มเจ้าของกิจการที่อยากวางมือ แต่ยังต้องการให้เงินทำงานเพื่อตอบแทนความสำเร็จในชีวิตและส่งต่อไปยังลูกหลาน รวมถึงกลุ่มผู้ปกครองที่อยากวางแผนการศึกษาของบุตรให้มั่นคงยิ่งขึ้น โดยให้เงินทำงานแทนเพื่อช่วยเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” คุณชลิดา กล่าวเสริมว่า “นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ลูกค้าของเอไอเอยังได้รับบริการจากที่ปรึกษาทางการเงินกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง AIA Elite Advisor กว่า 3,400 คน ที่มีความรู้ด้านการวางแผนการเงินอย่างมืออาชีพ ร่วมด้วยเอกสิทธิ์ Legal Advisory บริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อช่วยลูกค้าบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพจากพันธมิตรของเอไอเอ เพื่อช่วยให้ลูกค้าส่งต่อความมั่งคั่งสู่ทายาทได้อย่างมั่นคงและราบรื่น ตลอดจนเอกสิทธิ์ในโครงการ AIA Prestige Club ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ ทั้งการท่องเที่ยว สุขภาพ และอื่น ๆ อีกหลากหลาย ให้ลูกค้าได้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคงยิ่งขึ้น”คุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เผยว่า “เพื่อให้ตอบโจทย์ทางการเงินสำหรับลูกค้าของผลิตภัณฑ์ AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED) ทาง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) จึงได้คิดค้นนวัตกรรมการลงทุนในกองทุนที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อ AIA Global Active Income Fund (AIA-GAIF) ซึ่งมุ่งสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ลงทุนผ่านการรับซื้อหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption)[5] ด้วยกลยุทธ์การบริหารกองทุนในแบบ AIA Stewardship ซึ่งเน้นการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศที่มีคุณภาพดี และกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลาย รวมทั้งมีประวัติผลการดำเนินงานที่ดีและจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมนำไปสู่เป้าหมายทางการเงินตามที่มุ่งหวังไว้“ทั้งนี้ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) กำลังก้าวเข้าสู่ที่ปี 6 ในปีนี้ โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีในการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา เราเป็น บลจ. ที่ติดอันดับ Top 5 ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2568 เราปิดปีด้วยสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท [6] ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของประเทศ [6] นอกจากนี้เรายังภาคภูมิใจกับรางวัลต่าง ๆ ที่ได้รับจากสถาบันระดับนานาชาติ นับเป็นเครื่องหมายที่การันตีความสำเร็จและความทุ่มเทในการบริหารจัดการสินทรัพย์และการลงทุนเพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์ ซึ่งแน่นอน บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ไม่หยุดที่จะพัฒนานวัตกรรมด้านการลงทุน รวมถึงนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญจากกลุ่มการลงทุน AIA Investments และพันธมิตรผู้จัดการกองทุนทั่วโลกมาช่วยเติมเต็มความต้องการด้านการเงินให้กับคนไทย พร้อมทั้งผนึกความแข็งแกร่งกับผู้นำด้านการประกันชีวิตอย่าง เอไอเอ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น สร้างสมดุลในทุกมิติของชีวิต”หมายเหตุ:[1] ข้อมูลจากเอไอเอ ประเทศไทย ณ เดือนมกราคม 2569[2] การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของบริษัท เอไอเอ จำกัด[3] สำหรับค่าธรรมเนียมอื่นเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์[4] เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด สิทธิในการได้รับโบนัสดังกล่าวจะสิ้นสุดลง และไม่สามารถรับสิทธิดังกล่าวได้อีก[5] กรณีลงทุนในกองทุนที่มีการรับซื้อหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) จะมีการจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นรายงวดจากการรับซื้อหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนดไว้[6] ข้อมูลจาก บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568คำเตือน:  •  ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง   •  ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์   •  การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ (aia.co.th) ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

ปีม้า-ปีใหม่ กับโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย

20/01/2026

คอลัมน์ : แบงก์ชาติชวนคุยผู้เขียน : ชญาวดี ชัยอนันต์, เพชรลักษณ์ บุญญาคุณากร ธนาคารแห่งประเทศไทยสวัสดีปีใหม่ค่ะทุกท่าน ! ปีงูเล็กที่ผ่านมา ถือว่าเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งแผ่นดินไหว สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมใหญ่หลายจุดในประเทศไทย ปีใหม่นี้ เราทุกคนคงหวังว่าจะเป็นปีม้าที่ใจดีกับคนไทยมากขึ้น และพอเป็นช่วงต้นปี ก็เลยอยากชวนคุยโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ว่าเราจะพอเห็นสัญญาณที่ทำให้ยิ้มได้หรือไม่ แล้วก็ทำความเข้าใจกับปัญหาที่ต้องเจอ เพื่อเตรียมรับมือกับอุปสรรคหรือประเด็นใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กันเราจะเจอกับ (ปี) ม้าติดหล่มไหม ?แบงก์ชาติคาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวช้าลง โดยจะโตเพียง 1.5% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบหลายปี และน่าจะฟื้นตัวขึ้นได้เล็กน้อยในปี 2570 มาโตที่ 2.3% ซึ่งเมื่อเทียบกับอดีตที่เคยโต 5-7% แล้ว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ สาเหตุหลักเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ซึ่งจำกัดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายจากทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้เส้นทางข้างหน้า “ไม่ราบรื่น”ปี 2568 เราเห็นอาการคล้ายกับการ “ติดหล่ม” จากเครื่องยนต์หลักอย่างการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัวลง หลังจากเร่งส่งล่วงหน้าไปแล้วเพราะกลัวจะเจอกับมาตรการภาษีของสหรัฐ จึงคาดว่าการส่งออกปีนี้จะโตลดลงจาก 12% เหลือต่ำกว่า 1%อีกสาเหตุคือ การใช้จ่ายภาครัฐที่อาจชะลอลงจากการเมืองที่เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งใหม่ ทำให้งบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าออกไปประมาณหนึ่งไตรมาส ในช่วงปลายปีนี้จึงอาจเห็นรายจ่ายภาครัฐลดลง นอกจากนี้ ผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ ยังน่าจะส่งผลต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ซึ่งน่าจะฉุดการเติบโตของจีดีพีลงราว 0.1%อย่างไรก็ดี ในปี 2570 เมื่อสถานการณ์ทยอยคลี่คลาย คาดว่าการส่งออกและการใช้จ่ายภาครัฐกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภาคท่องเที่ยวจะฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีเครื่องยนต์อื่นที่มีกำลังจำกัด เช่น การบริโภคภาคประชาชน ที่ยังอาจโตได้ช้ากว่าปกติจากรายได้แรงงานที่ขยายตัวได้ไม่มาก และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ทำให้เราติดหล่มเรียกได้ว่าเศรษฐกิจไทยติดอยู่ในหล่มตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แม้เครื่องยนต์หลักจะยังพอขับเคลื่อนได้ แต่ถ้าไม่รีบปรับแก้แล้วเครื่องยนต์พร้อมใจกันแผ่ว เส้นทางข้างหน้าก็ไม่ได้ราบเรียบ เมื่อทั้งไม่แข็งแรงรวมกับแบกปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สะสมมานานในหลาย ๆ มิติ ทำให้ไทยขยับได้ไม่ไวเท่าประเทศอื่น แต่เพื่อไม่ให้การติดหล่มครั้งนี้ยาวนานออกไป ดังนั้นน่าจะมี 3 ส่วนหลักที่ต้องได้รับการเสริมสร้างและซ่อมแซมโดยเร็วส่วนแรก ผลิตภาพต่ำ ไทยยังพึ่งพาอุตสาหกรรมโลกเก่าและไม่ได้ลงทุนสำหรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ มานาน ทั้งภาคการผลิต เช่น การผลิตรถยนต์ที่ยังเป็นแบบสันดาปและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ในขณะที่ทั่วโลกหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของเรายังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด ขณะที่คู่แข่งในเอเชียมีนักท่องเที่ยวมากกว่าช่วงก่อนโควิดและเพิ่มขึ้นเร็วกว่าไทย ก็สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่ด้อยลงเช่นกันส่วนที่สอง ภูมิคุ้มกันต่ำ ไทยมีระดับหนี้สูง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 87% ของจีดีพี ไม่รวมกับหนี้นอกระบบที่ยังเป็นปัญหาของพี่น้องฐานราก ขณะที่หนี้ SMEs ก็ยังสูงและคุณภาพเริ่มด้อยลง ทำให้ในภาพรวมความสามารถในการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชนลดลงไปด้วย ส่วนที่สาม ความเหลื่อมล้ำสูง เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบ K-Shape มานาน ธุรกิจขนาดใหญ่แข็งแกร่ง แต่ธุรกิจ SMEs อ่อนแอ โดยธุรกิจใหญ่มีจำนวนเพียง 2% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด แต่มีรายได้ถึง 83% การเข้าถึงสินเชื่อก็แตกต่างกันด้วย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังคงเติบโตได้ในปี 2568 ขณะที่ธุรกิจ SMEs ประสบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ เห็นได้จากยอดสินเชื่อที่หดตัวต่อกันถึง 13 ไตรมาส ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง ธุรกิจจึงชะลอการลงทุนและใช้จ่าย ขณะที่สถาบันการเงินก็ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงมาตรการเฉพาะจุด ฉุดม้าขึ้นจากหล่มการแก้ไขทำได้ 2 ส่วน คือ ให้เครื่องยนต์ของเรามีกำลังมากขึ้น หรือให้หล่มตื้นขึ้น ซึ่งอย่างหลังคงทำได้ยากกว่า เพราะหลัก ๆ จะเป็นเรื่องภาวะเศรษฐกิจหรือการทำนโยบายของต่างประเทศ ซึ่งบทบาทของแบงก์ชาติที่ผ่านมา อย่างแรก คือ การดูเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินโดยรวม ผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายไป 4 ครั้งในปี 2568 มาอยู่ที่ 1.25% ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 3 ปี และเกือบจะต่ำที่สุดในโลก เพื่อช่วย “หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์” ด้วยการลดต้นทุนหรือภาระทางการเงินของประชาชนและธุรกิจ แต่คงไม่ใช่ “การปรับเครื่องยนต์ใหม่” ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยหลุดออกจากปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืนแบงก์ชาติจึงเพิ่มบทบาทในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างให้มากขึ้น โดยออกมาตรการทางการเงินแบบเฉพาะจุดควบคู่กับการปรับลดดอกเบี้ย โดยมาตรการแรกที่เริ่มไปแล้ว คือ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) มาซื้อหนี้ NPL ของลูกหนี้รายย่อยที่รวมแล้วรายละไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ปิดจบ หรือกลับมาชำระหนี้ได้ ด้วยยอดหนี้ที่ลดลงมาก ทำให้มีโอกาสกลับเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้คล่องขึ้นอีกมาตรการ คือ โครงการ “กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ” (SMEs Credit Boost) ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพื่อชดเชยต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่จะช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ที่มีศักยภาพและมีแผนปรับตัวชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีเงินทุนที่จะเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรมสองมาตรการทางการเงินนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการช่วยปรับเครื่องยนต์ให้มีกำลังแรงขึ้น โดยเน้นในเรื่องของคนตัวเล็กแต่มีจำนวนมาก เพื่อเพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และจูงใจให้ปรับตัว ซึ่งแบงก์ชาติจะทยอยทำต่อ โดยเฉพาะการดึงคนฐานรากให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อหรือเงินกู้ในระบบ และเพิ่มความเป็นธรรมในระบบสินเชื่อให้ได้มากขึ้นในระยะต่อไปแต่แบงก์ชาติเพียงคนเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ทั้งหมด ทุกภาคส่วนมีบทบาทในการปรับตัว เร่งเครื่องยนต์ให้เศรษฐกิจผ่านพ้นจากหล่มนี้ ซึ่งการร่วมแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจังจำเป็นมากสำหรับประเทศเราตอนนี้ โครงการ Reinvent Thailand เป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม หนทางข้างหน้าไทยจะกลับไปวิ่งได้เร็วเท่าเดิมหรือไม่ ? ขึ้นอยู่กับพวกเราหลายฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังครั้งต่อ ๆ ไป นะคะสุดท้ายนี้ สวัสดีปีม้า ขอให้เป็นม้าทองของทุกคน แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปค่ะแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1951844

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Top Investment Houses สาขา Local Currency Bonds จาก The Asset Benchmark Research Awards 2025

20/01/2026

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เป็นตัวแทนรับรางวัลสถาบันการลงทุนชั้นนำ (Top Investment Houses) ในสาขา ตราสารหนี้สกุลเงินบาท หรือ Local Currency Bonds - Thai Baht จากงาน The Asset Benchmark Research Awards 2025 โดยรางวัลดังกล่าวพิจารณาจากคะแนนโหวตทั้งจากสถาบันการลงทุนและนักลงทุนที่มากประสบการณ์ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเอไอเอ ในฐานะผู้นำด้านการประกันชีวิตและการเงินของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงศักยภาพของทีมบริหารการลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย ในการพัฒนากลยุทธ์การลงทุนที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล เพื่อส่งมอบความมั่นใจและเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์ของเอไอเออย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงพันธกิจที่มุ่งยกระดับสุขภาพและชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ส่องโฟโต้บุ๊คสุดแซ่บของ “เจนนี่ BlackPink” ถ่ายเก็บตั้งแต่ตอน 25 แต่เพิ่งปล่อยตอน 30

19/01/2026

ทำเอาโลกโซเชียลฮือฮากันถ้วนหน้าสำหรับการเปิดนิทรรศการภาพถ่ายของ “เจนนี คิม” หรือ “เจนนี BlackPink” ที่เจ้าตัวเป็นนางแบบถ่ายไว้ตั้งแต่สมัยอายุเพียง 25 ปี ที่ชาวเน็ตต่างซี๊ดปากให้กับความแซ่บเจนนี่ สมาชิกวง Blackpink จัดนิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกของตนเองเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมานิทรรรศการของเจ้าตัวจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 29 ม.ค. โดยเจนนี่จะนำเสนอนิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกของเธอในชื่อ “JENNIE PHOTO EXHIBITION ‘J2NNI5’” ที่ Youthquake Gallery ในเขตจงโน กรุงโซลนิทรรศการ “JENNIE PHOTO EXHIBITION ‘J2NNI5’” จัดขึ้นเพื่อแสดงภาพช่วงเวลาที่เป็นตนเองที่สุดของ เจนนี่ ที่ค้นพบโดยไม่ได้ตั้งใจ นิทรรศการนี้จะเผยภาพถ่ายที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนของ เจนนี่ในช่วงวัย 25 ปี ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพชื่อดังชาวเกาหลี ฮงจางฮยอน, ชินซอนฮเย และ ม็อกจองอุคโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิทรรศการนี้ซึ่งเปิดตัวในวันเกิดของ เจนนี่ ( 16 ม.ค. ) มีความสำคัญเพิ่มขึ้น เนื่องจากเธอมีส่วนร่วมในโครงการทั้งหมดด้วยตนเอง ตั้งแต่การจัดพิมพ์โฟโตบุ๊ค การวางแผนและการดำเนินการจัดนิทรรศการ โดยใส่ความรู้สึกนึกคิดของเธอลงไปในทุกขั้นตอน ตั้งแต่นิทรรศการและโฟโตบุ๊ค ไปจนถึงสินค้าต่างๆ โครงการนี้ได้รวบรวมมุมมองและอารมณ์ของเจนนี่ไว้ และคาดว่าจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่เธอได้แบ่งปันช่วงเวลาและความรู้สึกที่เธอได้เคยผ่านมาเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติแทนที่จะเป็นการจัดแสดงภาพถ่ายแบบทั่วไป นิทรรศการนี้โดดเด่นด้วยองค์ประกอบเชิงพื้นที่ที่ประกอบกันเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง ผู้เข้าชมจะได้เดินผ่านแต่ละชั้นของสถานที่จัดงานและพบกับช่วงเวลาที่จริงใจที่สุดของ เจนนี่ ในวัย 25 ปี โดยปราศจากแนวคิดหรือเจตนาใดๆ นิทรรศการจะปิดท้ายด้วยบทสัมภาษณ์เบื้องหลังที่เจนนี่เองจะพูดถึงการสร้างนิทรรศการและโฟโตบุ๊ก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดื่มด่ำมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ยังมีการวางจำหน่ายโฟโตบุ๊คจำนวนจำกัดเพียง 3,000 เล่มทั่วโลก โฟโตบุ๊คเล่มนี้รวบรวมภาพชีวิต 1 ปีของ เจนนี่ ในวัย 25 ปี โดยช่างภาพชั้นนำของเกาหลี ในกว่า 50 แนวคิดและผลงานที่นอกเหนือจากที่จัดแสดงในนิทรรศการ รวมทั้งหมด 692 หน้า การซื้อจำกัดเพียงหนึ่งเล่มต่อคน และผู้ซื้อฉบับพิมพ์ครั้งแรกจะได้รับใบรับรองความถูกต้องจำนวนจำกัดและที่คั่นหนังสือบัตรเข้าชมงานนิทรรศการภาพถ่าย “JENNIE PHOTO EXHIBITION ‘J2NNI5’” ที่จัดขึ้นในวันที่ 9 จำหน่ายล่วงหน้าหมดภายใน 40 นาทีหลังเปิดจำหน่าย และการสำรองบัตรล่วงหน้าที่ร้านหนังสือ Daikanyama Tsutaya Books ก็ปิดลงภายใน 15 นาทีหลังเปิดจำหน่ายเช่นกัน ส่วนรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรเข้าชมงานนิทรรศการภาพถ่าย “JENNIE PHOTO EXHIBITION ‘J2NNI5’” รายงานระบุว่า จะนำไปบริจาคเพื่อการกุศลแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000005109

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“นกกระเรียนมงกุฎแดงแห่งฮอกไกโด” สัญลักษณ์ความเป็นสิริมงคลของญี่ปุ่น

19/01/2026

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน หมู่บ้านสึรุอิ (Tsurui) ทางตะวันออกของฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกกระเรียนมงกุฎแดง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น อนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษของชาติญี่ปุ่น ก็คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดPhoto: Wolfgang Kaehler/Getty Imagesสำนักข่าว Japan News รายงานว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นกกระเรียนมงกุฎแดงราว 100 ตัวได้บินมายังพื้นที่แหล่งให้อาหารขนาดใหญ่ในช่วงฤดูหนาว ณ เขตรักษาพันธุ์นกกระเรียนสึรุอิ–อิโตะ (Tsurui-Ito Tancho Sanctuary) โดยนกที่เพิ่งมาถึงหลายตัวแหงนจะงอยปากขึ้นสู่ท้องฟ้าและส่งเสียงร้องดังก้องกังวาน เป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้พบเห็นคำว่า “ทันโจ” (Tancho) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่ใช้เรียกนกกระเรียนมงกุฎแดง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและความยืนยาวในวัฒนธรรมญี่ปุ่นPhoto: Wolfgang Kaehler/Getty Imagesทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างกล่าวด้วยความชื่นชมว่า เป็นภาพที่สง่างามน่าประทับใจ รวมทั้งมีความเชื่อว่านกกระเรียนเป็นสัตว์มงคล ตามตำนานความเชื่อของคนญี่ปุ่น ที่เชื่อกันว่า นกชนิดนี้มีอายุขัยยาวนาน พร้อมนำมาซึ่งโชคลาภ ส่วนในตำนานเทพนิยายของจีน นกกระเรียนมงกุฎแดงก็มักปรากฏกายมาคู่กับเทพผู้เป็นอมตะในด้านการอนุรักษ์ แม้ว่านกกระเรียนมงกุฎแดงมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ แต่ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จากเพียง 10 คู่ในช่วงทศวรรษ ค.ศ. 1920 เพิ่มมาเป็นมากกว่าพันตัวในปัจจุบัน ซึ่งจากความพยายามปกป้องนกกระเรียนมงกุฎแดงก็ได้แสดงผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยผลสำรวจเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ยืนยันว่า ปัจจุบันมีนกกระเรียนมงกุฎแดงอาศัยอยู่ในฮอกไกโดมากถึง 1,927 ตัว ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นสัญญาณเชิงบวกของการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าหายากชนิดนี้ในญี่ปุ่นPhoto: Wolfgang Kaehler/Getty Imagesแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000002660

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X