Everyday knowledge for you
ประกันชีวิต
11/09/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก มอบสินไหมทดแทนมรณกรรม จำนวน 100,000 บาท ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ของนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ (กลางและที่ 2 จากขวา) พนักงานราชการทั่วไป เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ปฏิบัติหน้าที่ลาดตะเวนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เสียชีวิตจากเหตุถูกสัตว์ป่าทำร้ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ผ่านมาท่านได้ปฏิบัติภารกิจอย่างทุ่มเทและเสี่ยงภัยสูง แต่ด้วยความมุมานะท่านได้ทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องมาจวบจนวาระสุดท้ายโดยมี นายครรชิต ศรีนพวรรณ (ซ้ายสุด) กรรมการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และนายสันต์ภพ อัศวปภาพงศ์ (ขวาสุด) ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นสักขีพยาน ซึ่งการมอบสินไหมในครั้งนี้ เป็นความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุมทั้งสิ้น 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง 2) กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ และ 3) กลุ่มป่าแก่งกระจาน (“พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ”) เพื่อมอบความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการร่วมดูแลและสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลผืนป่าและระบบนิเวศของประเทศไทย ผ่านโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างหลักประกันและความอุ่นใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Healthier, Longer, Better Lives เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงที่ดีขึ้นให้กับคนไทยและสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้ครอบครัววิชาจารย์ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 จ.อุทัยธานี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
08/09/2026
ทุกวันนี้แค่คิดจะซื้อทองสักบาทก็ต้องคิดหนัก เพราะราคาทองขึ้นมาอยู่ในระดับที่ไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ สำหรับใครหลายคน กว่าจะเก็บเงินได้พอซื้อทอง ราคาก็อาจขยับขึ้นไปอีกในจีนคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาซื้อ ‘Gold Beans’ หรือเม็ดทองคำเล็กๆ หนักประมาณ 1 กรัม เก็บสะสมทีละเม็ด บางคนซื้อใส่ขวดโหลไว้เหมือนเป็นกระปุกออมสิน ขณะที่อีกหลายประเทศก็เริ่มเห็นคนอายุน้อยหันมาซื้อทองผ่านแอป ด้วยเงินเริ่มต้นไม่กี่ร้อยถึงหลักพันบาททองคำจึงกำลังขยับจากสินทรัพย์ที่หลายคนมองว่า ต้องมีเงินก่อนถึงซื้อได้ มาเป็นของที่คนรุ่นใหม่สามารถค่อยๆ เก็บได้เหมือนการออมเงิน‘ฐิภา นววัฒนทรัพย์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เล่าว่า พฤติกรรมการซื้อทองของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องรอมีเงินก้อน ซื้อแล้วเก็บยาว วันนี้คนรุ่นใหม่เริ่มซื้อเร็วขึ้น ใช้เงินต่อครั้งน้อยลง และมองทองเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการจัดการเงินของตัวเอง[ เม็ดทองจิ๋วที่ทำให้ Gen Z จีนแห่ซื้อ ]หนึ่งในเทรนด์ที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ ‘Gold Beans’ หรือเม็ดทองคำขนาดเล็ก หนักประมาณ 1 กรัม ราคาประมาณ 600 หยวน หรือราว 83 ดอลลาร์สหรัฐต่อเม็ดถ้าเทียบให้เห็นภาพแบบคนไทย ทอง 1 กรัมมีน้ำหนักประมาณ 1 ใน 4 ของทอง 1 สลึง และประมาณ 1 ใน 15 ของทอง 1 บาท ทำให้การซื้อทองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่เหมือนเมื่อก่อน แต่สามารถค่อยๆ ซื้อทีละเม็ด แล้วสะสมเพิ่มไปเรื่อยๆความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ขนาดเล็ก แต่คือวิธีขายที่ทำให้ทองดูเข้าถึงง่ายขึ้น จากของที่เคยรู้สึกว่า “ต้องซื้อจริงจัง” กลายเป็นของที่สามารถค่อยๆ ซื้อสะสมทีละเม็ดได้ บางร้านบรรจุมาในขวดโหลแก้วเล็กๆ ทำให้ดูคล้ายของสะสมมากกว่าสินทรัพย์แบบเดิมกระแสนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คนจีนรุ่นใหม่รู้สึกไม่มั่นใจกับการลงทุนแบบเดิม ทั้งตลาดหุ้นที่ซบเซา ดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญแรงกดดัน ทองคำจึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่พวกเขารู้สึกคุ้นเคยและจับต้องได้ความนิยมไม่ได้อยู่แค่ในร้านทอง เพราะธนาคารรายใหญ่ของจีนก็เริ่มออกผลิตภัณฑ์ ‘เม็ดทอง’ ของตัวเองมาขายด้วย สะท้อนว่าการซื้อทองชิ้นเล็กกำลังกลายเป็นพฤติกรรมการออมอีกรูปแบบหนึ่ง[ ไม่ใช่แค่จีน คนรุ่นใหม่ทั่วโลกก็ซื้อทองมากขึ้น ]เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีน แต่คนอายุน้อยในหลายประเทศก็เริ่มสนใจทองคำมากขึ้นข้อมูลจาก BullionVault ที่ IFA Magazine นำเสนอพบว่า ในปี 2026 นักลงทุนทองคำอายุ 16-27 ปี คิดเป็น 15.4% ของผู้ใช้งานใหม่ทั่วโลก เพิ่มจาก 12.6% ในปีก่อน และเพิ่มขึ้นจาก 8.9% เมื่อ 20 ปีก่อนพูดง่ายๆ คือ คนที่เพิ่งเริ่มซื้อทองกำลังอายุน้อยลงเรื่อยๆ อย่างอินเดียก็เป็นอีกตลาดที่เห็นภาพชัด จากผลสำรวจผู้บริโภคอายุ 18-39 ปี กว่า 5,000 คน พบว่า หากมีเงิน 25,000 รูปี มีถึง 61.9% ที่เลือกซื้อทองคำ ขณะที่กองทุนรวมอยู่ที่ 16.6% เงินฝากประจำ 13% หุ้น 6.6% และคริปโต 1.9%ส่วนสิงคโปร์ คนอายุ 18-35 ปี กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ซื้อทองเพิ่มขึ้นเร็ว ผ่านทั้งแอปทองดิจิทัลและทองแท่งขนาดเล็ก[ บางคนซื้อทีละนิด บางคนซื้อเก็งกำไร ]เมื่อทองเข้าถึงง่ายขึ้น วิธีซื้อของคนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้มีแบบเดียว โดย YLG มองว่าหลักๆ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกคือ สายตามตลาด คนกลุ่มนี้ติดตามราคาทอง ข่าวเศรษฐกิจ และค่าเงินอยู่ตลอด ถ้าราคาขึ้นหรือลงก็พร้อมปรับพอร์ตตามจังหวะตลาดส่วนอีกกลุ่มคือ สายสะสม ไม่ได้อยากนั่งเฝ้าราคาทุกวัน แต่เลือกทยอยซื้อทองจำนวนเล็กๆ เป็นประจำ เช่น ซื้อทุกเดือนแบบ DCA เพื่อค่อยๆ สะสม โดยไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อถูกหรือแพงในแต่ละครั้งแต่ไม่ว่าจะเป็นสายไหน สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการเหมือนกันคือ ต้องง่ายและทำผ่านมือถือได้ไม่อยากเดินเข้าร้าน ไม่อยากใช้เงินก้อนใหญ่ และไม่อยากเจอกระบวนการซื้อขายที่ยุ่งยากข้อมูลจาก YLG พบว่า ลูกค้าที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลเกือบ 7 ใน 10 คน หรือประมาณ 68% มีอายุไม่เกิน 40 ปี สะท้อนว่าช่องทางออนไลน์กำลังกลายเป็นประตูสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงทองคำได้ง่ายขึ้น[ วิธีที่คนใช้มองทองคำเปลี่ยนไป ]สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่แค่ ‘ขนาดของทอง’ แต่คือวิธีที่คนมองทองคำ จากเดิมที่ทองอาจเป็นของที่ต้องรอให้มีเงินก้อนก่อนถึงจะซื้อได้ วันนี้คนสามารถเริ่มจากเงินหลักร้อยหรือหลักพัน แล้วค่อยๆ สะสมเพิ่มไปเรื่อยๆYLG มองว่า คนรุ่นใหม่เริ่มลงทุนเร็วขึ้น ใช้เงินต่อครั้งน้อยลง และคุ้นเคยกับการทำทุกอย่างผ่านมือถือ ทองคำจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมแบบนี้ด้วยท้ายที่สุดแล้ว ‘Gold Beans’ อาจไม่ได้เป็นแค่เทรนด์น่ารักๆ จากจีน แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของทองคำ เพราะในวันที่ราคาทองคำสูงขึ้น การซื้อทองก็เป็นเรื่องยากขึ้น แต่ในเมื่อมีวิธีให้เราซื้อทองได้ในราคาเบาลง ทยอยเก็บสะสมไปได้เรื่อยๆ ทองคำก็เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันได้เหมือนกันแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ workpointtodayhttps://www.workpointtoday.com/ylg-gold-beans-811341-2
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
08/09/2026
• อุเทน พัฒนานิผล เจ้าของธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง (OEM) กว่า 20 ปี ได้ผันตัวมาเป็นนักสะสมงานศิลปะแถวหน้าของไทย • มีผลงานศิลปะในครอบครองกว่า 2,000 ชิ้น โดยเน้นสะสมจากความชอบส่วนตัว (Passion) และสนับสนุนศิลปินร่วมสมัยทั้งไทยและต่างชาติที่ยังมีชีวิตอยู่ • กำลังสร้างอาร์ตแกลเลอรีส่วนตัวขนาดใหญ่เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะในอนาคต และได้นำผลงานในคอลเลคชันมาจัดแสดงในนิทรรศการ "Visual Dialogue" ร่วมกับ พิริยะ วัชจิตพันธ์ นักสะสมและนักวิจารณ์งานศิลปะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ผู้ปิดทองหลังพระมานานกว่า 20 ปี หันมาสนใจศิลปะและกลายมาเป็นหนึ่งในนักสะสมงานศิลป์แถวหน้า มีผลงานในครอบครองซึ่งหาชมได้ยากกว่า 2,000 ชิ้นจากนักธุรกิจผู้ทำหน้าที่สร้างความงามบนใบหน้า อุเทน พัฒนานิผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) June Laboratories Co Ltd กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการสร้างความจรรโลงใจผ่านดวงตา เขาเชื่อว่า “ตาของเราต้องการอาร์ตดีๆ ไว้เสพ” ไม่ต่างจากหูชอบฟังเพลงไพเราะ หรือจมูกที่ชอบกลิ่นน้ำหอม“ยิ่งมีงานศิลปะให้ดูมากๆ ผมคิดว่าช่วยจรรโลงใจได้เยอะ เราชอบกินอาหารอร่อย หูเราก็ชอบฟังเพลงเพราะๆ จมูกเราก็ชอบกลิ่นน้ำหอมหอมๆ ตาเราก็ต้องการอาร์ตดีๆ ไว้เสพในบางครั้งเหมือนกัน” อุเทนตอบคำถามที่ว่าเหตุใดจึงเริ่มต้นให้ความสนใจงานศิลปะเมื่อเร็วๆ นี้ อุเทน พัฒนานิผล นำผลงานศิลปะในคอลเลคชันส่วนตัวออกมาจัดแสดงร่วมกับผลงานศิลปะชิ้นเอกในครอบครองของ พิริยะ วัชจิตพันธ์ นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะคนสำคัญของเมืองไทย ภายใต้นิทรรศการศิลปะที่พวกเขาร่วมกันตั้งชื่อว่า Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ ในโครงการท่าช้างวังหลวง ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวังอุเทน พัฒนานิผล และ พิริยะ วัชจิตพันธ์ • จุดเริ่มจากบ้านหลังใหม่ และวิกฤตโควิดเปลี่ยนชีวิตอุเทน พัฒนานิผล เริ่มต้นธุรกิจ OEM รับจ้างผลิตเครื่องสำอางมาตั้งแต่ปี 2003 กิจการเติบโตเป็นฐานผลิตสำคัญของแบรนด์ไทยและต่างชาติ แต่จุดเปลี่ยนสู่โลกศิลปะกลับเกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายในช่วงต้นของวิกฤตโควิด-19 ขณะที่เขากำลังสร้างบ้านใหม่และต้องการงานศิลปะมาประดับบ้านอุเทนเล่าว่าเขาเริ่มจากการซื้อของเก่าจากตลาดนัดยุโรปวันอาทิตย์ (Flea Market) จนกระทั่งเพื่อนแนะนำให้ลองสะสมงานของศิลปินไทยกลุ่มที่ไปเขียนภาพที่วัดพุทธปทีป ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษจากจุดนั้นเองที่เริ่ม “กว้านซื้อ” อย่างหนัก จนกลายเป็นบทเรียนแรกที่ทำให้เขาหันมาศึกษาศิลปะอย่างจริงจังและปรับกลยุทธ์การสะสมใหม่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การสะสมก้าวกระโดดสู่ระดับสากล คือการเดินทางไปงาน Art Basel Hong Kong ในปี 2022 การได้เห็นงานศิลปะระดับโลกทำให้เขาเริ่มสะสมงานของศิลปินต่างชาติเข้ามาในคอลเลคชัน โดยยึดหลักการสนับสนุน Living Artist หรือศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่อุเทนกับ Red Paper Bride, 2023/2566 ผลงานของ เจิง ฉวงซิงInner Light, 2025/2568 ผลงานของ Benzilla (ปริญญา ศิริสินสุข) สร้างขึ้นเพื่อเตือนใจให้รักษาประกายไฟและซื่อสัตย์ต่อตนเองอุเทนให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้มองศิลปะเป็น การลงทุน (Investment) เป็นหลัก แต่เน้นที่ ความชอบส่วนตัว (Passion)“จุดประสงค์ที่เราเก็บสะสมภาพเป็นเพราะ passion, ไม่เหมือนบางท่านที่มองเป็น investment ซึ่งไม่มีอะไรผิดอะไรถูก แต่จากประสบการณ์ของผม ใครอยากลงทุนกับงานศิลปะ ผมแนะนำให้เลือกจากงานที่เราต้องรู้สึกชอบส่วนตัวด้วย ไม่ใช่ฟังคนอื่นบอกให้ซื้องานของศิลปินคนนั้นคนนี้สิเป็นศิลปินดัง สุดท้ายถ้าราคางานไปไม่ถึงขั้นนั้น เขาจะเศร้าที่ต้องมานั่งทนดูรูปนั้น งานศิลปะควรเป็นอะไรที่อิ่มเอมใจ สบายใจ ไม่ว่าคุณจะสะสมด้วย passion หรือ investment คุณต้องชอบก่อน”อุเทนยังมักซื้องานศิลปะผ่านแกลเลอรีเพื่อสนับสนุน ระบบนิเวศศิลปะให้ครบวงจร และมีความสุขที่ได้เห็นพัฒนาการและการเติบโตของศิลปินตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาจนก้าวสู่ศิลปินอาชีพ“ผมมองว่าในระบบนิเวศของศิลปะ มีนักสะสม แกลลอรี ศิลปิน คิวเรเตอร์(ภัณฑารักษ์) ถ้าเป็นไปได้ผมจะสนับสนุนซื้องานผ่านแกลลอรีทุกครั้ง เพราะแกลลอรีมีหน้าที่นำเสนอศิลปินที่ดี เคี่ยวเข็ญพัฒนาให้เขาเติบโตต่อไปในระดับโลกได้ใช่ไหมครับ แต่ขณะเดียวกันศิลปินบางท่านยังไม่มีแกลลอรีสนับสนุน เราก็อาจต้องคุยกับเขาส่วนตัวตั้งแต่เก็บมาแรกๆ จนถึงวันนี้ ก็น่าจะมีคร่าวๆ สัก 2,000 กว่าชิ้น ไม่ใช่งานมาสเตอร์พีซทุกชิ้นนะครับ จะมีผลงานที่เราเข้าไปสนับสนุนเด็กช่วงโควิดล็อคดาวน์ เด็กบางคนเรียนด้วยทำงานด้วย พอทำงานไม่ได้ เราก็สนับสนุนค่าเทอม-ค่าความเป็นอยู่ของเขา ผ่านมาสี่-ห้าปีบางคนก็กลายเป็นศิลปินจริงๆ มันก็เป็นความสุขทางใจกับเราเหมือนกัน บางคนยังนึกถึงเราก็มีครับ” อุเทนกล่าวBabel, 2023/2566 เกิดจาการวาดรูปบ้านขนาดเล็กจำนวนมากมาจัดเรียงต่อกันจนเกิดเป็นรูปทรงมนุษย์ ผลงานของ Hyeong-Gil Choi ศิลปินร่วมสมัยชาวเกาหลีใต้ปัจจุบัน อุเทนกำลังสร้างอาร์ตแกลเลอรีส่วนตัว (Private Gallery) ขนาดใหญ่กว่า 2,000 ตารางเมตร บนถนนเทอดไทย เขตธนบุรี อาคาร 3 ชั้นแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดให้เหมือนแกลลอรีต่างประเทศ ใช้ระบบไฟส่องสว่างที่แตกต่างกันในแต่ละชั้น (ไฟขาวและไฟส้ม) เพื่อดึงศักยภาพของงานศิลปะแต่ละประเภทออกมาเป้าหมายของแกลลอรีแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่เก็บของสะสม แต่อุเทนต้องการให้เป็นพื้นที่สาธารณะในอนาคต ให้ศิลปินไทยได้มีโอกาสมาดูงานศิลปินต่างชาติระดับโลกด้วยตาตนเอง เพื่อศึกษาเทคนิคและมุมมองโดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ • บทสนทนาที่ไม่มีพรมแดนนิทรรศการ Visual Dialogue สนทนา ปรากฏ คือการเปิดพื้นที่ให้ผลงานศิลปะต่างพรมแดน ต่างยุคสมัย ต่างวัฒนธรรม ได้ร่วมสร้างบทสนทนาผ่านจินตนาการของผู้เข้าชมจุดเริ่มต้นของนิทรรศการนี้เกิดขึ้นจากมิตรภาพระหว่าง 2 นักสะสมที่พบกันโดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปชมงาน Art Basel ที่เกาะฮ่องกง แม้หลงใหลศิลปะเหมือนกัน แต่มีแนวทางสะสมงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงพิริยะ วัชจิตพันธ์ มุ่งสะสมผลงานที่สะท้อนประวัติศาสตร์ศิลปะไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน ขณะที่ อุเทน พัฒนานิผล ให้ความสำคัญกับศิลปะร่วมสมัยทั้งศิลปินไทยรุ่นใหม่และศิลปินต่างประเทศระดับแถวหน้าของโลก“ปกติเราสองคนสนทนากันด้วยคำพูดอยู่แล้ว ครั้งนี้เราอยากลองเปลี่ยนมาสนทนากันด้วยงานศิลปะดูบ้าง” พิริยะ กล่าวถึงที่มาของจัดนิทรรศการ Visual Dialogueการเผชิญหน้าระหว่าวภาพวาดของถวัลย์ ดัชนี - อันเดร บุทเชอร์นิทรรศการนี้ ผลงานของศิลปินไทยระดับครูไปจนถึงศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่ได้รับการนำมาจัดแสดงร่วมกับผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินนานาชาติ อาทิ ภาพวาด Untitled, 2024/2567 สีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด 200 x 250 เซนติเมตร ของศิลปินร่วมสมัยชาวเยอรมัน อันเดร บุทเชอร์ (Andre Butzer) ในคอลเลคชันส่วนตัวของอุเทน ได้รับการติดตั้งประจันหน้ากับภาพจิตรกรรม มารผจญ (Battle of Mara, 1989/2532) สีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาด 174 x 360 เซนติเมตร ของ ถวัลย์ ดัชนี (พ.ศ.2482-2557) ซึ่งอยู่ในคอลเลคชันสะสมของพิริยะภาพวาด Untitled, 2024/2567 โดยอันเดร บุทเชอร์อันเดร บุทเชอร์ อายุ 53 ปี ประสบความสำเร็จอย่างสูงในแนวทางศิลปะ Science Fiction Expressionism ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะจากลัทธิสำแดงอารมณ์แบบเยอรมันและรูปแบบศิลปะอเมริกันยุคหลังสงครามผลงาน Untitled, 2024/2567 นำเสนอภาพวาดสไตล์นาอีฟ (Naive)และกึ่งนามธรรม ตัวละครรูปร่างบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนควบคู่ไปกับการลดทอนรูปทรง ทว่ากลับถ่ายทอดมวลอารมณ์ออกมาได้อย่างล้นหลาม ทั้งจากการใช้สีสันจัดจ้านและลายเส้นหนักแน่นรุนแรง องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นแนวคิดของศิลปินต่อการนำเสนอสภาวะจิตใจอันเปราะบางและความสับสนของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ได้อย่างทรงพลังภาพวาด มารผจญ (Battle of Mara, 1989/2532) โดย ถวัลย์ ดัชนีเมื่ออุเทนนำเสนอผลงานผลงานชิ้นดังกล่าว พิริยะจึงนึกถึงภาพ มารผจญ ชิ้นนี้ ซึ่งแตกต่างจากผลงานชิ้นอื่นๆ ของศิลปินที่คนส่วนใหญ่คุ้นตา ในผลงานกลับปรากฏภาพตัวละครจากภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นหลายเรื่อง เช่น แรมโบ้, บรูซ ลี, อินเดียน่า โจนส์, คนเหล็ก, แบทแมน, ซูเปอร์แมน, คิงคอง พร้อมภาพส่วนหัวของสัตว์ป่าหน้าตาดุดันล้อมรอบผลงาน ซึ่งมีความนาอีฟและสนุกสนานเหมือนเด็กวาดเมื่อมองไปยังกลางภาพส่วนบน มีภาพเศียรพระพุทธรูปหันหลัง เปรียบเปรยถึงการไม่แยแสต่อสิ่งยั่วยุในสังคม แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของผลงานต่อการวิพากษ์วิจารณ์ถึงวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยการสนทนาระหว่างผลงานของ Gao Hang และมณเฑียร บุญมานอกจากนี้ยังมีการสนทนาระหว่างผลงาน Stupa/สถูป, 1994/2537 ศิลปะจัดวางจากดินเหนียว ไม้ ผ้าใบ ของ มณเฑียร บุญมา และผลงานจิตรกรรมจัดวาง Surprise Again ร่วมกับประติมากรรม Ammo! ของ Gao Hang (เกา ฮัง) ศิลปินร่วมสมัยชาวจีนปัจจุบันทำงานและพำนักในอเมริกาอุเทนอธิบายผลงาน Surprise Again และประติมากรรม Ammo! ของ Gao Hangอุเทนเล่าว่าเจอผลงาน Surprise Againของ เกา ฮัง ที่ปักกิ่ง ครั้งแรกเห็นแต่ภาพลังไม้กับอินสตอลเลชั่นจากผ้าใบเขียนเป็นรูปกระสุนปืน แต่ศิลปินบอกว่าผลงานเซ็ตนี้ต้องมีภาพทหารกึ่งพอร์เทรตอยู่ด้านบนแต่รัฐบาลจีนสั่งให้เก็บภาพทหารออกไปด้วยเหตุผลอันอ่อนไหวระหว่างประเทศ จึงมองว่าผลงานชิ้นนี้มีอัตลักษณ์และบริบทที่เชื่อมโยงกับสังคม น่าจะมีความสำคัญต่อไปในอนาคตพิริยะอธิบายศิลปะจัดวาง Stupa ของ มณเฑียร บุญมาพิริยะเล่าเสริมว่าเมื่อเห็นงานของเกา ฮัง ชิ้นนี้ ทำให้นึกถึงงานของอาจารย์มณเฑียร บุญมา ผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางของบ้านเรา จึงนำผลงาน ‘สถูป’ มาแสดงคู่กับงานชิ้นนี้ของเกา ฮัง เพราะมีบริบทหลายอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ความเป็นกล่องที่อาจารย์มณเฑียรนำเฟรมผ้าใบมาฉาบด้วยดินเหนียวเหมือนอิฐเพื่อนำมาเรียงเป็นสถูป ในนิทรรศการฯ ยังมีผลงานของจักรพันธุ์ โปษยกฤต, ประเทือง เอมเจริญ, ขรัวอินโข่ง, ศิลป์ พีระศรี, Gongkan (ก้องกาน), Muebon (มือบอญ) ได้รับการนำมาจัดแสดงร่วมกับผลงานศิลปะร่วมสมัยของ Christian Rex van Minnen, Alexander James, Jason Kinsella, Matias Sanchez เป็นอาทิเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการศิลปะที่สนุกและเต็มไปด้วยบทสนทนา..แม้ต่างวัฒนธรรม • ภาพ : ท่าพิพิธภัณฑ์แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1249703
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
08/09/2026
ผู้เชี่ยวชาญเตือน ห้ามห่อกระเป๋าเดินทางด้วยพลาสติก เสี่ยงตกเป็นเป้าโจรการเดินทางท่องเที่ยวควรเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน แต่ผู้โดยสารหลายล้านคนกลับทำพลาดด้วยการป้องกัน กระเป๋าเดินทาง แบบผิดวิธี หนึ่งในวิธียอดฮิตที่เห็นได้ตามสนามบินคือการ ห่อกระเป๋าด้วยพลาสติก เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและการถูกยัดสิ่งของผิดกฎหมายทว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย กลับเตือนว่าพฤติกรรมนี้อาจทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัวสาเหตุที่ ห่อกระเป๋าด้วยพลาสติก ดึงดูดหัวขโมยเอ็ด เบอร์เนตต์ (Ed Burnett) อดีตสารวัตรทหารและ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เปิดเผยว่า การใช้พลาสติกใสแรปกระเป๋าเปรียบเสมือนการตะโกนบอกโจรว่า "ในนี้มีของมีค่า" แม้จะช่วยให้เจ้าของกระเป๋าสบายใจ แต่ในทางกลับกัน มันทำให้คุณไม่สามารถตรวจสอบสภาพสิ่งของภายในได้อย่างรวดเร็วหากสงสัยว่าถูกรื้อค้น กว่าจะรู้ตัวว่าของหายก็มักจะสายเกินไปแล้วนอกจากนี้ การเลือกใช้ กระเป๋าเดินทาง แบรนด์เนมหรูหรา เช่น Tumi, Rimowa หรือ Louis Vuitton ก็เป็นแม่เหล็กดึงดูดโจรชั้นดี เพราะมันบ่งบอกว่าสัมภาระข้างในน่าจะมีราคาแพงไม่แพ้ตัวกระเป๋า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเลือกใช้กระเป๋าแบบเคสแข็ง (Hard shell) ที่ไม่มีโลโก้แบรนด์เตะตา เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกเพ่งเล็งข้อควรระวังสำหรับกระเป๋าแบบผ้าและซิปกระเป๋าแบบผ้าหรือกระเป๋าที่ใช้ซิปแบบขดลวด เป็นประเภทที่ถูกเจาะได้ง่ายที่สุด ขโมยสามารถใช้เพียงปากกาลูกลื่นจิ้มทะลุซิปและรูดเปิดได้ในเวลาไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องยุ่งกับแม่กุญแจที่ล็อกไว้เลย ดังนั้นการใช้สายรัดพลาสติก (Cable ties) รัดซิปไว้ แม้จะไม่ได้ช่วยหยุดยั้งการงัดแงะ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นตัวซีล ที่ทำให้เรารู้ตัวทันทีว่ากระเป๋าถูกแอบเปิดออกแล้วทริคเก็บของมีค่าให้พ้นมือมิจฉาชีพเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเก็บสิ่งของจำเป็น เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับ ยารักษาโรค และเอกสารสำคัญ ไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) และอย่าให้คลาดสายตา หากจำเป็นต้องโหลดของมีค่าลงใต้ท้องเครื่อง ควรซ่อนไว้ในจุดที่คาดไม่ถึง เช่น ขวดครีมกันแดดเปล่า หรือถุงใส่เสื้อผ้าใช้แล้ว • การใช้ GPS Tracker: อุปกรณ์ติดตามตัวไม่ได้ช่วยป้องกันการถูกขโมย แต่มีประโยชน์มากในการตามหาของคืน ควรซ่อนไว้ในจุดที่มิดชิด เช่น เย็บติดซับใน หรือซ่อนในถุงเท้า หากโจรหาเจอจะได้ไม่ถูกโยนทิ้งทันที • งดติดป้ายบอกสิ่งของ: การติดป้ายคำว่า "ระวังแตก" หรือ "อุปกรณ์กล้อง" ถือเป็นการเชิญชวนโจรให้มาเปิดกระเป๋า ไม่ควรระบุสิ่งของที่อยู่ด้านในเด็ดขาดสรุปแนวทางป้องกัน กระเป๋าเดินทางโดยสรุปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการ ห่อกระเป๋าด้วยพลาสติก และหันมาใช้กระเป๋าเคสแข็งแบบเรียบง่ายแทน การจัดเก็บสิ่งของมีค่าอย่างแนบเนียนและการใช้สายรัดรอยรูดซิป จะช่วยปกป้อง กระเป๋าเดินทาง ของคุณให้ปลอดภัย และทำให้ทริปพักผ่อนของคุณราบรื่นไร้กังวลแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1453642/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
08/09/2026
เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กลุ่มบริษัท พราว เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น เปิดตัว “AIA One Billion Day 2026” เทศกาลสุขภาพและไลฟ์สไตล์แห่งปี ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความเป็นอยู่ที่ดี โดยปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมยกระดับงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ผสานกีฬา สุขภาพ ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ไว้ในงานเดียว ผ่านกิจกรรม AOB Trail, AOB Concert และ ALive Carnival เพื่อมอบประสบการณ์ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวัน การจัดงานในปีนี้ยังเป็นการสานต่อพันธกิจ AIA One Billion ที่เอไอเอ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2030 ภายใต้คำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Livesไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ AOB Concert และ ALive Carnival ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่จัดขึ้น ณ อารีน่า หัวหิน ภายหลังการแข่งขัน AIA One Billion Trail 2026 เพื่อเป็นแลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยคอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินชั้นนำ อาทิ โจอี้ บอย, ตั๊ก-สุ-ฮาย และวงมีน พร้อมกิจกรรม ALive Carnival ที่อัดแน่นด้วยเกม กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Experiences) พร้อมลุ้นรับของรางวัล และประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์สุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อทุกเพศทุกวัย เปิดโอกาสให้ทั้งนักวิ่ง ครอบครัว นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศแห่งความสุข โดยกิจกรรมทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของเอไอเอที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพในแบบของตนเอง และเปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้เป็นเรื่องสนุก เข้าถึงได้ และเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันAIA One Billion Trail 2026 ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ด้วยความร่วมมือกับ Trail Master Series ผู้จัดการแข่งขันวิ่งเทรลมืออาชีพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน ทั้งด้านการออกแบบเส้นทาง การบริหารจัดการ และประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม โดยสนามแข่งขันในปีนี้ได้รับการรับรองให้สามารถสะสม UTMB Index ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในวงการวิ่งเทรลระดับโลก ช่วยดึงดูดนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมปักหมุดสู่เวทีการแข่งขันเทรลระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเลือกแข่งขันได้ถึง 5 ประเภท ได้แก่ ระยะ 5 กิโลเมตร (Fun Run) ระยะ 10 กิโลเมตร ระยะ 15 กิโลเมตร ระยะ 30 กิโลเมตร และระยะ 50 กิโลเมตร รองรับทั้งนักวิ่งประเภทบุคคลและประเภททีมในบางระยะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทุกระดับได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันที่ได้มาตรฐานระดับโลกการจัดงานในปี 2026 เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ AIA One Billion Day 2025 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จากนักวิ่งและประชาชน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 4,600 คนจากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมระดมทุนสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมผ่านสภากาชาดไทย และโครงการด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในพื้นที่ห่างไกล สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ AIA One Billion Day ที่ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ชุมชน และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ การเลือกอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ ยังตอกย้ำศักยภาพของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ (Health-focused Destination) ที่พร้อมต้อนรับทั้งนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน AIA One Billion Trail 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.aobdayth.com และ Facebook: AIA ONE BILLION TRAIL แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ AIA One Billion Day 2026 เทศกาลสุขภาพแห่งปีที่รวมการแข่งขันเทรลระดับนานาชาติ ความบันเทิง และกิจกรรมเพื่อสุขภาพไว้ในงานเดียว เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งสุขภาพที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วยกัน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
07/09/2026
กรุงเทพฯ, 4 กันยายน 2569 – เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัลเกียรติยศประจำปี 2568 ได้แก่ ‘บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารดีเด่น’ อันดับที่ 2 และ ‘บริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น’ จาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานในพิธี ภายในงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทั้ง 2 รางวัลที่เอไอเอ ประเทศไทยได้รับ สะท้อนถึงการบริหารงานที่โดดเด่น มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ตลอดจนการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มุ่งสร้างความยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) อันเป็นสิ่งที่เอไอเอยึดถือในการดำเนินธุรกิจมาตลอดระยะเวลา 88 ปี ตามพันธกิจที่มุ่งมั่นส่งเสริมคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’นอกจากนี้ มีตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ประเทศไทย จำนวน 7 ท่าน ได้รับรางวัล ‘ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น’ ประจำปี 2568 ประกอบด้วย นางสาวดาวใจ สืบวงค์ (หน่วยพาวเวอร์ดี) นายนที ดีประสิทธิ์ (หน่วยทองล้านนา 10) นายปลองพล สนธิเณร (หน่วยแม็กซ์เวลท์ 48) นางสาวจันทมาศ มณีโชติ (หน่วยเนตรทรายทอง 56) นางสาววรดาลักษณ์ ตันวิบูลย์ (หน่วยบีเวลธ์ พลัส 8) นายชัยสิทธิ์ ธรรมรัตนากร (หน่วยฟินเนอจี้ เอ็กซ์) และ นางสาวพัชร์ลิตา ยศหิรัณย์ภาส (หน่วยบีลีฟ 36)นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีกับตัวแทนทั้ง 7 ท่าน ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ และขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่มอบรางวัลอันทรงคุณค่าแก่เอไอเอ ซึ่งนับเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ พร้อมยกระดับศักยภาพของตัวแทนและที่ปรึกษาทางเงิน เพื่อส่งมอบความคุ้มครอง การดูแล และบริการที่เป็นเลิศแก่คนไทยทั่วประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาภายในองค์กรแล้ว เอไอเอ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าแก่สังคมและชุมชนมาตลอด 88 ปีที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และในอนาคต เอไอเอ จะยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
04/09/2026
หากอยากออกไปเที่ยวในมุมที่แตกต่างของกรุงเทพฯ ลองปักหมุดมายังพื้นที่กรมศิลปากร แล้วใช้เวลาค่อยๆ เดินชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์” และ “หอประติมากรรมต้นแบบ” สองสถานที่ที่เปรียบเสมือนห้องเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปิน ผลงาน และเบื้องหลังการสร้างสรรค์ศิลปะสำคัญของชาติ ที่เปิดให้เข้าชมในวาระพิเศษ ถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้บุกเบิกการศึกษาศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย รวมถึงผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2527 ก่อนจะได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2530 และอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรมาจนถึงปัจจุบันภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นห้องจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ของศิลปินและลูกศิษย์คนสำคัญของศาสตราจารย์ศิลป์ อาทิ เฟื้อ หริพิทักษ์ ประยูร อุลุชาฎะ ชลูด นิ่มเสมอ เขียน ยิ้มศิริ สวัสดิ์ ตันติสุข และทวี นันทขว้าง ผลงานเหล่านี้สะท้อนช่วงเริ่มต้นของศิลปะร่วมสมัยไทย และแนวทางการศึกษาศิลปะตามหลักวิชาการที่ศิลป์ พีระศรี วางรากฐานไว้ส่วนห้องชั้นในให้ความรู้สึกคล้ายกำลังเดินเข้าไปในโลกส่วนตัวของศิลปิน เพราะจัดแสดงโต๊ะทำงาน เก้าอี้ เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องมือปั้น และของใช้ส่วนตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ โดยจำลองบรรยากาศการทำงานในอดีตเอาไว้ พร้อมจัดแสดงแบบร่างและต้นแบบประติมากรรมสำคัญ อาทิ แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 พระศรีศากยทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑล และต้นแบบพระเศียรรัชกาลที่ 8สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือหนังสือหายากที่ศาสตราจารย์ศิลป์ใช้ค้นคว้าเกี่ยวกับศิลปะตะวันตก เพราะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ไม่ได้มีเพียงพรสวรรค์ แต่ยังประกอบด้วยการศึกษา การค้นคว้า และการสั่งสมประสบการณ์อย่างจริงจังจากนั้นลองเดินทางต่อไปยัง“หอประติมากรรมต้นแบบ (Hall of Sculpture)”อาคารประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “โรงปั้นหล่อ” สถานที่ปฏิบัติงานด้านการปั้น การหล่อ และการหลอมโลหะของกรมศิลปากร อาคารสองชั้นทรงสูงติดกระจกแห่งนี้ถูกออกแบบให้ได้รับแสงสว่างและช่วยระบายความร้อน เพื่อเอื้อต่อการทำงานของช่างและประติมากรโรงปั้นหล่อแห่งนี้เริ่มใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2499 ก่อนจะย้ายไปยังอาคารแห่งใหม่บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 ในปี พ.ศ. 2530 จากนั้นอาคารเดิมได้รับการปรับปรุงและพัฒนาเป็นหอประติมากรรมต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งเก็บรักษาองค์ความรู้และจัดแสดงผลงานต้นแบบทางประติมากรรมของศิลปินชั้นครูไฮไลต์สำคัญคือการได้ชม “ต้นแบบ” ของประติมากรรมและอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย อาทิ พระศรีศากยะทศพลญาณ ต้นแบบพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นคือ “ท้าวสุรนารี” อนุสาวรีย์คู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นประติมากร การได้เห็นต้นแบบในพื้นที่จัดแสดง จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เราได้ย้อนกลับไปมองอนุสาวรีย์ที่คุ้นเคยในฐานะผลงานศิลปะที่ผ่านกระบวนการคิด ปั้น และสร้างสรรค์มาอย่างประณีตการมาเยือนสองสถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ผ่านโต๊ะทำงาน เครื่องมือ หนังสือ และต้นแบบประติมากรรมที่ครั้งหนึ่งอยู่ในมือของศิลปิน ก่อนจะกลายเป็นผลงานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรหาเวลาไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งสำหรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เป็นหนึ่งสถานที่ในเส้นทางเส้นทางท่องเที่ยวทางมรดกวัฒนธรรม "รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์" จัดขึ้นโดยกรมศิลปากร ซึ่งเปิดให้เข้าชม วันพุธ-อาทิตย์ (ปิดวันจัทร์-อังคาร) ตั้งแต่วันนี้ - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000083121
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
04/09/2026
ภาพยนตร์เรื่อง “The Odyssey” ของ “คริสโตเฟอร์ โนแลน” ที่สร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปทั่วโลก ดัดแปลงจากมหากาพย์วรรณกรรมกรีกโบราณ ทำให้ชื่อเสียงของ “กรุงทรอย” (Troy) กลับมาเป็นที่กล่าวถึงอีกครั้งภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ทั้งนี้ กรุงทรอย ไม่ได้เป็นเรื่องราวในตำนานเท่านั้น หากแต่มีสถานที่จริง นั่นคือ “แหล่งโบราณคดีทรอย” ซึ่งเป็นซากเมืองโบราณบริเวณเนินเขา “Hisarlik” (ภาษาตุรกี แปลว่า ป้อมปราการ) ในจังหวัดชานัคคาเล (Çanakkale) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตุรกีภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่ถูกค้นพบ ในปี ค.ศ.1870 โดย “Heinrich Schliemann” นักสำรวจชาวเยอรมัน ซึ่งหลังจากการอ่านวรรณกรรมของ Homer เขาเชื่อว่า กรุงทรอย ตั้งอยู่บนเนินสูงที่อยู่ใกล้ทะเล จนเมื่อเดินทางไปถึงหมู่บ้าน Hissarlik ที่เชื่อว่าตรงตามที่ Homer บรรยายไว้ เมื่อรัฐบาลตุรกีไฟเขียว เขาจึงว่าจ้างคนงานนับร้อยลงมือขุดหาเมืองในตำนาน จนกระทั่งพบซากเมืองโบราณที่สร้างทับซ้อนกันถึง 9 ชั้นภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)เมืองโบราณที่มีชื่อเสียงความเชื่อมโยงกับเรื่องราวสงครามกรุงทรอยในมหากาพย์กรีกโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1998 ด้วยเหตุผลของการสะท้อนพัฒนาการของอารยธรรมโบราณหลายยุคสมัยในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนและอนาโตเลีย อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อวรรณกรรม และวัฒนธรรมของโลกตะวันตกภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ปัจจุบันแหล่งโบราณคดีทรอยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศตุรกีภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)ภาพ: สำนักข่าวซินหัว (บันทึกภาพวันที่ 11 ส.ค. 2026)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบีบผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000079460
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
04/09/2026
กรุงเทพฯ, 1 กันยายน 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” อดีตศิลปินชื่อดังและนักธุรกิจยุคใหม่ ในฐานะพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” แบบประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินระยะยาว พร้อมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมส่งหนังโฆษณาตัวใหม่สะท้อนแนวคิดของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอนาคตทางการเงินอย่างรอบด้าน มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน และมุ่งสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาว ตอกย้ำถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “สำหรับพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตัวล่าสุด ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เรามองหาผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการเงิน มีความเป็นผู้นำ และมีบทบาทในชีวิตหลากหลาย ซึ่งต้องการตัวช่วยในการวางแผนชีวิตและการเงินที่ชาญฉลาด เพื่อส่งมอบความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งคุณโอม สามารถสะท้อนบทบาทเหล่านี้ออกมาได้อย่างชัดเจน จากบทบาทศิลปินที่มีชื่อเสียง สู่ผู้บริหารที่วางแผนธุรกิจได้อย่างรอบคอบ จนนำธุรกิจก้าวสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกันคุณโอม มีบทบาทเป็นคุณพ่อลูกสอง ที่ต้องวางแผนสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยได้เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่ยังเป็นศิลปินเพราะรู้ว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่นอน แบบประกันตัวนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของคุณโอมจริง ๆ“เอไอเอ มั่นใจว่าโฆษณาตัวใหม่ที่มีคุณโอมมาเป็นพรีเซนเตอร์นี้ จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าในวงกว้าง อีกทั้งจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการวางแผนชีวิตและการเงินให้กับคนไทยทั่วประเทศ” คุณรพีพร กล่าวทิ้งท้ายสำหรับ “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” เป็นแบบประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 9 ปี แต่สามารถรับรายได้ต่อเนื่องยาวนานถึงอายุ 99 ปี (Lifetime Income) โดยเริ่มรับผลประโยชน์ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 ประกอบด้วย • เงินคืนรายงวดแบบการันตี (Guaranteed Income)[1] สูงสุด 3% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงวันสิ้นปีกรมธรรม์ถัดจากวันที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 98 ปี • เงินปันผลรายงวด (Cash Dividend)[2] ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจากเงินคืนแบบการันตี และสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าทางการเงินในระยะยาว เพื่อช่วยรับมือกับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อนอกจากนี้ แบบประกันตัวนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไป ด้วยผลประโยชน์ครบกำหนดสัญญาสูงถึง 900% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมโอกาสได้รับ เงินปันผลเมื่อสัญญาสิ้นสุด (Terminal Dividend)[2] เปรียบเสมือนรางวัลแห่งการวางแผนทางการเงินระยะยาว ที่ช่วยสร้างมรดกทางการเงินและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่คนที่รักสามารถติดตามหนังโฆษณา ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ ได้ทางช่องทางออนไลน์ของเอไอเอ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok และสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์ https://youtu.be/hkjwM4VZp1A ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/life/aia-lifetime-income หรือสามารถติดต่อตัวแทนเอไอเอทั่วประเทศหมายเหตุ:[1] เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์[2] เงินปันผลไม่รับประกันผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองและผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์• ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยแล้วโปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
31/08/2026
เอไอเอ ประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการประกันชีวิตไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้า อันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award หรือรางวัลสำหรับบริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุดในโลก ในงาน 2026 MDRT Global Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย เป็นผู้แทนองค์กรขึ้นรับรางวัลบนเวที Main Platform ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเอไอเอ ประเทศไทย เนื่องจากเป็นปีแรกที่มีการมอบ MDRT Company Awards บนเวที 2026 MDRT Global Conference และเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 3 บริษัทจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัลบนเวที Main Platform พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า อันดับ 1 ของโลก ในรางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่สามารถรักษาความสำเร็จในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้อย่างยาวนานคุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ เอไอเอ ประเทศไทย ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย รางวัลนี้สะท้อนถึงเส้นทางของตัวแทนของเรา ทั้งการเรียนรู้ การพัฒนา และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้พวกเราก้าวต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างสิ่งที่มีความหมายให้กับลูกค้าและสังคม และร่วมส่งมอบคุณค่าตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ยังคงครองตำแหน่ง บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในโลก เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 16,228 คน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิตในระดับสากลสำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานโดดเด่นในระดับโลก ด้วยจำนวนสมาชิก MDRT รวม 3,498 คน ครอง อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 2 ของโลก พร้อมสร้างผลงานระดับนานาชาติในอีกหลายด้าน ได้แก่ • อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก MDRT สุภาพสตรีมากที่สุด • อันดับ 5 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Court of the Table (COT) มากที่สุด • อันดับ 10 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนสมาชิก Top of the Table (TOT) มากที่สุด • อันดับ 2 ของโลก บริษัทที่สามารถรักษาจำนวนผู้พิชิต MDRT จากปี 2025 ให้สามารถพิชิต MDRT ในปี 2026 ได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด • อันดับ 1 ของโลก บริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุด หรือ The Highest Membership Longevity Overallความสำเร็จทั้งหมดดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการพัฒนาศักยภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สร้างที่ปรึกษาทางการเงินคุณภาพ และส่งมอบการดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพสูงสุดเอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนตัวแทนในการพิชิตคุณวุฒิ MDRT อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันความสำเร็จของกลุ่มบริษัทเอไอเอบนเวทีระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้คำปรึกษาและการดูแลลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นคง สุขภาพที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
30/04/2024
10/05/2024
30/04/2024
30/04/2024
08/02/2025