Everyday knowledge for you
ห้องแสดงนิทรรศการ
04/09/2026
หากอยากออกไปเที่ยวในมุมที่แตกต่างของกรุงเทพฯ ลองปักหมุดมายังพื้นที่กรมศิลปากร แล้วใช้เวลาค่อยๆ เดินชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์” และ “หอประติมากรรมต้นแบบ” สองสถานที่ที่เปรียบเสมือนห้องเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปิน ผลงาน และเบื้องหลังการสร้างสรรค์ศิลปะสำคัญของชาติ ที่เปิดให้เข้าชมในวาระพิเศษ ถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้บุกเบิกการศึกษาศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย รวมถึงผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2527 ก่อนจะได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2530 และอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรมาจนถึงปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นห้องจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ของศิลปินและลูกศิษย์คนสำคัญของศาสตราจารย์ศิลป์ อาทิ เฟื้อ หริพิทักษ์ ประยูร อุลุชาฎะ ชลูด นิ่มเสมอ เขียน ยิ้มศิริ สวัสดิ์ ตันติสุข และทวี นันทขว้าง ผลงานเหล่านี้สะท้อนช่วงเริ่มต้นของศิลปะร่วมสมัยไทย และแนวทางการศึกษาศิลปะตามหลักวิชาการที่ศิลป์ พีระศรี วางรากฐานไว้ส่วนห้องชั้นในให้ความรู้สึกคล้ายกำลังเดินเข้าไปในโลกส่วนตัวของศิลปิน เพราะจัดแสดงโต๊ะทำงาน เก้าอี้ เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องมือปั้น และของใช้ส่วนตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ โดยจำลองบรรยากาศการทำงานในอดีตเอาไว้ พร้อมจัดแสดงแบบร่างและต้นแบบประติมากรรมสำคัญ อาทิ แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 พระศรีศากยทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑล และต้นแบบพระเศียรรัชกาลที่ 8สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือหนังสือหายากที่ศาสตราจารย์ศิลป์ใช้ค้นคว้าเกี่ยวกับศิลปะตะวันตก เพราะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ไม่ได้มีเพียงพรสวรรค์ แต่ยังประกอบด้วยการศึกษา การค้นคว้า และการสั่งสมประสบการณ์อย่างจริงจังจากนั้นลองเดินทางต่อไปยัง“หอประติมากรรมต้นแบบ (Hall of Sculpture)”อาคารประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “โรงปั้นหล่อ” สถานที่ปฏิบัติงานด้านการปั้น การหล่อ และการหลอมโลหะของกรมศิลปากร อาคารสองชั้นทรงสูงติดกระจกแห่งนี้ถูกออกแบบให้ได้รับแสงสว่างและช่วยระบายความร้อน เพื่อเอื้อต่อการทำงานของช่างและประติมากรโรงปั้นหล่อแห่งนี้เริ่มใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2499 ก่อนจะย้ายไปยังอาคารแห่งใหม่บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 ในปี พ.ศ. 2530 จากนั้นอาคารเดิมได้รับการปรับปรุงและพัฒนาเป็นหอประติมากรรมต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งเก็บรักษาองค์ความรู้และจัดแสดงผลงานต้นแบบทางประติมากรรมของศิลปินชั้นครูไฮไลต์สำคัญคือการได้ชม “ต้นแบบ” ของประติมากรรมและอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย อาทิ พระศรีศากยะทศพลญาณ ต้นแบบพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นคือ “ท้าวสุรนารี” อนุสาวรีย์คู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นประติมากร การได้เห็นต้นแบบในพื้นที่จัดแสดง จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เราได้ย้อนกลับไปมองอนุสาวรีย์ที่คุ้นเคยในฐานะผลงานศิลปะที่ผ่านกระบวนการคิด ปั้น และสร้างสรรค์มาอย่างประณีตการมาเยือนสองสถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ผ่านโต๊ะทำงาน เครื่องมือ หนังสือ และต้นแบบประติมากรรมที่ครั้งหนึ่งอยู่ในมือของศิลปิน ก่อนจะกลายเป็นผลงานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรหาเวลาไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งสำหรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เป็นหนึ่งสถานที่ในเส้นทางเส้นทางท่องเที่ยวทางมรดกวัฒนธรรม "รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์" จัดขึ้นโดยกรมศิลปากร ซึ่งเปิดให้เข้าชม วันพุธ-อาทิตย์ (ปิดวันจัทร์-อังคาร) ตั้งแต่วันนี้ - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000083121
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
04/09/2026
ภาพยนตร์เรื่อง “The Odyssey” ของ “คริสโตเฟอร์ โนแลน” ที่สร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปทั่วโลก ดัดแปลงจากมหากาพย์วรรณกรรมกรีกโบราณ ทำให้ชื่อเสียงของ “กรุงทรอย” (Troy) กลับมาเป็นที่กล่าวถึงอีกครั้งภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ทั้งนี้ กรุงทรอย ไม่ได้เป็นเรื่องราวในตำนานเท่านั้น หากแต่มีสถานที่จริง นั่นคือ “แหล่งโบราณคดีทรอย” ซึ่งเป็นซากเมืองโบราณบริเวณเนินเขา “Hisarlik” (ภาษาตุรกี แปลว่า ป้อมปราการ) ในจังหวัดชานัคคาเล (Çanakkale) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตุรกีภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่ถูกค้นพบ ในปี ค.ศ.1870 โดย “Heinrich Schliemann” นักสำรวจชาวเยอรมัน ซึ่งหลังจากการอ่านวรรณกรรมของ Homer เขาเชื่อว่า กรุงทรอย ตั้งอยู่บนเนินสูงที่อยู่ใกล้ทะเล จนเมื่อเดินทางไปถึงหมู่บ้าน Hissarlik ที่เชื่อว่าตรงตามที่ Homer บรรยายไว้ เมื่อรัฐบาลตุรกีไฟเขียว เขาจึงว่าจ้างคนงานนับร้อยลงมือขุดหาเมืองในตำนาน จนกระทั่งพบซากเมืองโบราณที่สร้างทับซ้อนกันถึง 9 ชั้นภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)เมืองโบราณที่มีชื่อเสียงความเชื่อมโยงกับเรื่องราวสงครามกรุงทรอยในมหากาพย์กรีกโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1998 ด้วยเหตุผลของการสะท้อนพัฒนาการของอารยธรรมโบราณหลายยุคสมัยในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนและอนาโตเลีย อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อวรรณกรรม และวัฒนธรรมของโลกตะวันตกภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ปัจจุบันแหล่งโบราณคดีทรอยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศตุรกีภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบีบผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000079460
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
04/09/2026
กรุงเทพฯ, 1 กันยายน 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” อดีตศิลปินชื่อดังและนักธุรกิจยุคใหม่ ในฐานะพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” แบบประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินระยะยาว พร้อมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมส่งหนังโฆษณาตัวใหม่สะท้อนแนวคิดของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอนาคตทางการเงินอย่างรอบด้าน มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน และมุ่งสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาว ตอกย้ำถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “สำหรับพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตัวล่าสุด ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เรามองหาผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการเงิน มีความเป็นผู้นำ และมีบทบาทในชีวิตหลากหลาย ซึ่งต้องการตัวช่วยในการวางแผนชีวิตและการเงินที่ชาญฉลาด เพื่อส่งมอบความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งคุณโอม สามารถสะท้อนบทบาทเหล่านี้ออกมาได้อย่างชัดเจน จากบทบาทศิลปินที่มีชื่อเสียง สู่ผู้บริหารที่วางแผนธุรกิจได้อย่างรอบคอบ จนนำธุรกิจก้าวสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกันคุณโอม มีบทบาทเป็นคุณพ่อลูกสอง ที่ต้องวางแผนสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยได้เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่ยังเป็นศิลปินเพราะรู้ว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่นอน แบบประกันตัวนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของคุณโอมจริง ๆ“เอไอเอ มั่นใจว่าโฆษณาตัวใหม่ที่มีคุณโอมมาเป็นพรีเซนเตอร์นี้ จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าในวงกว้าง อีกทั้งจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการวางแผนชีวิตและการเงินให้กับคนไทยทั่วประเทศ” คุณรพีพร กล่าวทิ้งท้ายสำหรับ “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” เป็นแบบประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 9 ปี แต่สามารถรับรายได้ต่อเนื่องยาวนานถึงอายุ 99 ปี (Lifetime Income) โดยเริ่มรับผลประโยชน์ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 ประกอบด้วย • เงินคืนรายงวดแบบการันตี (Guaranteed Income)[1] สูงสุด 3% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงวันสิ้นปีกรมธรรม์ถัดจากวันที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 98 ปี • เงินปันผลรายงวด (Cash Dividend)[2] ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจากเงินคืนแบบการันตี และสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าทางการเงินในระยะยาว เพื่อช่วยรับมือกับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อนอกจากนี้ แบบประกันตัวนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไป ด้วยผลประโยชน์ครบกำหนดสัญญาสูงถึง 900% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมโอกาสได้รับ เงินปันผลเมื่อสัญญาสิ้นสุด (Terminal Dividend)[2] เปรียบเสมือนรางวัลแห่งการวางแผนทางการเงินระยะยาว ที่ช่วยสร้างมรดกทางการเงินและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่คนที่รักสามารถติดตามหนังโฆษณา ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ ได้ทางช่องทางออนไลน์ของเอไอเอ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok และสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์ https://youtu.be/hkjwM4VZp1A ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/life/aia-lifetime-income หรือสามารถติดต่อตัวแทนเอไอเอทั่วประเทศหมายเหตุ:[1] เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์[2] เงินปันผลไม่รับประกันผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองและผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์• ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
31/08/2026
เอไอเอ ประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการประกันชีวิตไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้า อันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award หรือรางวัลสำหรับบริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุดในโลก ในงาน 2026 MDRT Global Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย เป็นผู้แทนองค์กรขึ้นรับรางวัลบนเวที Main Platform ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเอไอเอ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นปีแรกที่มีการมอบ MDRT Company Awards บนเวที 2026 MDRT Global Conference และเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 3 บริษัทจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัลบนเวที Main Platform พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า อันดับ 1 ของโลก ในรางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่สามารถรักษาความสำเร็จในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้อย่างยาวนานคุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ เอไอเอ ประเทศไทย ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย รางวัลนี้สะท้อนถึงเส้นทางของตัวแทนของเรา ทั้งการเรียนรู้ การพัฒนา และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้พวกเราก้าวต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างสิ่งที่มีความหมายให้กับลูกค้าและสังคม และร่วมส่งมอบคุณค่าตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ยังคงครองตำแหน่ง บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในโลก เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 16,228 คน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตในระดับสากลสำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นในระดับโลก ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 3,498 คน ครอง อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 2 ของโลก พร้อมสร้างผลงานระดับนานาชาติในอีกหลายด้าน ได้แก่ • อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT สุภาพสตรีมากที่สุด • อันดับ 5 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Court of the Table (COT) มากที่สุด • อันดับ 10 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Top of the Table (TOT) มากที่สุด • อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่สามารถรักษาจำนวนผู้พิชิต MDRT จากปี 2025 ให้สามารถพิชิต MDRT ในปี 2026 ได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด • อันดับ 1 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุด หรือ The Highest Membership Longevity Overallความสำเร็จทั้งหมดดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการพัฒนาศักยภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สร้างที่ปรึกษาทางการเงินคุณภาพ และส่งมอบการดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพสูงสุดเอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนตัวแทนในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันความสำเร็จของกลุ่มบริษัทเอไอเอบนเวทีระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้คำปรึกษาและการดูแลลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นคง สุขภาพที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
26/08/2026
ครั้งแรกกับการนำความไม่เป็นธรรมมาสื่อสาร ผ่านงานศิลปะ 2 สไตล์ ที่ต่างกันสุดขั้ว เมื่อความไม่เป็นธรรมบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่อาจซ่อนอยู่ในค่าไฟห้องเช่าที่แพงเกินจริง สายสื่อสารห้อยระโยงระยางที่อันตรายต่อชีวิต ค่าเดินทางที่ต้องจ่ายเกือบครึ่งของค่าแรง หรือเงินเก็บที่หายไปเพราะเพจปลอมบนโลกออนไลน์ หลายเรื่องเกิดขึ้นแล้วผ่านไป ขณะที่เสียงร้องเรียนของผู้คนดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงียบหายไปเช่นกันจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้เรื่องราวเหล่านี้ยังคงมีคนมองเห็น และเสียงของคนที่ถูกเอาเปรียบยังมีคนได้ยิน จึงเกิดเป็น “SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน” นิทรรศการศิลปะที่นำเรื่องราวของผู้คนมาถ่ายทอดผ่านภาพวาด พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมใกล้ตัว และตระหนักว่า เมื่อเกิดปัญหา เราไม่จำเป็นต้อง “ยอมจำนน” อีกต่อไปหนึ่งในศิลปินผู้สร้างสรรค์นิทรรศการนี้ คือ จาริณี เมธีกุล โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ด้านสังคมและผู้ก่อตั้งสตูดิโอศิลปะ 21/3 STUDIO ตลอดเส้นทางการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภคและการผลิตรายการสัมภาษณ์ในแนว Hard Talk ทำให้จาริณีได้รับฟังเรื่องราวของผู้คนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบจากความหลงใหลในงานศิลปะ จาริณีจึงนำการวาดภาพมาเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวเหล่านั้น เธอเริ่มวาดภาพบุคคลไปพร้อมกับการสัมภาษณ์ รับฟังเรื่องราว และจดประโยคหรือความรู้สึกสำคัญลงบนภาพ เพื่อเก็บทั้ง “ใบหน้า” และ “เสียง” ของเจ้าของเรื่องไว้ วิธีการทำงานนี้นำไปสู่ผลงานภาพวาดที่ไม่ได้เป็นเพียงภาพบุคคล แต่เป็นภาพแทนเรื่องราว ประสบการณ์ และเสียงของผู้คนที่ต้องการสื่อให้สังคมได้รับรู้จาริณี เล่าว่า “ตอนทำรายการโทรทัศน์ เรารู้สึกว่าพอออนแอร์จบ เรื่องก็ผ่านไป แต่ความเดือดร้อนของคนไม่ได้จบตามรายการ เลยคิดว่าจะมีวิธีไหนที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้ยังอยู่ต่อ ส่วนตัวเป็นคนชอบวาดหน้าคนอยู่แล้ว พอได้ฟังเขาเล่า เราก็เริ่มวาดไปพร้อมกับการสัมภาษณ์ บางประโยคที่ได้ยินมันแรงมาก แต่มันก็จริงมาก จนรู้สึกว่าต้องรีบจดลงไปในภาพ เพราะไม่อยากให้ความรู้สึกตรงนั้นหายไป”สำหรับชื่อ “SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน” ได้รับแรงบันดาลใจจาก สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่มักพูดถึงการทำงานเพื่อปกป้องผู้บริโภคว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างอำนาจต่อรองให้กับประชาชน เพราะหากผู้บริโภคไม่มีอำนาจต่อรอง ก็ยากที่จะได้รับสิทธิหรือความปลอดภัยขั้นพื้นฐานนิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเปิดโอกาสให้นำประสบการณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคมาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ รวมถึงช่วยประสานกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในการจัดแสดงผลงานอีกหนึ่งความพิเศษของนิทรรศการนี้อยู่ที่การออกแบบพื้นที่จัดแสดง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ที่มีรูปแบบแตกต่างกันสุดขั้ว แต่กลับมาบรรจบกันในประเด็นเดียวกัน นั่นคือ การไม่ยอมจำนนต่อความไม่เป็นธรรมฝั่งหนึ่งคือ ขั้วสีดำ ที่นำเสนอผลงานสตอรี่บอร์ดที่วาดด้วยชาร์โคลจำนวน 45 ภาพ ผลงานของ บุญเชิด เข็มเงิน นักวาดสตอรี่บอร์ดมืออาชีพ ผู้ยังคงยึดมั่นในการวาดภาพด้วยมือ ถ่ายทอดปัญหาสังคมผ่านลายเส้นที่ดุดันและดิบ สะท้อนอีกด้านของเรื่องราวความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมขณะที่อีกฝั่งคือ ขั้วสีสัน กับผลงานของจาริณี ที่ใช้สีสันสดใสจัดจ้านในแบบฉบับของเธอ โดยนอกจากเรื่องราวของผู้บริโภคแล้ว จาริณียังขยายการวาดภาพไปยังกลุ่มนักขับเคลื่อนสังคมที่มีบทบาทในการตั้งคำถามและผลักดันการเปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็นผลงานภาพไม่เหมือน 150 ภาพ จากบุคคล 150 คนภาพแต่ละภาพจึงเป็นเสมือนบันทึกของบุคคลหนึ่งคน ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาและประเด็นทางสังคมหลากหลาย ทั้งเรื่องสิทธิผู้บริโภค ความเหลื่อมล้ำ การถูกเอาเปรียบ และเรื่องราวของผู้คนที่เลือกจะลุกขึ้นมาส่งเสียงให้กับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าควรได้รับการแก้ไขการวางผลงานศิลปะสองขั้วไว้ในพื้นที่เดียวกัน จึงเปรียบเสมือนการพาผู้ชมเดินผ่านด้านมืดของปัญหา ไปสู่พลังของการลุกขึ้น ต่อสู้ ส่งเสียง จากเรื่องราวที่ชวนตั้งคำถามและสะท้อนบาดแผลของสังคม สู่ใบหน้าหลากสีสันของผู้คนที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้เสียหาย แต่ต้องการให้เสียงของตัวเองได้รับการรับฟังจาริณี กล่าวว่า “SPEAK UP ไม่ใช่แค่การบ่นหรือโพสต์ระบายในโซเชียล แต่คือการรู้ว่าเรามีสิทธิ แล้วกล้าที่จะใช้สิทธินั้น ถ้าเกิดความไม่เป็นธรรมแล้วทุกคนเงียบ สุดท้ายก็จะกลายเป็นสิ่งที่สังคมคุ้นชินและยอมรับไปโดยไม่รู้ตัว เราไม่ได้หวังว่าคนเดินออกจากนิทรรศการนี้แล้วจะต้องไปเป็นนักต่อสู้ทุกคน แต่อยากให้กลับไปพร้อมความรู้สึกว่า ถ้าวันหนึ่งเรื่องเหล่านี้เกิดกับเขา เขาไม่จำเป็นต้องยอมจำนน และเสียงของคนธรรมดามีความหมาย โดยเฉพาะเมื่อเสียงเหล่านั้นมารวมกัน”นิทรรศการครั้งนี้ยังมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างจากงานแสดงศิลปะทั่วไป เพราะศิลปินทั้งสองตั้งใจไม่จำหน่ายผลงาน โดยบุญเชิดเลือกมอบผลงานทั้งหมดให้สภาองค์กรของผู้บริโภคนำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนงานเพื่อผู้บริโภค ขณะที่ผลงานของจาริณีจะมอบให้แก่บุคคลเจ้าของเรื่อง เพื่อแทนคำขอบคุณที่พวกเขาเปิดเผยประสบการณ์ตัวเอง เพื่อให้เสียงเหล่านั้นถูกส่งออกไปสู่สังคม“SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน” จึงเป็นมากกว่านิทรรศการศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนประสบการณ์ของคนธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ พร้อมทั้งชวนทุกคนให้หันมามองปัญหา ตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรม และทบทวนว่าเราจะเลือกเงียบ หรือจะ SPEAK UPผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการ 3 ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000082534
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
26/08/2026
ลืมบัตรประชาชน ขึ้นเครื่องได้ไหม? ลืมบัตรประชาชนที่บ้านแต่ตัวอยู่สนามบิน (บินในประเทศ) ทำไงดี? ใช้รูปถ่ายในมือถือได้ไหม?เคยไหมคะ? จัดกระเป๋ามาอย่างดี รีบตื่นแต่เช้ามาสนามบิน พอถึงเคาน์เตอร์เช็กอินหรือจุดตรวจค้น รื้อกระเป๋าดู... "หน้าซีดเผือด บัตรประชาชนหายไปไหน!" หรือ "ลืมหยิบมาจากบ้าน!"ใจร่มๆ ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งแพนิกจนยกเลิกทริป เพราะปัญหานี้มีทางออก! วันนี้เราสรุปมาให้แล้วว่า ลืมบัตรประชาชน ขึ้นเครื่องได้ไหม? ใช้อะไรแทนได้บ้าง อันไหน "รอด" อันไหน "ร่วง"ลืมบัตรประชาชน ขึ้นเครื่องได้ไหม?ได้ ขึ้นเครื่องได้แม้ลืมบัตรประชาชน แต่ห้ามใช้รูปถ่ายหรือแคปหน้าจอ สามารถใช้แอป ThaID ที่ลงทะเบียนแล้ว หรือเอกสารราชการตัวจริงที่มีรูป เช่น ใบขับขี่หรือพาสปอร์ตแทนได้ และถ้าไม่มีเลยให้ไปแจ้งตำรวจที่สนามบินเพื่อขอเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวครับไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี?ทางรอดที่ 1: แอปพลิเคชัน "ThaID" (บัตรประชาชนดิจิทัล)นี่คือฮีโร่ขี่ม้าขาวของยุคนี้! หากคุณเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ คุณรอดแล้วค่ะ! • วิธีใช้: เปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัล "ผ่านตัวแอปฯ สดๆ" ให้เจ้าหน้าที่ดู (ย้ำอีกครั้งว่า ห้ามแคปหน้าจอแล้วเปิดรูปให้ดู ต้องเปิดเข้าแอปฯ จริงๆ เท่านั้น) • ใช้ตอนไหน: ใช้ได้ทั้งตอนเช็กอินรับตั๋ว และตอนผ่านจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate ค่ะทางรอดที่ 2: เอกสารราชการ "ตัวจริง" อื่นๆถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้เหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น):1. ใบขับขี่: (ใบอนุญาตขับรถ) ทั้งแบบบัตรแข็งรุ่นใหม่/รุ่นเก่า หรือ ใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปกรมขนส่งฯ ก็ใช้ได้2. พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง): เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนได้เลย3. บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ4. บัตรประจำตัวคนพิการ5. หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณรเกร็ดความรู้: สำหรับการบินภายในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะ "หมดอายุ" (เช่น บัตรประชาชนหมดอายุ หรือใบขับขี่หมดอายุ) อนุโลมให้ใช้เดินทางได้ค่ะ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังดูออกว่าเป็นเราก็พอทางรอดสุดท้าย: "ไม่มีอะไรติดตัวเลย"ถ้ากระเป๋าตังค์หาย บัตรหาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ทางออกคือ: ให้รีบมองหา "สถานีตำรวจภูธรย่อย" หรือ "จุดบริการตำรวจ" ภายในสนามบินนั้นๆ ค่ะ1. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลืมบัตร/บัตรหาย ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง2. ตำรวจจะสอบถามข้อมูลและออก "ใบรับแจ้งความ" หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้3. นำเอกสารนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินและจุดตรวจค้นแทนบัตรประชาชนได้เลยรูปถ่ายบัตรประชาชนในมือถือ = "ใช้ไม่ได้"ขอตอบคำถามยอดฮิต หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในมือถือไง เปิดให้เจ้าหน้าที่ดูก็ได้" คำตอบคือ: ไม่ได้ค่ะ! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ "ภาพถ่าย" (Photo) ของบัตรประชาชน หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ใดๆ ในการยืนยันตัวตนขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากตรวจสอบความถูกต้องยากและเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้น เก็บรูปในแกลเลอรี่ไปได้เลยค่ะสรุปสั้นๆ ให้จำแม่น • รูปถ่ายในเครื่อง: ไม่ได้ • แอป ThaID / ใบขับขี่ดิจิทัล: ได้ (ต้องเปิดแอปโชว์) • ใบขับขี่ / พาสปอร์ต ตัวจริง: ได้ • ไม่มีสักอย่าง: วิ่งไปหาตำรวจสนามบินรู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมท่องคาถา "กระเป๋าตังค์ มือถือ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางอย่างราบรื่น ไม่ต้องลุ้นจนเหนื่อยนะคะ!แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ anookhttps://www.sanook.com/travel/1453610/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
26/08/2026
กรุงเทพฯ 26 สิงหาคม 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำธุรกิจกันประกันชีวิตและสุขภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมด้านสุขภาพและความมั่นคงทางการเงินให้แก่คนไทย ด้วยการเปิดตัว “AIA Health CI Hero” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เจอโรคร้าย เหมาจ่ายค่ารักษา” สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยประกันสุขภาพตัวนี้จะเริ่มให้ความคุ้มครองหลังจากที่มีการตรวจเจอโรคร้ายแรง และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสำหรับทุกการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นหลังจากตรวจเจอโรคร้ายแรง พร้อมอุ่นใจได้กับความคุ้มครองสูงสุดถึง 12 ล้านบาท ต่อรอบปีกรมธรรม์ จุดเด่นของแบบประกันนี้คือค่าเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้ เหมาะกับคนที่มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากบริษัทหรือสิทธิข้าราชการที่ครอบคลุมค่ารักษาโรคเจ็บป่วยเล็กน้อยอยู่แล้ว รับประกันตั้งแต่อายุ 15 วัน ถึง 65 ปี เพิ่มเติมด้วยสิทธิประโยชน์เมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่คาดคิดในอนาคต ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยอย่างยั่งยืนคุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยโรค NCDs ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติของกรมควบคุมโรคในปี 2568 พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากกลุ่มโรคนี้กว่า 400,000 รายต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมด โรคที่พบบ่อยได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง โดยมีแนวโน้มขยายตัวไปยังกลุ่มคนอายุน้อยและวัยทำงานมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการเคลมของเอไอเอ ที่ผู้เอาประกันเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงมากขึ้น อีกทั้งยังมีอายุที่น้อยลง ในขณะที่อัตราส่วนคนไทยที่มีความคุ้มครองโรคร้ายแรงยังเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก หรือบางส่วนที่มีประกันโรคร้ายแรงแล้ว แต่ยังมีวงเงินความคุ้มครองที่ไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทุกปี “จากสถิติดังกล่าว เอไอเอ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้คนไทยตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการมีประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย หรือควรจะเริ่มมีตั้งแต่อายุ 30 ปี และต้องมีความคุ้มครองที่เพียงพอกับการรักษา เพราะจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคร้ายแรงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เอไอเอ จึงพัฒนาสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ AIA Health CI Hero เพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ด้วยความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง และคุ้มครองสูงสุดถึง 12 ล้านบาท ต่อรอบปีกรมธรรม์ เพื่อเป็นการเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้เอาประกันภัยในยามที่ต้องการการดูแลมากที่สุด”AIA Health CI Hero เป็นสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่มอบผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจาก 2 กรณีสำคัญ ได้แก่ • การดูแลรักษาพยาบาลจาก 62 โรคร้ายแรง* พร้อมปลดล็อคความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายจากโรคอื่น ๆ เมื่อตรวจเจอโรคร้ายแรง เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยและยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นโรคร้ายแรงครั้งแรก ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคดังกล่าวทันที รวมถึงการรักษาที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นยังได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับการรักษาทุกโรค จนครบสัญญา • การดูแลจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทั่วไปเมื่ออายุครบ 81 ปี สำหรับผู้เอาประกันที่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ความคุ้มครองจะขยายไปสู่การดูแลค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทั่วไปเมื่ออายุครบ 81 ปี ช่วยให้ได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องในช่วงวัยสูงอายุ ซึ่งสอดรับกับสังคมสูงวัยของประเทศไทย“AIA Health CI Hero เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้วบางส่วนแต่อาจจะยังไม่พอสำหรับโรคร้ายแรงที่มีค่ารักษาพยาบาลสูง รวมถึงผู้ที่มีประกันสังคมหรือประกันภาคสวัสดิการอื่น ๆ เพราะ AIA Health CI Hero จะช่วยเปิดโอกาสในการเลือกรับการรักษาในช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด สะท้อนแนวคิดของเอไอเอในการช่วยให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการนำเสนอความคุ้มครองในรูปแบบ Health Ecosystem ที่ครบวงจรและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงวัย เราเชื่อว่าการมีหลักประกันด้านสุขภาพที่เหมาะสม จะช่วยให้ลูกค้าและครอบครัวสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น” คุณชลิดา กล่าวเสริมผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาเพิ่มเติม AIA Health CI Hero ได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/health/aia-health-ci-hero และสามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอทั่วประเทศ หรือ AIA Call Center 1581หมายเหตุ:*โรคร้ายแรงตามนิยามที่ระบุในสัญญาเพิ่มเติม เงื่อนไขเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์• ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครอง ของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์• ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในบางรายการตามที่ระบุในกรมธรรม์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
สุขภาพ
20/08/2026
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวช “ลีโอ พุฒ” เปิดเผยถึงอาการป่วยของ เร แมคโดแนลด์ หลังพบเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น จนทำให้หัวใจขาดเลือด โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้สังเกตเห็นว่าเพื่อนมีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน แต่คิดว่าอาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และเคยเตือนให้ไปตรวจสุขภาลีโอ พุฒกล่าวว่า หัวใจวาย เรย์เองเขาก็คงมีสัญญาณ ถ้าคิดเองจากตัวผม ผมก็มีสัญญาณ มันจะแน่นลิ้นปี่ เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง อาการแบบนี้ หลายๆ คนพอเป็นก็สับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน สำหรับเคสนี้ก็ฝากเตือนว่า ใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ เรย์เป็นคนไม่บ่น แต่ผมเห็นว่าเขาเหนื่อย สมมุติว่าไปทำกิจกรรมเดียวกัน เรย์จะดูเหนื่อยสุด ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไร เพราะรู้ว่าเรย์เป็นคนมีความคิดวิ่งอยู่ในหัวตลอด อาจจะนอนไม่ดี พักผ่อนไม่เพียงพอถามว่าเคยบอกเรย์ให้ไปตรวจสุขภาพไหม ลีโอ พุฒกล่าวว่า เคยบอก เพราะผมไปตรวจมาก็เล่า และบอกว่าว่างก็ไปดูบ้าง แต่เขาก็ค่อนข้างดื้อ ไม่ชอบหมอส่วนประเด็นเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ ลีโอ พุฒยืนยันว่า “เรย์” ไม่ได้ดื่มมานานเกือบ 30 ปี และมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ต้องปกปิด หากดื่มก็พร้อมจะบอกตามความจริงสำหรับกำลังใจหลังเกิดเหตุ ลีโอ พุฒบอกว่า ความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนสนิทตอนนี้เปรียบเสมือนครอบครัวไปแล้ว ทุกคนพร้อมสนับสนุนและอยู่เคียงข้างกัน พร้อมยอมรับว่าเคยพูดเล่นกันถึงวันที่ใครคนหนึ่งจากไปว่าจะต้องเดินหน้าต่อ แต่เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว และหากอนาคตจะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร ก็คงต้องให้เกียรติและคำนึงถึงความรู้สึกของครอบครัวเป็นสำคัญลีโอ พุฒยังเล่าถึงคำอธิบายจากแพทย์ว่า ภาวะหัวใจขาดเลือดรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติและเสียชีวิตได้ โดยในบางกรณีผู้ป่วยอาจไม่ได้มีความทรมานหรือเจ็บปวดอย่างที่หลายคนเข้าใจ จึงยิ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ และควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอขณะที่ ชาคริต แย้มนาม กล่าวว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉยๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรย์เป็นคนทำงานเต็มที่ พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ๆ ดี เรย์เป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุกๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุขชาคริตระบุว่า เรย์หลับไปเลยไม่ได้มีภาวะอะไร ก่อนที่ชาคริตจะนิ่งไปสักพักและไม่ได้พูดอะไรต่อ ส่วนวันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 สิงหาคมนี้ โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัวทางด้าน นางสริญญา ภรรยาของเรย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริงๆ แล้วเรย์ได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนต์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรย์แกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรย์เป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรย์ทำไว้มากมายและขอบคุณมากๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อนๆ มองว่าต้องมีเรย์ อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไปแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับมติชนออนไลน์https://www.matichon.co.th/local/news_5854569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การวางแผนทางการเงิน
20/08/2026
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงินผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในยุคที่ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินที่เข้มงวด และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากเทคโนโลยี นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งดูเหมือนเป็นแนวทางที่รอบคอบ แต่ในบางกรณีอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดมีคำกล่าวว่า “เรือที่ปลอดภัยที่สุด คือเรือที่จอดเทียบท่าอยู่” แม้จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่เรือที่ไม่ออกเดินทางย่อมไม่มีวันถึงจุดหมาย เช่นเดียวกับการลงทุน เงินที่ไม่ได้ถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสมอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัวความเสี่ยงและความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่า “ความเสี่ยง” หมายถึง “การขาดทุน” แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงในการลงทุนมักเกี่ยวข้องกับ “ความผันผวน” หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในระยะสั้นนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้มักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถรับความผันผวนได้มักตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดทุนจริงอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเสมอไป เพราะความเสี่ยงมีทั้งส่วนที่เกิดจากปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ระดับโลก และความเสี่ยงที่นักลงทุนเข้าใจและยอมรับไว้ล่วงหน้า การลงทุนที่ดีจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการเลือกความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเองสองปัจจัยสำคัญในการประเมินความพร้อมของนักลงทุนการเลือกระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งความสามารถทางการเงินและความพร้อมทางจิตใจประการแรกคือ Capability หรือความสามารถในการรับความเสี่ยงทางการเงิน นักลงทุนควรมี “เงินเย็น” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ไม่ควรนำเงินค่าใช้จ่ายประจำ เงินฉุกเฉิน หรือเงินที่มีภาระผูกพันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดดันและนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดประการที่สองคือ Willingness หรือความพร้อมทางจิตใจ แม้จะมีเงินทุนเพียงพอ แต่หากไม่สามารถรับการลดลงของมูลค่าพอร์ตได้ ก็อาจไม่เหมาะกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง การลงทุนที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งความพร้อมทางการเงินและความสามารถในการควบคุมอารมณ์ควบคู่กันปัจจัยที่นักลงทุนมักมองข้ามความสำเร็จในการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวินัยและการควบคุมอารมณ์ด้วย เพราะตลาดทุนมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความรู้สึกของนักลงทุนในช่วงตลาดขาขึ้น นักลงทุนมักเกิดความมั่นใจและเข้าลงทุนมากขึ้น ก่อนที่ตลาดจะปรับฐาน ขณะที่ช่วงตลาดขาลงความกังวลมักเพิ่มขึ้นจนหลายคนตัดสินใจขาย ทั้งที่ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว วัฏจักรเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำในตลาดทุนทั่วโลกข้อผิดพลาดที่พบมากคือการเปลี่ยนแผนกลางคัน นักลงทุนระยะสั้นอาจเปลี่ยนเป็นถือยาวเมื่อราคาลดลง ขณะที่นักลงทุนระยะยาวอาจรีบขายเมื่อราคาปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และรักษาวินัยในการลงทุนกรอบการวางแผนก่อนเริ่มลงทุนการลงทุนเปรียบเสมือนการเดินเรือที่ต้องมีแผนที่และการเตรียมพร้อม นักลงทุนควรวางรากฐานใน 4 ด้านสำคัญ1. การกำหนดเป้าหมาย ต้องรู้ว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น เกษียณ ซื้อบ้าน หรือสร้างรายได้เสริม เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกันส่งผลต่อระยะเวลาและระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม2. การจัดสรรเงินทุน ควรแยกเงินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินสำรองฉุกเฉิน เงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ และเงินเย็นสำหรับลงทุน เพื่อป้องกันการนำเงินผิดวัตถุประสงค์ไปลงทุน3. การสร้างความรู้ นักลงทุนควรเข้าใจทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) สำหรับการลงทุนระยะยาว และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับการตัดสินใจระยะสั้น เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมาย4. การเตรียมสภาพจิตใจ นักลงทุนควรกำหนดระดับความเสี่ยงที่รับได้ล่วงหน้า และถามตัวเองว่า หากพอร์ตลดลง 20% ในช่วงเวลาสั้น ๆ จะยังสามารถยึดตามแผนเดิมได้หรือไม่ หากไม่ได้อาจเป็นสัญญาณว่าระดับความเสี่ยงสูงเกินไปบทสรุปท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ การไม่ตัดสินใจลงทุนอาจมีต้นทุนเช่นกัน เพราะเงินที่ไม่เติบโตอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลง ขณะที่โอกาสการลงทุนก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่รอหลักการที่ควรจดจำมีอยู่เพียงไม่กี่ข้อ รู้จักตนเองให้ชัดเจนทั้งด้านการเงินและจิตใจ วางแผนก่อนลงมือเสมอ เลือกเครื่องมือการลงทุนให้ตรงกับเป้าหมาย และรักษาวินัยต่อแผนที่วางไว้แม้ตลาดจะสั่นคลอน เรือที่ออกจากฝั่งโดยมีแผนที่ดีและนักเดินเรือที่มีวินัย ย่อมมีโอกาสถึงจุดหมายมากกว่าเรือที่จอดนิ่งอยู่กับที่เสมอแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/columns/news-2046686
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
20/08/2026
มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10; กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 13; มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และ เงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10ฮ่องกง, 20 สิงหาคม 2569 - กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยอัตราการเติบโตคำนวณบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น):ผลประกอบการของธุรกิจใหม่และการประเมินมูลค่าของธุรกิจ• มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 3,212 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยรวม และเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยไม่รวมประเทศไทย(1)• อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (Operating ROEV) แบบรายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 18.0 จากเดิมร้อยละ 15.8 ในปี 2568• ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 83.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงรายงานทางการเงิน (IFRS)• กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 4,163 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ต่อหุ้น• เอไอเอ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569(2) สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11• อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) รายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้อยละ 17.5 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 15.5 ในปี 2568การบริหารเงินทุนและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น• มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,935 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น• เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (net FSG) อยู่ที่ 2,758 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น• คืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน• เงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้นนายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า "เอไอเอยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีการเติบโตด้วยเลขสองหลัก (Double-digit Growth) ทุกมาตรชี้วัดทางการเงินหลักของเรา พร้อมทั้งเดินหน้าส่งมอบผลตอบแทนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่องมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่า 3,212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายและทุกกลุ่มธุรกิจที่รายงานผล ยกเว้นประเทศไทย กลุ่มบริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ได้ถึงร้อยละ 17 นับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2566(3) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอันแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของลูกค้าที่มีต่อคำแนะนำจากตัวแทนและที่ปรึกษามืออาชีพของเอไอเอ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า”“หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายที่โดดเด่นและเป็นผู้นำของเอไอเอ คือช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ซึ่งเราครองความเป็นผู้นำในตลาด ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เอไอเอได้รับการจัดอันดับให้เป็น บริษัทข้ามชาติอันดับหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิก Million Dollar Round Table (MDRT) มากที่สุดในโลกอีกครั้ง เราครองตำแหน่งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุด และยังมีจำนวนสมาชิก MDRT มากกว่าบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในอันดับถัดไปมากกว่า 2 เท่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเรา สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 11 โดยไม่รวมประเทศไทย(1) เครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของเราช่วยขยายการเข้าถึงตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 18 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างมากทั้งในช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงนายหน้าของเอไอเอ (Broker)”“การเติบโตของธุรกิจใหม่และการบริหารพอร์ตที่มีอยู่ด้วยความรอบคอบและมีวินัย ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยกำไรหลังหักภาษีจากการดำเนินงาน (OPAT) ต่อหุ้นเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 13 ทำให้เรามีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้สูงกว่าเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 9-11 ที่ตั้งไว้สำหรับช่วงปี 2566-2569(2) ในขณะเดียวกัน มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) ซึ่งถือเป็นมาตรวัดหลักของกลุ่มบริษัทในการวัดความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น และหลังจากหักเงินลงทุนสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่แล้ว เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (Net FSG) ยังเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 ต่อหุ้น สะท้อนถึงคุณภาพของธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนของเรา ด้วยพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการเพิ่มเงินปันผลระหว่างกาลร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ทางการเงินของเรากำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้”“เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพ โดยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคยังคงสนับสนุนความต้องการคำแนะนำด้านการเงินจากผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นของเอไอเอในระยะยาว ผมมั่นใจว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง จะช่วยให้เอไอเอสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนของเราต่อไป”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
16/08/2024
30/04/2024
25/04/2024
29/04/2024
30/04/2024