คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย ปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนไชยะวิทยา จ.สุโขทัยหนุนเยาวชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้คุณภาพ

18/06/2026

บุคคลในภาพ: นายนิคฮิล แอดวานี (กลางบน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายอีริค ลู (ที่ 7 จากซ้ายแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ (ที่ 6 จากซ้ายแถวบน) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ นายราเชนทร์ ขุมนาค (ที่ 4 จากซ้ายแถวบน) ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์และงานบริการ  นายมนต์ชัย บุณยรัตพันธุ์ (ที่ 5 จากซ้ายแถวบน) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตัวแทนภูมิภาค 3 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารตัวแทนประจำภูมิภาค 3เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี (กลางแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอีริค ลู (ที่ 7 จากซ้ายแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน คณะผู้บริหาร และตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ร่วมพิธีเปิดห้องสมุดโรงเรียนไชยะวิทยา จังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่หลังได้รับความเสียหายจากวาตภัย โดยมีนายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วยนางกรรณิการ์ ชูเชิด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดสุโขทัย ให้เกียรติเข้าร่วมงานสำหรับโครงการปรับปรุงห้องสมุดดังกล่าว เอไอเอได้สนับสนุนงบประมาณมูลค่ากว่า 300,000 บาท เพื่อบูรณะและพัฒนาห้องสมุดให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมมอบหนังสือเสริมทักษะและหนังสืออ่านนอกเวลา เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สำคัญ เสริมสร้างจินตนาการ และขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการคำนึงถึงการสร้างคุณค่าตอบแทนคืนสู่สังคม เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” ที่ต้องการ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

"Sunk Cost Fallacy" อคติจากต้นทุนจม จิตวิทยาที่มิจฉาชีพใช้หลอกลงทุน ล่อเหยื่อให้ยอมโอนเงินซ้ำ ๆ

18/06/2026

"เจาะลึกกับดักจิตวิทยาจิตวิทยา "เสียดายเงินเก่า จนต้องถมเงินใหม่" ช่องโหว่ทางอารมณ์ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้รีดไถเงินล้าน พร้อมเปิดสเตปกลโกงและวิธีคัตลอสทางความคิดก่อนหมดตัว"“พี่โอนมาอีกแค่ 10,000 บาท ก็จะได้เงินทั้งหมดคืนแล้ว" "ลงทุนไป 50,000 บาท ถ้าหยุดตอนนี้ จะเอาเงินออกจากระบบไม่ได้นะ"ประโยคเหล่านี้คือนิทานเรื่องเดิมที่มิจฉาชีพใช้เล่าซ้ำ ๆ ในข่าวอาชญากรรมทางการเงินรายวัน หลายคนฟังข่าวแล้ว อาจจะตั้งคำถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “ทำไมเหยื่อถึงยอมโอนเงินเพิ่มทีละเป็นแสนเป็นล้าน ทั้งที่รู้ว่าโดนหลอก?” หรือคิดง่าย ๆ แค่ว่าพวกเขาเหล่านั้นคงโดนความโลภบังตาแต่รู้หรือไม่ ? ในความเป็นจริงของโลกพฤติกรรมศาสตร์ มันมีสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น ที่ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ หรือแม้แต่คนทั่วไปจำนวนมาก ก็เคยพ่ายแพ้ต่อกลไกจิตวิทยาของตัวเองที่ชื่อว่า "Sunk Cost Fallacy" หรือ "อคติจากต้นทุนจม” กันมานักต่อนักแล้ว เจ็บแต่ไม่จบ ! อคติที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันคำว่า "ต้นทุนจม" (Sunk Cost) ในทางเศรษฐศาสตร์ อาจหมายถึง เงิน เวลา หรือแรงกายที่จ่ายไปแล้ว และไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้ ซึ่งตามหลักการที่ถูกต้อง ก็ค่อ เราไม่ควรเอาต้นทุนที่เสียไปแล้วนี้ มาคิดในการตัดสินใจอนาคต แต่ความจริงแล้ว “สมองของมนุษย์ของเรา” ไม่ได้เป็นโรบอตที่คิดด้วยเหตุผลร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนั้นเสมอไปใครเคยมีพฤติกรรมแบบนี้บ้าง? ลองเช็กดู  • กินบุฟเฟต์เอาให้คุ้ม: ทั้งที่อิ่มจนจุกและทรมานร่างกายมากแล้ว แต่ก็ยังตักฝืนกินต่อ เพราะเสียดายเงินค่าหัวที่จ่ายไป  • ติดดอยหุ้นไม่เติบโต: ซื้อหุ้นโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้ดี พอหุ้นตกฮวบเพราะบริษัทไม่มีอนาคต แทนที่จะตัดขาดทุน (Cut Loss) กลับเลือกที่จะ "ซื้อถัวเฉลี่ย" ไปเรื่อย ๆ เอาเงินใหม่ไปถมทับเงินเสีย เพียงเพราะหวังลึก ๆ ว่าสักวันมันจะกลับมาเท่าทุน ทั้งที่จริง ๆ เป็นการสูญเสียโอกาสที่จะเอาเงินก้อนนั้นไปทำกำไรกับสิ่งอื่นพฤติกรรมข้างต้น เกิดขึ้นเพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” ซึ่งนี่เอง ได้กลายเป็น กับดักช่องโหว่รูเบ้อเริ่ม ที่มิจฉาชีพใช้เป็นอาวุธเข้ามาควบคุมการตัดสินใจของเรา ไม่ว่าจะเป็น คดีหลอกเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล ,คดีหลอกลงทุนทองคำ ,คดีหลอกเทรดหุ้นจำลอง  และ คดีหลอกลงทุนหุ้นต่างประเทศ สเต็ปกลโกง มิจฉาชีพใช้ Sunk Cost Fallacy สูบเงินเราได้อย่างไร?อ้างอิงข้อมูลวิเคราะห์จาก ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า แก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ หรือพวก Romance Scam จะมีกระบวนการทำงานจิตวิทยาที่แยบยลและเป็นขั้นเป็นตอนในการเปลี่ยนอคตินี้ให้เป็นเครื่องมือรีดเงิน ดังนี้  • ขั้นตอนที่ 1: ฝัง "ต้นทุนจม" ก้อนแรก มิจฉาชีพจะเริ่มล่อลวงให้เราโอนเงินจำนวนไม่มากก่อน เช่น ค่าสมัครกลุ่มทำงาน ค่าเปิดพอร์ตลงทุน หรือค่าธรรมเนียมเบื้องต้น แถมบางครั้งยังใจดีให้ผลตอบแทนหรือกำไรกลับมาจริง ๆ ในรอบแรก ๆ เพื่อซื้อความตายใจ ทันทีที่เราโอนเงินก้อนนี้ไป "ต้นทุนจม" ก้อนแรกในจิตใจของเราได้เกิดขึ้นแล้ว  • ขั้นตอนที่ 2: สร้าง "ปัญหา" บีบให้หา "ทางออกปลอม" เมื่อเราเริ่มลงเงินเพิ่มขึ้น มิจฉาชีพจะเริ่มระงับระบบแล้วสร้างเงื่อนไขขึ้นมาทันที เช่น "ยอดเงินยังไม่ครบถอนไม่ได้" หรือ "ต้องจ่ายค่าภาษี/ค่าปลดล็อกระบบก่อน" แล้วพวกเขาก็จะเสนอทางออกเดียวให้เรา คือการ "โอนเงินเพิ่ม"  • ขั้นตอนที่ 3: จุดที่ระบบเหตุผลล่มสลาย ณ วินาทีนี้ จิตใจของเหยื่อจะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ระหว่างความจริงที่ว่าอาจกำลังโดนหลอก กับความกลัวที่จะต้องสูญเสียเงินก้อนแรกไป สมองจะเริ่มหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่า "ลงทุนไปตั้ง 50,000 แล้ว ถ้าหยุดตอนนี้เท่ากับเงินหายวับไปเลยนะ แต่ถ้าโอนเพิ่มอีกแค่หมื่นเดียว เราจะได้เงินทั้งหมดคืนพร้อมกำไร" กับดักความเสียดายตรงนี้เองที่บดบังความจริง จนทำให้เรามองว่าการโอนเงินเพิ่มคือหนทางเดียวที่จะรักษาเงินก้อนเก่าเอาไว้ได้  • ขั้นตอนที่ 4: วงจรอุบาทว์ดูดเงินจนหมดตัว เมื่อเรายอมโอนครั้งที่สอง ต้นทุนจมของเราจะยิ่งสูงขึ้นเป็น 60,000 บาท ความเสียดายจะทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่า มิจฉาชีพจะใช้เงื่อนไขเดิมสร้างปัญหาใหม่มาเรื่อย ๆ ยิ่งคุณโอนเพิ่ม คุณยิ่งติดหล่มลึกขึ้นจนถอนตัวยาก กลายเป็นความเสียหายหลักแสนหลักล้านในเวลาไม่กี่สัปดาห์เพียงเพราะต้องการชนะในเกมที่ไม่มีวันชนะตั้งแต่แรกเอาชนะ Sunk Cost Fallacy ก่อนหมดตัวสำหรับวิธีดึงสติ หากคุณ หรือคนรอบข้างกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้อง "เติมเงิน" ไปเรื่อย ๆ เพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน หรือสงสัยว่าพอร์ตลงทุนกำลังถูกปั่นหัว ให้รีบทำตามสเตปการเยียวยาพฤติกรรมเหล่านี้ทันที1. ยอมรับคำว่า "เสียดาย" อย่างซื่อสัตย์: เข้าใจก่อนว่าความเสียดายคือกลไกปกติของมนุษย์ แต่ต้องยอมรับความจริงเฉพาะหน้าให้ได้ว่า เงินที่โอนไปแล้วคือเสียไปแล้ว อย่าปล่อยให้ความรู้สึกนี้มาลากเงินก้อนใหม่ในกระเป๋าเราให้จมหายตามไปด้วย2. เปลี่ยนคำถามใหม่: แทนที่จะคิดว่า "ทำยังไงถึงจะเอาเงินก้อนเก่าคืนมา" ให้เปลี่ยนคำถามเป็น "ถ้าวันนี้เราต้องควักเงินใหม่อีกก้อนโอนไปให้คน ๆ นี้ เรายังจะยอมโอนอยู่ไหม?" ถ้าคำตอบคือไม่ ก็จงหยุดทันที3. คิดถึงอนาคต ไม่ใช่อดีต: เงินที่โอนไปแล้วคือ "อดีต" ที่เปลี่ยนไม่ได้ การตัดสินใจในตอนนี้ทำเพื่อรักษาเงินที่เหลืออยู่เพื่ออนาคต จำไว้ว่า "การหยุดโอนไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการตัดขาดทุน (Cut Loss) เพื่อรักษาชีวิต"4. หาเสียงที่สองจากคนนอก: นี่คือไม้ตายที่สำคัญที่สุด มิจฉาชีพมักจะบีบให้เราตัดสินใจคนเดียวในเวลาที่จำกัด ลองเดินไปเล่าเรื่องนี้ให้ครอบครัว เพื่อน หรือคนสนิทที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียฟัง สายตาของคนนอกที่มองเข้ามาแบบไร้อารมณ์ร่วม จะเห็นความผิดปกติของสถานการณ์ได้ชัดเจนที่สุด และพวกเขาจะช่วยกระชากสติคุณกลับมาได้ก่อนที่จะสายเกินไปขณะที่ในมิติด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ การป้องกันตนเองจากการเข้าถึงระบบข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบสามารถทำได้ผ่าน 2 แนวทางหลัก ๆ  • หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันในทุกบัญชีใช้งาน โดยเฉพาะบัญชีอีเมลส่วนตัว บัญชีโมบายแบงก์กิ้ง และบัญชีโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันการบุกรุกแบบต่อเนื่อง (Cascading Breach) เมื่อมีบัญชีใดบัญชีหนึ่งหลุดรอดไป   • กำหนดให้ระบบส่งรหัสผ่านชั่วคราว (One-Time Password - OTP) หรือแอปพลิเคชันยืนยันตัวตนทุกครั้งที่มีการเข้าใช้งานจากอุปกรณ์ใหม่ เพื่อสกัดกั้นการเข้าถึงข้อมูลจากระยะไกลของมิจฉาชีพในโลกของการลงทุนและการใช้ชีวิต การรู้เท่าทันสภาวะจิตวิทยาของตัวเอง สำคัญไม่แพ้การอ่านกราฟหรือการวิเคราะห์งบการเงิน อย่าปล่อยให้อคติความเสียดาย มาเป็นเครื่องมือให้คนอื่นใช้ปล้นเงินในกระเป๋าของเรา ที่มา : ธนาคารกรุงเทพ , Finnomena ,ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ,Krungsriแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ ไทยรัฐhttps://www.thairath.co.th/money/investment/stocks/2936832

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

ถอดสูตรสำเร็จยุค AI นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ชี้ “Human Touch + เทคโนโลยี” กุญแจสำคัญสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืน

16/06/2026

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ธุรกิจประกันชีวิตก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ทว่า.. ความท้าทายที่แท้จริงอาจไม่ใช่เรื่องของงบประมาณหรือความล้ำสมัยของเทคโนโลยี แต่กลับเป็นเรื่องของ “การบริหารคน”คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้ให้มุมมองในเรื่องดังกล่าวผ่านการเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “Leadership Priorities in Life Insurance: Driving Culture, Embracing Diversity, and Enhancing Workforce Agility” ภายใต้ “โครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ 2569” (ASEAN Life Insurance Leadership Program: ALIP) โดยได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารจัดการองค์กรในยุคขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลง มุ่งเน้นการหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การเปิดรับความหลากหลายเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับความท้าทายในธุรกิจประกันชีวิตระดับสากล ซึ่งมีประเด็นเชิงลึกเกี่ยวกับจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ไว้อย่างน่าสนใจนิยามใหม่ของผู้นำ เติมพลังคน ก่อน เติมระบบคุณนุสราได้ให้แนวคิดที่สร้างแรงบันดาลใจว่า หน้าที่สำคัญของผู้นำยุคใหม่คือการเป็น "พันธมิตรในการขับเคลื่อนร่วมกัน" (Execution Partnership) และส่งเสริมให้พนักงานเข้าใจถึงเป้าหมายและวิธีการทำงานอย่างแท้จริง"ระบบเทคโนโลยีที่ดีที่สุด จะแสดงประสิทธิภาพได้สูงสุดก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของคนที่พร้อมและเข้าใจ หน้าที่ของผู้นำจึงเป็นการพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้เต็มศักยภาพ เพื่อให้เทคโนโลยีที่ลงทุนไปคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและลูกค้า"พิมพ์เขียว AI 3 ระดับ พันธมิตรทางกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงเทคโนโลยี AI ในมุมมองของคุณนุสราไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงและแม่นยำให้กับธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ โดยคุณนุสราได้แนะนำกรอบการประยุกต์ใช้ AI ใน3 ระดับ เพื่อให้องค์กรค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตไปทีละสเต็ป•  ระดับบุคคล (Generative AI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดงานประจำ เช่น การสรุปเอกสารและเตรียมงานนำเสนอ ทำให้พนักงานมีเวลาไปสร้างสรรค์งานส่วนอื่น•  ระดับแกนหลัก (Predictive AI) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์ความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ทำให้การรับประกันภัยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น•  ระดับขั้นสูง (Agentic AI) การจัดระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร (End-to-End) ที่ช่วยก้าวสู่นวัตกรรมใหม่ ๆนอกจากนี้ ยังแนะนำเคล็ดลับเชิงบวกให้องค์กรเริ่มต้นทดลองจากเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น ระบบสำหรับทดลองใช้งานในรูปแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและมั่นใจให้กับทีมงานก่อนขยับขยายสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ปลุกพลังแห่งการเรียนรู้การขับเคลื่อนองค์กรในยุคนี้เน้นไปที่การสร้าง "วัฒนธรรมแห่งการสนับสนุน (Culture of Support)" และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) เพื่อให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ และกล้าทดลองสิ่งใหม่ ๆ โดยมีผู้นำที่พร้อมรับฟังและเคียงข้างในทุกความท้าทาย ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยปลดล็อกความมั่นใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ (Growth Mindset) ให้กับบุคลากรได้อย่างดีเยี่ยม4 สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการกำกับดูแล เพื่อความอุ่นใจของลูกค้า เพื่อให้การนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างราบรื่นและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุด คุณนุสราได้มอบแนวทางปฏิบัติ 4 ข้อสำคัญ (Four Governance Priorities)1. รักษาความลับ ปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้าอย่างเข้มงวด2. ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ มุ่งเน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Explainability) สอดคล้องกับ PDPA และ ปฏิบัติตามแนวทางของหน่วยงานกำกับ3. Human in the Loop ให้มนุษย์เป็นผู้ดูแลลูกค้าในขั้นตอนสุดท้ายเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องใช้ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และความละเอียดอ่อนในบริบทที่ AI ยังไม่สามารถทำได้ดีพอ4. ตรวจสอบความถูกต้อง มีกลไกคอยตรวจสอบซ้ำข้อมูลร่วมกับ AI เพื่อความถูกต้องแม่นยำที่สุดหัวใจที่เทคโนโลยีไม่มีวันแทนที่เป้าหมายที่แท้จริงของการทำ Transformation ในครั้งนี้ ไม่ใช่การลดบทบาทของคน แต่คือ "การเพิ่มศักยภาพให้คนทำงานได้สร้างสรรค์และมีคุณค่ามากขึ้นกว่าเดิม" โดยขับเคลื่อน 3 ปัจจัยร่วมกันเสมอคือ ข้อมูล (Data) ระบบ (System) และ คน (People)คุณนุสราได้ฝากแง่คิดอันลึกซึ้งและอบอุ่นทิ้งท้ายไว้ว่า "ไม่ว่าเทคโนโลยีจะชาญฉลาดเพียงใด แต่ธุรกิจประกันชีวิตเติบโตได้ด้วย 'ความรู้สึก' และ 'ความไว้วางใจ' AI อาจช่วยเสริมประสิทธิภาพให้เราทำงานได้เร็วขึ้น แต่ 'สัมผัสของความเป็นมนุษย์ (Human Touch)' และความเห็นอกเห็นใจ คือสิ่งล้ำค่าที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ในอุตสาหกรรมที่ดำรงอยู่เพื่อดูแลและปกป้องชีวิตของผู้คน"แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ ซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=206756

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

SRI PANWA X JITTI ROBOT นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย สำรวจพื้นที่ระหว่างผู้คน ความรู้สึก และจินตนาการ

16/06/2026

ศรีพันวา ภูเก็ต จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “SPACE BETWEEN US” คอลแลปส์สุดพิเศษกับ หนุ่ม – จิตติ จำเนียรไว ศิลปินป๊อปอาร์ตแถวหน้าของไทย เจ้าของคาแรกเตอร์ "ROBOT" หรือหุ่นยนต์หน้าตาซื่อๆ ที่มักเล่าเรื่องราวความรู้สึกของมนุษย์ผ่านมุมมองที่อบอุ่นและน่ารัก ลายเซ็นของเขาคือการใช้สีสันสดใส ภาพความฝัน และการส่งพลังบวก โดยนิทรรศการ “SPACE BETWEEN US” นำเสนอผลงานที่สะท้อนการสำรวจ “พื้นที่ว่าง” ในมิติทางอารมณ์ ความสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน ผ่านภาษาทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ JITTI ROBOT พื้นที่ภายในศรีพันวาถูกปรับให้กลายเป็นสเปซจัดแสดงงานศิลปะ เพื่อให้ทุกคนได้ก้าวออกจากความวุ่นวายของโลกภายนอก แล้วเข้ามานั่งปล่อยใจไปกับลายเส้นและสีสันตรงหน้า ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัย ผ่อนคลาย และพร้อมเปิดรับพลังงานดีๆ กลับไปอีกครั้งพิมพ์ปวีณ สุนทรธรรมรัต ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ กล่าวว่า นิทรรศการนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการรับรู้และเชื่อมโยงกับความรู้สึกของตนเอง ผ่านผลงานที่ชวนให้ผู้ชมค่อย ๆ ใช้เวลาอยู่กับความคิด ความฝัน และจินตนาการ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสผลงานศิลปะร่วมสมัยควบคู่ไปกับทัศนียภาพอันงดงามของทะเลอันดามัน สะท้อนการบรรจบกันระหว่างศิลปะ ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ของศรีพันวา ภูเก็ตนิทรรศการ SPACE BETWEEN US: SRI PANWA X JITTI ROBOT จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน - 18 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ตแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000056707

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“หมู่เกาะเคปเวิร์ด" (Cape Verde) ดินแดนงามกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

16/06/2026

เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มิ.ย. 69 ) ตามเวลาประเทศไทย ฟุตบอลทีมชาติ “หมู่เกาะเคปเวิร์ด” สร้างประวัติศาสตร์สำคัญได้อีกครั้ง หลังจากปีที่แล้ว ทีมจากหมู่เกาะเล็กๆในทวีปแอฟริกา ฝ่าด่านรอบคัดเลือกเข้ามาสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกการประเดิมสนามครั้งแรกของฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทีมชาติ “หมู่เกาะเคปเวิร์ด” เจอด่านโหดหินที่สุด คือ ทีมสเปน หนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังที่มีดีกรีเป็นทั้งแชมป์โลก แชมป์ยุโรป และมีนักเตะระดับสตาร์ล้นทีมกูรูลูกหนัง ล้วนทำนายว่า สเปน น่าจะเก็บสามแต้มได้ไม่ยาก และอาจจะยำใหญ่รับน้องใหม่บอลโลก แต่การแข่งขันจบลงที่ผลเสมอ 0 - 0 ทำให้ประเทศเล็กจิ๋วกลางทะเล ที่เพิ่งมาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ก็สามารถคว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ได้ทันทีชวนมาทำความรู้จัก “หมู่เกาะเคปเวิร์ด” และการท่องเที่ยว ซึ่งนับเป็นรายได้หลักของประเทศเกาะแห่งภูเขาไฟ Photo: Dominique Josseดินแดนภูเขาไฟกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อกางแผนที่ออกไปทางทิศตะวันตกของทวีปแอฟริกาในผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากชายฝั่งประเทศเซเนกัลไปราว 570 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ “หมู่เกาะเคปเวิร์ด” (Cape Verde) หรือที่ในภาษาโปรตุเกสเรียกว่า กาบูเวร์ดี (Cabo Verde)ดินแดนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดแวะพักของหมู่นกทะเล เส้นทางเดินเรือโบราณ หรือประวัติศาสตร์เรื่องการค้าทาส แต่ความงามเต็มไปด้วยหมู่เกาะภูเขาไฟ ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลลึก ก่อเกิดเป็นเกาะภูเขาขนาดใหญ่ 10 เกาะหลัก โดยมีหาดทรายขาว ทะเลสีครามเข้ม อากาศอบอุ่น จึงนับเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานทั้งความเป็นแอฟริกา ยุโรป และมีกลิ่นอายคล้ายทะเลแคริบเบียนความเป็นยุโรปในหมู่เกาะแอฟริกัน ต้องย้อนไปในศตวรรษที่ 15 เมื่อนักเดินเรือชาวโปรตุเกสได้มาค้นพบเกาะเหล่านี้ ก่อนจะประกาศครอบครองเป็นอาณานิคม พร้อมทิ้งร่องรอยบาดแผลทางประวัติศาสตร์จากการทำให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่สำคัญในยุคนั้นสตรีทอาร์ตในตัวเมือง Photo: Bruno Martinsเกาะซานติอาโก เที่ยวเมืองมรดกโลกการเริ่มต้นรู้จักเคปเวิร์ดที่ดีที่สุด คือ การเริ่มต้นที่ เกาะซานติอาโก (Santiago) เกาะที่ใหญ่ที่สุด อันเป็นที่ตั้งของกรุง ไปรอา (Praia) เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งมีวัฒนธรรมแอฟริกันเด่นชัดที่สุดห่างจากเมืองหลวงออกไปราว 15 กิโลเมตร คือ “ซีดาด แวลยา” (Cidade Velha) มรดกโลกแห่งแรก หรือในอดีตชื่อ Ribeira Grande เมืองหลวงเก่าและเป็นเมืองที่ชาวยุโรปสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกในเขตร้อน ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCOซีดาด แวลยา Photo: Michel Setboun/Corbis via Getty Imagesเกาะซาล และเกาะโบอา วิสตา ความงามกับความหรูเกาะ ซาล (Sal) และ โบอา วิสตา (Boa Vista) ตัวแทนของธรรมชาติอันบริสุทธิ์และการผ่อนคลาย ทั้งสองเกาะนี้มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในหมู่เกาะ ทำให้ภูเขาไฟโบราณถูกกัดเซาะจนกลายเป็นพื้นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ ซึ่งเมือง ซานตา มาเรีย (Santa Maria) ทางตอนใต้ของเกาะซาล ยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกเป็นที่ตั้งของโรงแรมและรีสอร์ตหรูหรา และเป็นอีกจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวยุโรปRui Tourag Hotel โรงแรมหรูในเคปเวิร์ด (Photo: Nick Fewings)นอกจากนี้ คำว่า "Sal" ในภาษาโปรตุเกส แปลว่า เกลือ ในอดีตเกาะนี้คือเหมืองเกลือขนาดใหญ่ที่ส่งออกไปยังยุโรปและอเมริกา ปัจจุบัน เหมืองเกลือโบราณจึงได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งตั้งอยู่ในปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วเหมืองเกลือโบราณ Photo: Bruno Martinsเกาะโฟโก แหล่งไวน์รสเลิศเกาะโฟโก (Fogo) แปลตรงตัวว่า "ไฟ" และเกาะนี้ก็เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นภูเขาไฟที่ยังปะทุได้ทุกเมื่อ ยอดภูเขาไฟ ปีโก โด โฟโก (Pico do Fogo) ความสูง 2,829 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเคปเวิร์ด การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปลายปี ค.ศ. 2014 ถึงต้นปี 2015 สร้างความเสียหายแก่หมู่บ้านและพื้นที่เกษตรกรรมจนหมดสิ้น แต่ดินภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุแประกอบกับสภาพอากาศทำให้หุบเขาบนเกาะเป็นแหล่งปลูกองุ่นชั้นยอด ชาวเกาะจึงได้ผลิตไวน์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติเกาะ Fogo (Photo: Andia/Universal Images Group via Getty Images)เกาะ ซานตู อันเตา (Santo Antão) สวรรค์นักเดินป่าเกาะนี้เขียวขจีและมีภูมิประเทศที่สูงชัน หน้าผาดิ่งชันตัดตรงลงสู่ทะเลลึก หุบเขาลึกที่เต็มไปด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย และต้นกาแฟ สถานที่ที่เป็นไฮไลต์คือ หุบเขาเปาล์ (Vale de Paúl) เส้นทางเดินป่าที่นี่จะพานักท่องเที่ยวเดินลัดเลาะไปตามไหล่เขา ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา ชาวบ้านยังคงทำเกษตรกรรมแบบขั้นบันได และต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเกาะ Santo Antao (Photo: Stefan Lippmann/Oneworld Picture/ via Getty Images)การเดินทางนักท่องเที่ยวชาวไทย ต้องขอวีซ่า โดยสามารถทำ E-Visa (Pre-registration) ออนไลน์ล่วงหน้าผ่านระบบของรัฐบาลเคปเวิร์ด หรือขอ Visa on Arrival ได้ที่สนามบินนานาชาติสายการบิน มีเที่ยวบินตรงจากกรุงลิสบอน (โปรตุเกส), ปารีส (ฝรั่งเศส), อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) และโมร็อกโก มายังเกาะซาล หรือเกาะซานติอาโกริมทะเล เคป เวิร์ด Photo: Bruno Martinsแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000057204

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

ธปท.คุมเข้มเงินสดทั้งระบบ บังคับแจงที่มา เงินฝาก 5 ล้านบาท

12/06/2026

• ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ให้ผู้ที่ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงิน• มาตรการนี้เป็นการขยายผลจากการคุมเข้มการถอนเงินสดมูลค่าสูงที่เริ่มใช้เมื่อเดือนเมษายน และจะครอบคลุมถึงการแลกเงินมูลค่าสูงด้วย• เป้าหมายหลักของการคุมเข้มธุรกรรมเงินสดทั้งระบบ คือเพื่อสกัดกั้นธุรกิจผิดกฎหมาย การคอร์รัปชัน และผลักดันให้เกิดการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบได้แบงก์ชาติเดินหน้านโยบายการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสดที่มีมูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดธุรกรรมผิดกฎหมาย โดยช่วงเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้บังคับใช้มาตรการให้ผู้ที่จะถอนเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้อย่างชัดเจน และเพื่อให้ครอบคุมทั้งระบบ เร็วๆ นี้ ได้เตรียมประกาศใช้มาตรการควบคุมการฝากเงินสดมูลค่าสูงด้วยฝากเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งแหล่งที่มานายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการจัดระเบียบธุรกรรมเงินสด ว่า ธปท. เตรียมขยายผลมาตรการคุมเข้มเงินสดเพิ่มเติม โดยในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้เกณฑ์การ "ฝากเงินสด" มูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งผู้ที่นำเงินก้อนใหญ่มาฝากจะต้องระบุและอธิบายให้ได้ว่าเงินดังกล่าวมีแหล่งที่มาอย่างไร สำหรับมาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงการแลกเงินในมูลค่าสูงด้วย เช่น การนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาขอแลกเป็นธนบัตรใบละ 500 บาท ผู้ขอแลกจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของเงินเช่นกัน โดยธนาคารพาณิชย์จะมีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานธุรกรรมเหล่านี้มาตรการ "คุมถอนเงินสด" ได้ผล ยอดวูบทันที 30%ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า มาตรการควบคุมการถอนเงินสดครั้งละ 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับในเชิงบวกและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)โดยจากข้อมูลในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยอดจำนวนครั้งในการถอนเงินสดมูลค่าสูงลดลงประมาณ 28% และมูลค่ารวมลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ขณะที่ในเดือนพฤษภาคม แนวโน้มการใช้เงินสดยังคงลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 25-30% สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยช่วงหลังการเลือกตั้ง แต่อีกส่วนสำคัญคือมาตรการนี้ได้ผลักดันให้ผู้ที่ทำธุรกรรมปกติหันไปใช้ช่องทางอื่นที่ตรวจสอบได้มากกว่า คุมเข้มเงินสดทั้งระบบ สกัดคอร์รัปชัน-ธุรกิจสีเทาผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำว่า ธุรกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการคอร์รัปชันหรือธุรกิจผิดกฎหมายมักจะใช้ "เงินสด" เป็นหลัก เนื่องจากไม่มีร่องรอยให้ติดตาม การเข้มงวดทั้งขาฝาก ขาถอน และขาแลกเงิน จะช่วยลดโอกาสในการทำธุรกิจสีเทาและการทุจริตในระยะยาว ขณะเดียวกัน เจตนารมณ์สำคัญของ ธปท. ในการออกเกณฑ์นี้คือการผลักดันธุรกรรมเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินหรือการใช้แคชเชียร์เช็ค เพื่อให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้"ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทุกอย่างควรจะโอนได้หรือใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นแทนเงินสดได้ มาตรการนี้จะช่วยให้ประเทศดีขึ้น โดยทำให้ธุรกรรมที่น่าสงสัยทำได้ยากขึ้น" ทั้งนี้ ธปท. ยอมรับว่ามาตรการนี้อาจสร้างภาระให้กับธนาคารพาณิชย์บ้างในเรื่องของระบบการติดตาม (Tracking) เนื่องจากต้องตรวจสอบกรณีการกระจายถอนเงินจากหลายสาขาในชื่อบัญชีเดียวกัน แต่เชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องเพื่อความมั่นคงของระบบการเงินประเทศแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับฐานเศรษฐกิจhttps://www.thansettakij.com/economy/660556

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

สุขภาพ

สาวช็อก เจอป่วย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ในวัย 21 ปี เผยอาการเริ่มต้น ก่อนคลำคอ รีบไปตรวจชิ้นเนื้อ

12/06/2026

สาวช็อก เจอป่วย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ในวัย 21 ปี เผยอาการเริ่มต้น ซึ่งมันผิดปกติ แถมนอนยังไงก็ไม่พอ ก่อนคลำคอ รีบไปตรวจชิ้นเนื้อ พบไวรักษาหายไว ตอนนี้จบแล้ววันที่ 10 มิ.ย.69 สมาชิก TikTok @tree069 โพสต์คลิปเป็นวิทยาทาน หลังพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัย 21 ปี โดยระบุข้อความว่า “อันนี้คืออาการของเจเบื้องต้นก่อนการตรวจนะคะ เจทำคลิปเพื่อเป็นแนวทางให้เราสังเกตตัวเอง เพื่อที่จะได้ลดความกังวลใส่ใจตัวเองมากขึ้นและรักษาได้เร็วค่ะ”อาหารเริ่มต้นก่อนที่จะตรวจเจอมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัย 21 ปี คือคันโดยไม่มีสาเหตุ คันชนิดที่ว่า คันที่หู ที่ตา ที่จมูก แม้แต่ในกระพุ้งแก้ม รวมทั้งแขนขา แม้ไม่มีผื่นขึ้นให้เห็นแต่กลับคันโดยไม่มีสาเหตุพอไปหาหมอตรวจเลือดก็พบว่าปกติดี ได้ยาแก้แพ้มากิน ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีขึ้น และช่วงนั้นผิวแห้งมากๆ แห้งเป็นขุยๆ ทาครีมแล้วก็ยังแห้งอยู่ และในรูหูก็แห้ง แล้วรู้สึกแสบบริเวณหางตา คันและระคายเคืองที่ตาด้วยช่วงนั้นรู้สึกอ่อนเพลียมาก ต่อให้นอนมากแค่ไหนก็ยังเพลียอยู่ เจนอน 4 ทุ่มครึ่ง ตื่น 6 โมงครึ่งเพื่อไปเรียน ก็ยังง่วง พอเรียนก็กลับบ้านมานอนเลย จากปกติที่เรียนเสร็จก็ไปยิมไปออกกำลังกาย แต่ช่วงนั้นเจออกกำลังกายไม่ไหวเลย คืนนอนตั้งแต่ 4 โมงเย็น แล้วตื่นอีกที 6 โมงเช้า เป็นแบบนี้อยู่เดือนกว่าๆนอกจากนี้ช่วงนั้นเจเหงื่อออกตอนกลางคืน ขนาดปรับแอร์ให้เหลือ 19-20 แล้วก็ยังร้อน จึงคิดว่าไม่น่าจะใช่ร้อนแล้ว แต่กลับกันตอนกลางวันไปเรียน เจหนาวมาก ช่วงนั้นรู้สึกตัวเองหน้าคล้ำๆ ผิวหมองๆ แล้วถ้าจับที่คอคือเจอก้อนที่คอ มันไม่ใช่ก้อนกลมๆ พอจับแล้วรู้สึกเหมือนองุ่น ลักษณะเป็นพวงๆ แต่มันแข็งและขยับไม่ได้แม่เลยพาไปหาหมอ พอหมอเอ็กซเรย์ก็บอกว่า อันนี้คือต่อมน้ำเหลือง ไม่ใช่ไทรอยด์ หมอก็เลยส่งไปตรวจชิ้นเนื้อ ครั้งแรกยังไม่เจอว่าเป็นอะไร ครั้งที่สองก็เลยไปเจาะตัดชิ้นเนื้อออกมา สรุปคือเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ดีที่มันเป็นชนิดดี แล้วก็รักษาด้วยการให้คีโม 12 เข็ม แล้วก็ตอบสนองด้วยดี ตอนนี้การรักษาจบแล้ว อยากจะบอกว่าใครมีอาการภูมิตกเหมือนเจ ให้ลองคลำที่คอ รักแร้ แล้วก็ตามขาหนีบดู ถ้าเจอก้อนอะไรแปลกๆ อยากให้รีบไปตรวจ อยากปล่อยไว้สำหรับ “มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma)” เป็นมะเร็งระบบน้ำเหลืองที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ มีลักษณะเฉพาะคือการพบเซลล์มะเร็งขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Reed-Sternberg Cell มักเริ่มจากต่อมน้ำเหลืองบริเวณส่วนบนของร่างกาย เช่น คอ หน้าอก หรือรักแร้ และสามารถแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นได้แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับข่าวสดออนไลน์https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10277608

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ค้นหาความหมายนัย ‘กำเนิดแห่งสายน้ำ’ ผ่านนิทรรศการ River Birth โดย ‘ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล’

11/06/2026

ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปินเจ้าของผลงานนิทรรศการ River > Birthดอกไม้งามเบ่งบานท่ามกลางซากถ่านที่ถูกเผาไหม้จนมอดดับภูเขาที่กลายสภาพเป็นแอ่งรับน้ำ มอบความหมายให้สรรพชีวิตภูเขาสีเงินที่มีมอสเขียวชอุ่มอยู่ภายใน สร้างความ Contrast ระหว่างโลกภายนอกที่ดูโมเดิร์นกับโลกภายในที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมชาติแม่น้ำในอุโมงค์สีดำที่ทอดยาวและส่องสะท้อนไปยังมอสทรงกลมที่จัดวางไว้ ณ บริเวณที่แสงสว่างตกกระทบก่อให้เกิดความสงบล้ำลึกในใจนิทรรศการ River > Birth โดย 'ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล' ยังมีอะไรอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ ค้นหา และซึมซับไปกับประสบการณ์ Immersive ในศิลปะหลากแขนงที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปินเจ้าของผลงานนิทรรศการ River > Birth‘ผู้จัดการออนไลน์’ สัมภาษณ์พิเศษ ‘ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล’ ถึงความเป็นมา กระบวนการสร้างงาน แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง River > Birth ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและปัญหาไฟป่าได้อย่างน่าสนใจธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปินเจ้าของผลงานนิทรรศการ River > Birthกำเนิดแห่งสายน้ำเมื่อขอให้ช่วยเล่าถึงความเป็นมาของนิทรรศการ River > Birthธีรศักดิ์เล่าย้อนให้ฟังว่า “ผมมาด้วยบริบทของพื้นที่โล่งๆ เลย ไม่ได้มาด้วยการPlan อะไรเลย มาเห็นพื้นที่ เห็นว่า 10 10 Art Space และโรงแรม Standard X อยู่ด้วยกันที่ท่าพระอาทิตย์ เป็นพื้นที่ติดแม่น้ำ ผมมาด้วยโจทย์แบบนี้เลย คือเป็น Art Space ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำ ผมก็เลยได้ไอเดียว่า ‘ต้องทำเกี่ยวกับแม่น้ำ’ ตรงๆ แบบนี้เลยครับ ก็เลยใช้ชื่อว่า River > Birth การกำเนิดของสายน้ำ หรือกำเนิดของแม่น้ำนั่นเองครับ”นิทรรศการนี้ เกิดจากการที่ธีรศักดิ์ได้รับเชิญจากทาง 10 10 Art Space ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โรงแรม Standard X“เราคุยกันหลายเดือนแล้วครับ เนื่องจากทาง 10 10 Art Space ได้ไปดูงานผมที่เขาใหญ่ที่เบิกบานบุรี เป็น Art Space ที่เขาใหญ่ที่ผมทำมา 20 ปีแล้ว ซึ่งเจ้าของ 10 10 Art Space และโรงแรม Standard X ก็ไปดูแล้วชอบชิ้นงาน บอกว่าอยากให้ไปจัดแสดง ก็เชิญมา ผมก็รับปาก แล้วลองมาดูพื้นที่ พบว่าปกติ งานที่นี่จะเป็นงานสวยๆ ที่ติดตามกำแพง แต่เมื่อผมได้มาทำ ผมก็อยากทำเป็น Immersive เป็นประสบการณ์ตรงที่รับรู้ได้ตรงๆ และ Link กับพื้นที่คือแม่น้ำ”บางส่วนจาก RE>BIRTHธีรศักดิ์ เล่าย้อนโดยเชื่อมโยงไปกับนิทรรศการก่อนหน้า ที่มีชื่อว่า RE>BIRTH จัดแสดงที่ร้าน TAY SONGWAT เมื่อปี 2568 และยังคงมีจัดแสดงบางส่วนอยู่ที่ชั้น 3 ของร้านเท ทรงวาด ถึงปัจจุบัน“ที่เท ทรงวาด เป็นเรื่องการเกิดใหม่ ซึ่งประสบการณ์ตรงของผมคือเรื่องไฟป่าเวลาเดินขึ้นไปบนที่ชั้น 3 ของร้านเท จะร้อนมากๆ เป็นห้องที่แสงเข้ามาแรงๆ ตอนนั้นผมก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาเลยว่าต้องทำเรื่องไฟป่า มีถ่าน มีเรื่องราวของไฟป่า แต่เราไม่ได้พูดเพื่อเบลมใคร ว่าไฟป่าคืออะไร เกิดจากใคร แต่พูดว่า ถ้าเรายังมีความรักและความหวังก็ยังมีการเกิดใหม่เกิดขึ้น เป็นที่มาของดอกไม้สีชมพูที่งอกขึ้นมาท่ามกลางไฟป่า ท่ามกลางสิ่งที่พังทลายไปแล้ว”ธีรศักดิ์เล่าว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจประเด็นไฟป่า คือการที่ได้เห็นปัญหาในพื้นที่จริง คือที่วัดป่าสุคะโต ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ จังหวัดชัยภูมิ มีไฟไหม้ป่าอยู่เรื่อยๆ ไหม้ครั้งนึงก็หลายพันไร่ โดยธีรศักดิ์ไปร่วมกิจกรรมปลูกป่ากับพระอาจารย์ไพศาลด้วย เขาร่วมกิจกรรมนี้มา 7-8 ปี แล้ว“นั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทำเรื่องไฟป่า เพราะได้ไปเห็นพื้นที่นั้นครับ ตอนเปิดนิทรรศการ RE>BIRTH ปีที่แล้ว ก็เชิญพระอาจารย์ไพศาลมาด้วย”ส่วนภูเขาที่เคยจัดแสดงที่ร้านเท ในตอนนั้นมีไม้ที่ไหม้ไฟอยู่ในภูเขา มีสัตว์ที่ทำจากเซรามิค และเป็นสีสะท้อนแสง ฝังอยู่ในภูเขาลูกนั้น เมื่อใช้ไฟ UV ส่องก็จะเห็นสัตว์ต่างๆ และที่พื้นก็มีการพังทลายและการเกิดใหม่"เมื่อเดินขึ้นไปที่ชั้น 3 จะเห็นบ่อถ่านที่แสดงถึงการพังทลายและการเกิดใหม่ เมื่อคุยกันแล้วกับทาง 10 10 Art Space ก็ขยายไอเดียมาจัดแสดงต่อที่นี่ครับ นอกจากนั้น Topic เรื่องไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ไทย เกิดขึ้นทั่วโลกด้วย”นำชม River > Birthธีรศักดิ์บอกล่าถึงส่วนต่างๆ ของนิทรรศการได้อย่างน่าสนใจ เริ่มที่ส่วนแรก“ส่วนแรกที่เราเห็นเมื่อเปิดประตู Art Space เข้ามา ก็จะเห็นบ่อถ่านแห่งการพังทลาย ไฟไหม้ป่า และการเกิดใหม่ คือมีดอกไม้สีชมพู ดอกไม้ชื่อ ‘ดอกมัม’ ก็ link กับคำว่า ‘แม่’ พ้องกับ ‘แม่น้ำ’ ผมไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วดอกไม้นี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร แต่ไทยเรียกดอกมัม คำว่า ‘แม่’ link กับ ‘แม่น้ำ’ คือแม่แห่งสายน้ำ แล้วแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นแม่น้ำโบราณด้วย”ภูเขาสีเงินธีรศักดิ์เล่าว่า “ที่มาของภูเขาลูกนี้คือ เมื่อนิทรรศการ RE>BIRTH ที่ร้านเท ทรงวาด จบไป เหลือแค่ที่จัดแสดงไว้ที่ชั้น 3 ผมจึงย้ายภูเขาลูกนั้นมาจับหงายและเปลี่ยนบริบท ใส่น้ำเข้าไป มีฟืน เหมือนไฟป่าที่พังทลายไปแล้ว เมื่อเกิดไฟป่า ไอน้ำระเหยขึ้นไป ร้อนมากๆ ก็เกิดเป็นฝนตกลงมา ผมก็แปลงให้ภูเขาลูกนี้มารับน้ำฝน เป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำ สิ่งที่พังทลายไปแล้ว ก็อาจทำให้มีบริบทใหม่เกิดขึ้น เปรียบเสมือนคำที่ว่า No Mud, No Lotus” (หมายเหตุ : No Mud, No Lotus-หากไร้โคลนตม ก็ไร้ดอกบัว เป็นคำสอนของพระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์)“นิทรรศการ River > Birth พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลง การ Transform เหมือนสสารที่มันเปลี่ยนรูปร่างไป ไปสู่อีกอิริยาบถนึง แต่ไม่ได้บอกว่ามันมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอย่างไร ผมก็เลยเริ่มต้นที่จุดสิ้นสุด แล้วค่อยขยายไปที่จุดเริ่มต้น แล้วบางทีมันก็อาจจะย้อนกลับมาที่จุดสิ้นสุดอีกก็ได้”“มีบริบทคือถ่านที่ไฟไหม้ มีน้ำ มีภูเขามอส เป็นมอสจริงๆ นะครับ ตอนที่มาจัดแสดงช่วงแรกๆ ก็ยังมีแมลงเดินอยู่ในภูเขา เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์จริงๆแล้วบ่อน้ำที่อยู่ในอุโมงค์มืดๆ นั้น เป็นบ่อน้ำยาวๆ ในบ่อน้ำก็จะมีถ่านที่ไฟไหม้ไปแล้ว แล้วก็มีการงอกใหม่ของดอกไม้แล้วก็มอส ปลายทางก็คือ เหมือนภาษาอังกฤษที่เขาบอกว่า ‘light at the end of the tunnel’ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์”“บริเวณนั้น บ่อน้ำนั้น Point ไปที่ตำแหน่งของแม่น้ำเจ้าพระยาจริงๆ เมื่อเราเดินเลยไปก็จะเดินไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ปลายทางจะมีมอสทรงกลมใหญ่ๆ เป็น Immersive คือ เข้าไปดมได้จริงๆ ก็จะได้กลิ่นมอส”องค์ประกอบที่หลอมรวมนอกจากบ่อถ่าน ภูเขาสีเงิน ภูเขามอส แม่น้ำในอุโมงค์สีดำ มอสทรงกลมที่จัดวางไว้อย่างโดดเด่นแล้ว นิทรรศการนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วยอาทิงาน Wood cut รูปผึ้ง มีบางตัวใส่ Motor เข้าไป ทำให้ขยับได้“งานนี้มีพูดถึงเรื่องผึ้งด้วย เป็นงาน Wood cut ผมได้ไม้มาเต็มขนาดเกือบเมตร ก็เอามาขูดเป็น Wood cut แล้วก็เอาหมึกลง พิมพ์ และมีอีก 4 ชิ้นที่จัดแสดงอยู่ด้านนอก ใช้วิธี Re-cycle, Re-use, Re-design มีการตัดบล็อค Wood cut ออกแล้วนำมาทำปีก ใส่มอเตอร์เข้าไปให้ขยับได้”“เรื่องของผึ้ง มีคนกล่าวไว้ว่า ถ้าผึ้งสูญพันธุ์วันนี้ อีก 4 ปี มนุษย์ตายหมด เพราะผึ้งคอยผสมเกสรดอกไม้ ถ้าไม่มีผึ้งก็ไม่มีต้นไม้ ดอกไม้”“ส่วนที่ชั้นบนของ Art Space เป็น Video Art พูดถึงกำเนิดของสายน้ำ มีนกกระยางบินอยู่ เหมือนที่เราเห็นนกกระยางเกาะอยู่บนกอพืชน้ำอย่างผักตบชวา แล้วก็ล่องไปเหมือนแพ คอยกินปลา ผมใส่ Vector เข้าไป ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น AI เป็น Cyber นิดๆ”นอกจากนี้ ที่อุโมงค์ มีแขวนไฟฉายไว้ เป็นไฟฉายคล้ายๆ Black Light หรือหลอด UV เหมือนเป็นแสงอาทิตย์ เปรียบเทียบคือเมื่อเราเห็นแสงแดดเป็นแสงสีขาว เราคิดว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วซ่อนทั้ง 7 สีไว้ในแสงเหล่านั้นที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น“อุโมงค์นั้นมีผลงานชื่อ Spectrum 10 กว่าชิ้น เรียงกันอยู่ เมื่อใช้ไฟ UV ส่องก็จะเห็นสีเด้งออกมา เป็นงาน Mixed Mediaทุกอย่างที่กล่าวมานี้คือ River > Birth เน้นให้ผู้ชมได้มีประสบการณ์ตรง ทั้ง แสง สี เสียง Light and Sound ให้รู้สึกจริงๆ เป็น Immersive”ถามถึงกระบวนการสร้างงานนิทรรศการครั้งนี้ ธีรศักดิ์ตอบว่า มีงานบางส่วนที่ทำมาอยู่แล้วดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งเหมาะที่จะนำมาจัดแสดง นำมาประกอบร่างเป็นนิทรรศการนี้ เช่น ภูเขานี้ก็เคยทำใน Re > Birth เล่าเรื่องไฟป่าที่ร้านเท ทรงวาด ส่วนภูเขามอสก็เคยนำไปจัดแสดงที่เชียงใหม่เมื่อจัดแสดงเป็นนิทรรศการ River > Birth ก็นำภูเขาทั้งสองลูกนี้ มาอยู่ด้วยกันส่วนที่ต้องเริ่มใหม่คือดอกไม้และมอสมีการเตรียมมอสมาจากพื้นที่ของเบิกบานบุรี Art Space ของธีรศักดิ์ที่เขาใหญ่ โดยยกมาทั้งลูกที่มีมอสอยู่แล้ว ในบริเวณที่จัดภูเขามอสจะเห็นว่าที่พื้น มีเส้นไฟวิ่งยาวๆ นั้น นอกจากส่งให้เห็นมอสในภูเขาแล้ว ไฟนี้ช่วยให้มอสสังเคราะห์แสงด้วยเพื่อให้เค้ามีชีวิตอยู่ได้ และต้องมีการให้น้ำกับมอสเรื่อยๆ“ส่วนบ่อน้ำยาวๆ ที่มีปลายแหลมเหมือนลูกศร ส่วนนี้ทำใหม่ ทรงมอสกลมๆ นั้นก็ทำขึ้นใหม่เพื่องานนี้เช่นกัน, VDO Art ก็เป็นงานที่ทำขึ้นใหม่ครับ”Yosemite : แรงบันดาลใจแห่ง ‘ภูเขาสีเงิน’ไม่อาจปฏิเสธว่าภูเขาสีเงินที่มีมอสอยู่ภายใน เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการนี้ ที่ผู้ชมมักพาตัวเองเข้าไปอยู่ภายใน สัมผัสกับความเงียบสงบและสัมผัสธรรมชาติอันแท้จริงที่ซ่อนไว้ในภูเขาจำลองลูกนี้ธีรศักด์เล่าว่า “แรงบันดาลใจของภูเขาสีเงิน ตอนแรกที่ทำ ผมนึกถึงช่วงทำงานโฆษณาที่ทำให้ผมเดินทางบ่อย และผมเคยเรียนอยู่ที่ San Francisco ซึ่งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติ Yosemite (Yosemite National Park) ผมได้แรงบันดาลใจจากที่นั่น เมื่อได้เห็นทะเลสาบกว้างๆ มีภูเขาอยู่ แล้วเมื่อภูเขาสะท้อนน้ำ มันเป็นความงาม เป็นสีเงินในความรู้สึกของผม มีจุดที่เป็นภูเขาสะท้อนในน้ำ แล้วผมก็นำมาทำเป็นเส้น Vector ที่สะท้อนถึงยุคนี้ เป็นความ Cyber นิดๆ เป็นโมเดิร์น”“ภูเขาทำจากสแตนเลส มีสองลูก ผมทำลูกหงายขึ้นมาก่อน ทดลองทำดูแล้วค่อยทำอีกลูกนึง เมื่อเริ่มทำก็สร้างขึ้นจากเส้น Vector ก่อน ทำเป็นโมเดลเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่”“เพื่อให้ Contrast กัน เมื่อมองจากข้างนอกเป็นโมเดิร์น แต่เมื่อเข้าไปข้างในจะพบว่าเป็นมอสจริงๆ มีแขกหลายท่านเข้าไป บางท่านเข้าไปก็ร้องไห้ คง Touch อะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขาร้องไห้ เขาคงสัมผัสได้ถึงพลังจากธรรมชาติส่วนภูเขาที่จัดแสดงที่ร้านเท ก็มีเรื่อง Touch มีบางท่านไปนั่งทำสมาธิอยู่ชั่วโมงนึง เมื่อถาม เค้าก็ตอบว่า คุณแม่เค้าเสีย เค้ามองว่าทั้งหมดคือความสูญเสียของเค้า แม่เค้าเพิ่งเสียไป แล้วก็มีดอกไม้งอกขึ้นมา ก็ Heal ใจเค้า”"งาน River > Birth นี้ก็มีผู้ชมอีกท่าน เมื่อเห็นเรา เค้าก็เข้ามาจับมือด้วยอาการสั่นเทา เค้าบอกว่างานนี้ช่วยHeal ใจเค้ามากๆ แล้วก็ถ่ายรูปเข้าไปอยู่ใน Screen Saver ของโทรศัพท์เค้า”“ผมว่าไม่เลวเลยที่งานอาร์ตมีแรงปะทะอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เคลื่อนเข้าไปอยู่ในใจเค้าได้ ดีใจที่ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ เป็น Fine Art ที่เปิดกว้าง ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด”ประสบการณ์ ZEN : ZEN คืออะไรในฐานะผู้ชมอีกคนหนึ่ง อดถามไม่ได้ว่า บริเวณที่เป็นอุโมงค์สีดำ มีบ่อน้ำชี้ไปที่มอสทรงกลม สัมผัสได้ถึงความสงบ และความเป็น ZEN ส่วนตัวคุณสนใจ ZEN ไหมธีรศักดิ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “มีผู้กล่าวไว้ว่า ผู้รู้ ZEN นั้น แท้แล้วคือผู้ไม่รู้” (หัวเราะ) “ผมก็เลยคิดว่าผมไม่น่าจะเป็นผู้รู้เรื่อง ZEN ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ถ้าจะตีความในแง่ของความเรียบง่าย กับการอยู่กับปัจจุบันขณะ อะไรที่ไม่ใช่ก็เอาออกไป ให้รับรู้ได้ถึงประสบการณ์ตรง อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เปิดกว้างและยอมรับกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมก็คิดว่างานตรงนี้ก็น่าจะตอบได้ในจุดนั้น ทั้งที่ผมก็ไม่ได้เข้าใจ ZEN อย่างแท้จริง ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเป็นบริบทนั้นและเป็นในแง่ของธรรมชาติด้วย ก็ทำหน้าที่ในหน่วยของความรู้สึกร่วมแบบนั้น”“บริเวณบ่อน้ำที่ชี้ไปยังมอสทรงกลม คือการดับสูญสู่การกำเนิดใหม่ ทุกๆ อย่างไม่ว่า ดอกไม้ มอส ก็เป็นธรรมชาติจริงๆ เห็นการเกิด-ดับ แล้วก็อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ใส่ลงไป ใส่เฉพาะที่ต้องตีความจริงๆ ลงไป ผมทำหน้าที่ตรงนั้น ในฐานะผู้ที่ไม่รู้จักเซนอย่างผม”“บริเวณที่น้ำสะท้อนเงามอส คือการสะท้อนซึ่งกันและกัน มอสเป็นปราการธรรมชาติ มอสอยู่บนโลกนี้มา 400 กว่าล้านปีแล้ว นักวิทยาศาสตร์พบว่ามอสน่าจะมาจากสาหร่ายทะเล เมื่อน้ำท่วมโลก เค้าก็อยู่อย่างนั้น อยู่ก่อนไดโนเสาร์ อยู่ก่อนหลายสิ่งในโลกนี้ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราอาจมองข้าม แต่มีความงามซ่อนอยู่”อดีตครีเอทีฟ สู่ผู้สร้างงานศิลปะธีรศักดิ์เป็นอดีต Worldwide Chairman และ Chief Creative ของ Creative Juiceเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคม B.A.D. Awards และเป็นประธานการตัดสิน ADMAN Awards ทั้งเป็นกรรมการตัดสินรางวัลอีกหลายเวทีตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปีในวงการ เขาคว้ามาแล้วทุกรางวัลในการประกวดโฆษณาระดับโลก อาทิ CANNES LIONS, CLIO, D&AD, ONE SHOW DESIGN, Grand Prix Spikes, Grand Prix AdFest“ปัจจุบัน ผมออกจากวงการครีเอทีฟแล้วผมเข้าวงการตั้งแต่ตอนเรียนนิเทศศาสตร์ ปี 1 เริ่มจากไปฝึกงานตอนอายุ 17 ปี แล้วทำงานเรื่อยมา ทำงานโฆษณาจนกระทั่งเรียนจบปี 4 แล้วก็ทำงานอีกปีนึง จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา เรียนปริญญาโท ตอนเรียนปริญญาโทปีแรก ก็ไปสมัครงาน ได้ทำงานกับฝรั่ง ทำงานกับ Copy writer อเมริกัน ได้รางวัลประมาณนึง อยู่อเมริกาสักช่วงนึงแล้วก็กลับมาที่ไทย มาทำอีก 2-3 ที่ แล้วมาที่ Creative Juice”กระทั่งเมื่อราว 20 ปีที่แล้ว เขาก่อตั้ง ‘เบิกบานบุรี’ พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติและ Art Space ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ทำควบคู่ไปกับงานโฆษณาในขณะนั้นอดถามไม่ได้ว่า ทั้งการเป็นครีเอทีฟและการทำเบิกบานบุรี ส่งผลต่อการสร้างงานศิลปะของคุณอย่างไรธีรศักดิ์ตอบว่า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดน 3 มงกุฎ (หมายเหตุ : UNESCO Triple Heritage City เนื่องจากมีพื้นที่อนุรักษ์ครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่)-มรดกโลก, พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช, และมีอุทยานธรณีโลกคือ Khorat Geopark)“ที่เขาใหญ่ บริเวณโดยรอบเป็น UNESCO Sites เป็นประสบการณ์ตรงในการที่ได้อยู่กับธรรมชาติ ทำให้เราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ส่งผลต่องานอาร์ตและงานโฆษณา ผลงานหลายชิ้นที่ได้รางวัลจากเมืองนอกก็มีที่มาจากธรรมชาติผมอาจจะเข้มข้นในเรื่องนี้โดยตรง ผมมักจะทำเกี่ยวกับเรื่องสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ความพังทลายของธรรมชาติ ทำวนไปวนมาแบบนี้แหละครับ”“งานนิทรรศการศิลปะธีมแรกที่ทำ ผมทำเรื่อง LIFE ทำที่เบิกบานบุรีเขาใหญ่ ทำร่วมกับศิลปินหลายๆ ท่านเริ่มจากงานกลุ่ม แล้วเป็นงานเดี่ยว หลักๆ คือนิทรรศการครั้งที่ 1 ชื่อ Nature Speak ธรรมชาติพูดต่อมาคือ Re > Birth การเกิดใหม่ กระทั่งมานิทรรศการนี้ River > Birth การกำเนิดของแม่น้ำ เป็นนิทรรศการหลักครั้งที่ 3 แต่อาจจะเป็นนิทรรศการย่อยครั้งที่ 5 หรือ 6 แล้วครับ มีส่วนที่เคยถูกจัดแสดงย่อยมาก่อน อย่างภูเขานี้ก็เหมือนยานอวกาศ บินไปบินมา (หัวเราะ)”ธีรศักดิ์ยืนยันว่า งานชิ้นต่อไปก็จะยังคงเกี่ยวกับธรรมชาติเช่นที่เคยทำมาเสมอนิทรรศการครั้งต่อไปของเขาคนนี้จะเป็นการเล่าเรื่อง หรือสื่อออกมาในรูปแบบใด ผู้ชมคงต้องติดตามขณะที่ River > Birth ซึ่งกำลังจัดแสดงอยู่นี้ ยังคงรอคอยให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสและตีความในแบบของตนเองได้อย่างเปิดกว้างและอิสรเสรี……Text By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูลPhoto By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุลผู้สนใจผลงานของ ธีรศักดิ์ ติดตามได้ที่FB : Thirasak TanapatanakulIG : @thirasak_tanapatanakulเอื้อเฟื้อสถานที่ 10 10 Art Spaceนิทรรศการ River > Birth จัดแสดงที่ 10 10 Art Space เดิมกำหนดจัดแสดงถึงวันที่ 24 มิถุนายน ต่อมามีการขยายเวลาออกไปถึงช่วงปลายเดือนกรกฎาคมติดตามข้อมูลที่ FB : 10 10 Art Spaceแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000051806

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“สวนหินพุหางนาค” มหัศจรรย์ป่าหินล้านปีที่สุพรรณบุรี

11/06/2026

ก้อนหินขนาดมหึมารูปร่างแปลกตาภูมิประเทศแบบคาสต์ในผืนป่าเขียวชอุ่ม นับเป็นผลงานสร้างสรรค์จากกาลเวลาที่ขัดเกลาโดยกระแสลม กระแสน้ำ กัดกร่อนตามกระบวนการตามธรรมชาติรังสรรค์มาเป็นประติมากรรมแห่งธรณีวิทยาน่าตื่นตาตื่นใจ ที่ปรากฏให้เห็นใน “พุหางนาค” สุพรรณบุรีอุโมงค์ต้นไผ่ในเส้นทางเดินป่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจนึกถึง “อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี” ในภาพของจุดหมายด้านการเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญ และศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะหลักฐานประวัติศาสตร์ที่พบว่าเป็นเมืองต้นกำเนิดอารยธรรมในดินแดนสุวรรณภูมิ มีหลักฐานด้านโบราณคดีซึ่งสันนิษฐานได้ว่าเป็นดั่งเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดีอันเก่าแก่ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง หนึ่งในพิพิธภัณฑ์มาตรฐานระดับประเทศ รวมทั้งพุทธสถานร่วมสมัยอย่างวัดเขาทำเทียมที่แกะสลักพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ บนหน้าผาหินขนาดใหญ่ และมีสกายวอล์กยาวที่สุดในเมืองไทยแต่นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับศิลปวัฒนธรรมแล้ว อำเภออู่ทอง ยังมีพื้นที่แห่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีชื่อว่า “พุหางนาค” หรือ “สวนหินพุหางนาค” ซึ่งอยู่ในเขตการดูแลของ “วนอุทยานพุม่วง" เขตป่าสงวนแห่งชาติเขาตะโกทอง และป่าเขาเพชรน้อยรากไม้งดงามแปลกตาระหว่างทางที่มาของ “พุหางนาค”เกิดจากคำว่า “พุ” คือ น้ำผุดตามธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาทางด้านล่างของภูเขา ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนของหางพญานาค และชาวบ้านท้องถิ่นมีความเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีพญานาค 3 ตน คอยปกปักรักษา แบ่งพื้นที่กันดูแลในช่วงบน กลาง ล่างปัจจุบัน “พุหางนาค” ได้รับการพัฒนาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของภาคกลาง โดยจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศจัดตั้ง “อุทยานธรณีพุหางนาค” เป็นอุทยานธรณีในระดับท้องถิ่นไปเมื่อปี พ.ศ.2565 ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภออู่ทอง อำเภอดอนเจดีย์ และอำเภอหนองหญ้าไซดอกกระเจียวป่าอย่างไรก็ตาม การมาเที่ยวพื้นที่ป่าหินพุหางนาค นักท่องเที่ยวก็นิยมปักหมุดไว้ที่อำเภออู่ทอง ซึ่งมีเส้นทางเดินเที่ยวด้วยตัวเอง โดดเด่นด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ และภูเขาหินปูน โดยจากการศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยาพบว่า บริเวณพื้นที่พุหางนาครวมถึงบริเวณภูเขาทางตะวันตกของอำเภออู่ทอง ประกอบด้วยหินตะกอนและหินแปรยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician rocks) ที่มีอายุราว 505-438 ล้านปี หินอัคนีแทรกซอนยุคไทรแอสซิก (Triassic rocks) มีอายุราว 245-210 ล้านปี และตะกอนยุคควอเทอร์นารี (Quaternary) ที่มีอายุราว 1.6-0.01 ล้านปีพุหางนาค จึงได้รับการขนานนามว่า ผลงานธรรมชาติร้อยล้านปี เนื่องมาจากความสวยงามของสวนหินดึกดำบรรพ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีลักษณะโดดเด่นแปลกตา อันเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและภูมิอากาศต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี จนกระทั่งหินในพื้นที่พุหางนาคถูกแปรสภาพเป็นสวนหินที่มีเอกลักษณ์ งดงามแปลกตา เป็นความโดดเด่นทางธรณีที่นับว่าหาชมได้ยากในเมืองไทยก้อนหินดึกดำบรรพ์นอกจากความเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว พุหางนาค ยังเป็นหนึ่งในเส้นทาง “วิ่งเทรล” ของเหล่านักวิ่งสายรักธรรมชาติอีกด้วย โดยมีกิจกรรม “พุหางนาค เทรล” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดสุพรรณบุรีเส้นทางท่องเที่ยวสวนหินพุหางนาคด้วยตัวเองแม้ว่ามีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ แต่ “สวนหินพุหางนาค” ก็ไม่ยากเกินกว่าจะท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเอง แนะนำให้เริ่มต้นปักหมุดไปที่ “สำนักสงฆ์พุหางนาค” พื้นที่เล็กๆของสำนักสงฆ์ที่เปรียบเสมือนทางเข้าก่อนไปแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติประตูลับแลจากนั้น เดินเท้าไปตามเส้นทางที่แผ้วถางไว้สังเกตได้ไม่ยาก เริ่มต้นความตื่นเต้นที่ “ประตูเมืองลับแล” ที่ถือเป็นทางเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน ลักษณะของก้อนหินขนาดใหญ่ซ้อนทับกันเป็นช่องให้เดินลอดเข้าไป ก่อนโผล่ไปอีกด้านที่ตื่นตาตื่นใจไปด้วยเส้นทางสู่ลานหินเต็มไปด้วยแมกไม้นานาชนิดหินโบราณในป่าไผ่มีเอกลักษณ์ของสวนหินที่มีก้อนหิน โตรกผา รูปร่างแปลกตาชวนจินตนาการ สลับแทรกแซมไปด้วยพันธ์ุไม้ดึกดำบรรพ์อายุนับพันปี และพืชพรรณไม้หายากประจำถิ่น เช่น ต้นจันผา ปรง กระเจียวป่า (พบได้ในช่วงฤดูฝน) สลัดได ผกากรอง สุพรรณิการ์ มะค่า สมุนไพรพื้นเมือง เป็นต้นทั้งนี้ ก้อนหินขนาดใหญ่หลายก้อนที่อยู่เรียงรายระหว่างเส้นทาง สามารถจินตนาการเป็นรูปร่างได้ตามคำบอกกล่าว เช่น หินรูปเต่า หินรูปช้าง หินรูปเศียรพญานาค หินรูปวาฬ เป็นต้น ช่วยสร้างความเพลิดเพลินไปกับการมองก้อนหินที่งดงามตามธรรมชาติรูปแบบธรณีวิทยาให้กลายเป็นเรื่องสนุกกว่าเดิมจุดชมวิวระหว่างเส้นทางสำหรับเส้นทางท่องเที่ยวสวนหินพุหางนาค นักท่องเที่ยวส่วนมาก เลือก “เส้นทางที่ 1” ไป-กลับเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมในการสัมผัสความโดดเด่นของสถานที่ เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป“เส้นทางที่ 2" ไป-กลับ เป็นระยะทางราว 4- 5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาพืชพรรณไม้ และธรณีวิทยาแบบเจาะลึกมากขึ้นต้นจันผาส่วน “เส้นทางที่ 3” ระยะทางราว 20-30 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหล่านักวิ่งเทรล นิยมเลือกมาฝึกซ้อม และออกกำลังกาย โดยควรเตรียมฟิตร่างกาย-เตรียมน้ำดื่มมาให้พร้อม และไม่ควรมาวิ่งคนเดียวสอบถามเพิ่มเติม วนอุทยานพุม่วง โทร. 08-9948-3018หินรูปร่างแปลกชวนให้จินตนาการเป็นสัตว์ต่างๆแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000053068

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย มอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 15,000 เข็มฟรีแก่กลุ่มเปราะบางใน 6 จังหวัด ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์” (AIA Sharing A Life) ครั้งที่ 13

02/06/2026

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมเกราะป้องกันสุขภาพให้คนไทย มอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้แก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ไร้บ้าน และผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ในจังหวัดสมุทรปราการ สงขลา เพชรบุรี เชียงใหม่ และนครปฐม ผ่านโครงการ AIA Sharing A Life หรือ วันทำดีร่วมกันของชาวเอไอเอ ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด "Stronger Together" เพื่อร่วมสร้างเกราะป้องกันโรคและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ รวมจำนวนวัคซีนที่บริจาคตลอดโครงการ ทั้งสิ้น 15,000 เข็ม สอดคล้องตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’สำหรับ AIA Sharing A Life ปีที่ 13 ได้มีการเปิดตัวโครงการไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้แก่เจ้าหน้าที่เก็บขยะและกวาดถนน รวมถึงเจ้าหน้าที่ขุดเจาะ สังกัดกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ของกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และได้มีการดำเนินโครงการต่อเนื่องในอีก 5 จังหวัด ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ว่าราชการจังหวัด เหล่ากาชาดจังหวัด ตลอดจนกลุ่มจิตอาสาการดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนถึงพันธกิจของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social และ Governance)ในฐานะผู้นำด้าน ESG ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและแข็งแรงอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X