คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ข่าวการเงิน

ธปท.คุมเข้มเงินสดทั้งระบบ บังคับแจงที่มา เงินฝาก 5 ล้านบาท

12/06/2026

• ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ให้ผู้ที่ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงิน• มาตรการนี้เป็นการขยายผลจากการคุมเข้มการถอนเงินสดมูลค่าสูงที่เริ่มใช้เมื่อเดือนเมษายน และจะครอบคลุมถึงการแลกเงินมูลค่าสูงด้วย• เป้าหมายหลักของการคุมเข้มธุรกรรมเงินสดทั้งระบบ คือเพื่อสกัดกั้นธุรกิจผิดกฎหมาย การคอร์รัปชัน และผลักดันให้เกิดการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบได้แบงก์ชาติเดินหน้านโยบายการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสดที่มีมูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดธุรกรรมผิดกฎหมาย โดยช่วงเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้บังคับใช้มาตรการให้ผู้ที่จะถอนเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้อย่างชัดเจน และเพื่อให้ครอบคุมทั้งระบบ เร็วๆ นี้ ได้เตรียมประกาศใช้มาตรการควบคุมการฝากเงินสดมูลค่าสูงด้วยฝากเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งแหล่งที่มานายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการจัดระเบียบธุรกรรมเงินสด ว่า ธปท. เตรียมขยายผลมาตรการคุมเข้มเงินสดเพิ่มเติม โดยในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้เกณฑ์การ "ฝากเงินสด" มูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งผู้ที่นำเงินก้อนใหญ่มาฝากจะต้องระบุและอธิบายให้ได้ว่าเงินดังกล่าวมีแหล่งที่มาอย่างไร สำหรับมาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงการแลกเงินในมูลค่าสูงด้วย เช่น การนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาขอแลกเป็นธนบัตรใบละ 500 บาท ผู้ขอแลกจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของเงินเช่นกัน โดยธนาคารพาณิชย์จะมีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานธุรกรรมเหล่านี้มาตรการ "คุมถอนเงินสด" ได้ผล ยอดวูบทันที 30%ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า มาตรการควบคุมการถอนเงินสดครั้งละ 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับในเชิงบวกและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)โดยจากข้อมูลในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยอดจำนวนครั้งในการถอนเงินสดมูลค่าสูงลดลงประมาณ 28% และมูลค่ารวมลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ขณะที่ในเดือนพฤษภาคม แนวโน้มการใช้เงินสดยังคงลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 25-30% สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยช่วงหลังการเลือกตั้ง แต่อีกส่วนสำคัญคือมาตรการนี้ได้ผลักดันให้ผู้ที่ทำธุรกรรมปกติหันไปใช้ช่องทางอื่นที่ตรวจสอบได้มากกว่า คุมเข้มเงินสดทั้งระบบ สกัดคอร์รัปชัน-ธุรกิจสีเทาผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำว่า ธุรกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการคอร์รัปชันหรือธุรกิจผิดกฎหมายมักจะใช้ "เงินสด" เป็นหลัก เนื่องจากไม่มีร่องรอยให้ติดตาม การเข้มงวดทั้งขาฝาก ขาถอน และขาแลกเงิน จะช่วยลดโอกาสในการทำธุรกิจสีเทาและการทุจริตในระยะยาว ขณะเดียวกัน เจตนารมณ์สำคัญของ ธปท. ในการออกเกณฑ์นี้คือการผลักดันธุรกรรมเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินหรือการใช้แคชเชียร์เช็ค เพื่อให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้"ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทุกอย่างควรจะโอนได้หรือใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นแทนเงินสดได้ มาตรการนี้จะช่วยให้ประเทศดีขึ้น โดยทำให้ธุรกรรมที่น่าสงสัยทำได้ยากขึ้น" ทั้งนี้ ธปท. ยอมรับว่ามาตรการนี้อาจสร้างภาระให้กับธนาคารพาณิชย์บ้างในเรื่องของระบบการติดตาม (Tracking) เนื่องจากต้องตรวจสอบกรณีการกระจายถอนเงินจากหลายสาขาในชื่อบัญชีเดียวกัน แต่เชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องเพื่อความมั่นคงของระบบการเงินประเทศแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับฐานเศรษฐกิจhttps://www.thansettakij.com/economy/660556

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

สุขภาพ

สาวช็อก เจอป่วย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ในวัย 21 ปี เผยอาการเริ่มต้น ก่อนคลำคอ รีบไปตรวจชิ้นเนื้อ

12/06/2026

สาวช็อก เจอป่วย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ในวัย 21 ปี เผยอาการเริ่มต้น ซึ่งมันผิดปกติ แถมนอนยังไงก็ไม่พอ ก่อนคลำคอ รีบไปตรวจชิ้นเนื้อ พบไวรักษาหายไว ตอนนี้จบแล้ววันที่ 10 มิ.ย.69 สมาชิก TikTok @tree069 โพสต์คลิปเป็นวิทยาทาน หลังพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัย 21 ปี โดยระบุข้อความว่า “อันนี้คืออาการของเจเบื้องต้นก่อนการตรวจนะคะ เจทำคลิปเพื่อเป็นแนวทางให้เราสังเกตตัวเอง เพื่อที่จะได้ลดความกังวลใส่ใจตัวเองมากขึ้นและรักษาได้เร็วค่ะ”อาหารเริ่มต้นก่อนที่จะตรวจเจอมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัย 21 ปี คือคันโดยไม่มีสาเหตุ คันชนิดที่ว่า คันที่หู ที่ตา ที่จมูก แม้แต่ในกระพุ้งแก้ม รวมทั้งแขนขา แม้ไม่มีผื่นขึ้นให้เห็นแต่กลับคันโดยไม่มีสาเหตุพอไปหาหมอตรวจเลือดก็พบว่าปกติดี ได้ยาแก้แพ้มากิน ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีขึ้น และช่วงนั้นผิวแห้งมากๆ แห้งเป็นขุยๆ ทาครีมแล้วก็ยังแห้งอยู่ และในรูหูก็แห้ง แล้วรู้สึกแสบบริเวณหางตา คันและระคายเคืองที่ตาด้วยช่วงนั้นรู้สึกอ่อนเพลียมาก ต่อให้นอนมากแค่ไหนก็ยังเพลียอยู่ เจนอน 4 ทุ่มครึ่ง ตื่น 6 โมงครึ่งเพื่อไปเรียน ก็ยังง่วง พอเรียนก็กลับบ้านมานอนเลย จากปกติที่เรียนเสร็จก็ไปยิมไปออกกำลังกาย แต่ช่วงนั้นเจออกกำลังกายไม่ไหวเลย คืนนอนตั้งแต่ 4 โมงเย็น แล้วตื่นอีกที 6 โมงเช้า เป็นแบบนี้อยู่เดือนกว่าๆนอกจากนี้ช่วงนั้นเจเหงื่อออกตอนกลางคืน ขนาดปรับแอร์ให้เหลือ 19-20 แล้วก็ยังร้อน จึงคิดว่าไม่น่าจะใช่ร้อนแล้ว แต่กลับกันตอนกลางวันไปเรียน เจหนาวมาก ช่วงนั้นรู้สึกตัวเองหน้าคล้ำๆ ผิวหมองๆ แล้วถ้าจับที่คอคือเจอก้อนที่คอ มันไม่ใช่ก้อนกลมๆ พอจับแล้วรู้สึกเหมือนองุ่น ลักษณะเป็นพวงๆ แต่มันแข็งและขยับไม่ได้แม่เลยพาไปหาหมอ พอหมอเอ็กซเรย์ก็บอกว่า อันนี้คือต่อมน้ำเหลือง ไม่ใช่ไทรอยด์ หมอก็เลยส่งไปตรวจชิ้นเนื้อ ครั้งแรกยังไม่เจอว่าเป็นอะไร ครั้งที่สองก็เลยไปเจาะตัดชิ้นเนื้อออกมา สรุปคือเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ดีที่มันเป็นชนิดดี แล้วก็รักษาด้วยการให้คีโม 12 เข็ม แล้วก็ตอบสนองด้วยดี ตอนนี้การรักษาจบแล้ว อยากจะบอกว่าใครมีอาการภูมิตกเหมือนเจ ให้ลองคลำที่คอ รักแร้ แล้วก็ตามขาหนีบดู ถ้าเจอก้อนอะไรแปลกๆ อยากให้รีบไปตรวจ อยากปล่อยไว้สำหรับ “มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma)” เป็นมะเร็งระบบน้ำเหลืองที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ มีลักษณะเฉพาะคือการพบเซลล์มะเร็งขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Reed-Sternberg Cell มักเริ่มจากต่อมน้ำเหลืองบริเวณส่วนบนของร่างกาย เช่น คอ หน้าอก หรือรักแร้ และสามารถแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นได้แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับข่าวสดออนไลน์https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10277608

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ค้นหาความหมายนัย ‘กำเนิดแห่งสายน้ำ’ ผ่านนิทรรศการ River Birth โดย ‘ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล’

11/06/2026

ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปินเจ้าของผลงานนิทรรศการ River > Birthดอกไม้งามเบ่งบานท่ามกลางซากถ่านที่ถูกเผาไหม้จนมอดดับภูเขาที่กลายสภาพเป็นแอ่งรับน้ำ มอบความหมายให้สรรพชีวิตภูเขาสีเงินที่มีมอสเขียวชอุ่มอยู่ภายใน สร้างความ Contrast ระหว่างโลกภายนอกที่ดูโมเดิร์นกับโลกภายในที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมชาติแม่น้ำในอุโมงค์สีดำที่ทอดยาวและส่องสะท้อนไปยังมอสทรงกลมที่จัดวางไว้ ณ บริเวณที่แสงสว่างตกกระทบก่อให้เกิดความสงบล้ำลึกในใจนิทรรศการ River > Birth โดย 'ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล' ยังมีอะไรอีกมากมายที่รอให้ค้นพบ ค้นหา และซึมซับไปกับประสบการณ์ Immersive ในศิลปะหลากแขนงที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปินเจ้าของผลงานนิทรรศการ River > Birth‘ผู้จัดการออนไลน์’ สัมภาษณ์พิเศษ ‘ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล’ ถึงความเป็นมา กระบวนการสร้างงาน แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง River > Birth ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและปัญหาไฟป่าได้อย่างน่าสนใจธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล ศิลปินเจ้าของผลงานนิทรรศการ River > Birthกำเนิดแห่งสายน้ำเมื่อขอให้ช่วยเล่าถึงความเป็นมาของนิทรรศการ River > Birthธีรศักดิ์เล่าย้อนให้ฟังว่า “ผมมาด้วยบริบทของพื้นที่โล่งๆ เลย ไม่ได้มาด้วยการPlan อะไรเลย มาเห็นพื้นที่ เห็นว่า 10 10 Art Space และโรงแรม Standard X อยู่ด้วยกันที่ท่าพระอาทิตย์ เป็นพื้นที่ติดแม่น้ำ ผมมาด้วยโจทย์แบบนี้เลย คือเป็น Art Space ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำ ผมก็เลยได้ไอเดียว่า ‘ต้องทำเกี่ยวกับแม่น้ำ’ ตรงๆ แบบนี้เลยครับ ก็เลยใช้ชื่อว่า River > Birth การกำเนิดของสายน้ำ หรือกำเนิดของแม่น้ำนั่นเองครับ”นิทรรศการนี้ เกิดจากการที่ธีรศักดิ์ได้รับเชิญจากทาง 10 10 Art Space ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ โรงแรม Standard X“เราคุยกันหลายเดือนแล้วครับ เนื่องจากทาง 10 10 Art Space ได้ไปดูงานผมที่เขาใหญ่ที่เบิกบานบุรี เป็น Art Space ที่เขาใหญ่ที่ผมทำมา 20 ปีแล้ว ซึ่งเจ้าของ 10 10 Art Space และโรงแรม Standard X ก็ไปดูแล้วชอบชิ้นงาน บอกว่าอยากให้ไปจัดแสดง ก็เชิญมา ผมก็รับปาก แล้วลองมาดูพื้นที่ พบว่าปกติ งานที่นี่จะเป็นงานสวยๆ ที่ติดตามกำแพง แต่เมื่อผมได้มาทำ ผมก็อยากทำเป็น Immersive เป็นประสบการณ์ตรงที่รับรู้ได้ตรงๆ และ Link กับพื้นที่คือแม่น้ำ”บางส่วนจาก RE>BIRTHธีรศักดิ์ เล่าย้อนโดยเชื่อมโยงไปกับนิทรรศการก่อนหน้า ที่มีชื่อว่า RE>BIRTH จัดแสดงที่ร้าน TAY SONGWAT เมื่อปี 2568 และยังคงมีจัดแสดงบางส่วนอยู่ที่ชั้น 3 ของร้านเท ทรงวาด ถึงปัจจุบัน“ที่เท ทรงวาด เป็นเรื่องการเกิดใหม่ ซึ่งประสบการณ์ตรงของผมคือเรื่องไฟป่าเวลาเดินขึ้นไปบนที่ชั้น 3 ของร้านเท จะร้อนมากๆ เป็นห้องที่แสงเข้ามาแรงๆ ตอนนั้นผมก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาเลยว่าต้องทำเรื่องไฟป่า มีถ่าน มีเรื่องราวของไฟป่า แต่เราไม่ได้พูดเพื่อเบลมใคร ว่าไฟป่าคืออะไร เกิดจากใคร แต่พูดว่า ถ้าเรายังมีความรักและความหวังก็ยังมีการเกิดใหม่เกิดขึ้น เป็นที่มาของดอกไม้สีชมพูที่งอกขึ้นมาท่ามกลางไฟป่า ท่ามกลางสิ่งที่พังทลายไปแล้ว”ธีรศักดิ์เล่าว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจประเด็นไฟป่า คือการที่ได้เห็นปัญหาในพื้นที่จริง คือที่วัดป่าสุคะโต ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ จังหวัดชัยภูมิ มีไฟไหม้ป่าอยู่เรื่อยๆ ไหม้ครั้งนึงก็หลายพันไร่ โดยธีรศักดิ์ไปร่วมกิจกรรมปลูกป่ากับพระอาจารย์ไพศาลด้วย เขาร่วมกิจกรรมนี้มา 7-8 ปี แล้ว“นั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทำเรื่องไฟป่า เพราะได้ไปเห็นพื้นที่นั้นครับ ตอนเปิดนิทรรศการ RE>BIRTH ปีที่แล้ว ก็เชิญพระอาจารย์ไพศาลมาด้วย”ส่วนภูเขาที่เคยจัดแสดงที่ร้านเท ในตอนนั้นมีไม้ที่ไหม้ไฟอยู่ในภูเขา มีสัตว์ที่ทำจากเซรามิค และเป็นสีสะท้อนแสง ฝังอยู่ในภูเขาลูกนั้น เมื่อใช้ไฟ UV ส่องก็จะเห็นสัตว์ต่างๆ และที่พื้นก็มีการพังทลายและการเกิดใหม่"เมื่อเดินขึ้นไปที่ชั้น 3 จะเห็นบ่อถ่านที่แสดงถึงการพังทลายและการเกิดใหม่ เมื่อคุยกันแล้วกับทาง 10 10 Art Space ก็ขยายไอเดียมาจัดแสดงต่อที่นี่ครับ นอกจากนั้น Topic เรื่องไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ไทย เกิดขึ้นทั่วโลกด้วย”นำชม River > Birthธีรศักดิ์บอกล่าถึงส่วนต่างๆ ของนิทรรศการได้อย่างน่าสนใจ เริ่มที่ส่วนแรก“ส่วนแรกที่เราเห็นเมื่อเปิดประตู Art Space เข้ามา ก็จะเห็นบ่อถ่านแห่งการพังทลาย ไฟไหม้ป่า และการเกิดใหม่ คือมีดอกไม้สีชมพู ดอกไม้ชื่อ ‘ดอกมัม’ ก็ link กับคำว่า ‘แม่’ พ้องกับ ‘แม่น้ำ’ ผมไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วดอกไม้นี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร แต่ไทยเรียกดอกมัม คำว่า ‘แม่’ link กับ ‘แม่น้ำ’ คือแม่แห่งสายน้ำ แล้วแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นแม่น้ำโบราณด้วย”ภูเขาสีเงินธีรศักดิ์เล่าว่า “ที่มาของภูเขาลูกนี้คือ เมื่อนิทรรศการ RE>BIRTH ที่ร้านเท ทรงวาด จบไป เหลือแค่ที่จัดแสดงไว้ที่ชั้น 3 ผมจึงย้ายภูเขาลูกนั้นมาจับหงายและเปลี่ยนบริบท ใส่น้ำเข้าไป มีฟืน เหมือนไฟป่าที่พังทลายไปแล้ว เมื่อเกิดไฟป่า ไอน้ำระเหยขึ้นไป ร้อนมากๆ ก็เกิดเป็นฝนตกลงมา ผมก็แปลงให้ภูเขาลูกนี้มารับน้ำฝน เป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำ สิ่งที่พังทลายไปแล้ว ก็อาจทำให้มีบริบทใหม่เกิดขึ้น เปรียบเสมือนคำที่ว่า No Mud, No Lotus” (หมายเหตุ : No Mud, No Lotus-หากไร้โคลนตม ก็ไร้ดอกบัว เป็นคำสอนของพระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์)“นิทรรศการ River > Birth พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลง การ Transform เหมือนสสารที่มันเปลี่ยนรูปร่างไป ไปสู่อีกอิริยาบถนึง แต่ไม่ได้บอกว่ามันมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอย่างไร ผมก็เลยเริ่มต้นที่จุดสิ้นสุด แล้วค่อยขยายไปที่จุดเริ่มต้น แล้วบางทีมันก็อาจจะย้อนกลับมาที่จุดสิ้นสุดอีกก็ได้”“มีบริบทคือถ่านที่ไฟไหม้ มีน้ำ มีภูเขามอส เป็นมอสจริงๆ นะครับ ตอนที่มาจัดแสดงช่วงแรกๆ ก็ยังมีแมลงเดินอยู่ในภูเขา เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์จริงๆแล้วบ่อน้ำที่อยู่ในอุโมงค์มืดๆ นั้น เป็นบ่อน้ำยาวๆ ในบ่อน้ำก็จะมีถ่านที่ไฟไหม้ไปแล้ว แล้วก็มีการงอกใหม่ของดอกไม้แล้วก็มอส ปลายทางก็คือ เหมือนภาษาอังกฤษที่เขาบอกว่า ‘light at the end of the tunnel’ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์”“บริเวณนั้น บ่อน้ำนั้น Point ไปที่ตำแหน่งของแม่น้ำเจ้าพระยาจริงๆ เมื่อเราเดินเลยไปก็จะเดินไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ปลายทางจะมีมอสทรงกลมใหญ่ๆ เป็น Immersive คือ เข้าไปดมได้จริงๆ ก็จะได้กลิ่นมอส”องค์ประกอบที่หลอมรวมนอกจากบ่อถ่าน ภูเขาสีเงิน ภูเขามอส แม่น้ำในอุโมงค์สีดำ มอสทรงกลมที่จัดวางไว้อย่างโดดเด่นแล้ว นิทรรศการนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วยอาทิงาน Wood cut รูปผึ้ง มีบางตัวใส่ Motor เข้าไป ทำให้ขยับได้“งานนี้มีพูดถึงเรื่องผึ้งด้วย เป็นงาน Wood cut ผมได้ไม้มาเต็มขนาดเกือบเมตร ก็เอามาขูดเป็น Wood cut แล้วก็เอาหมึกลง พิมพ์ และมีอีก 4 ชิ้นที่จัดแสดงอยู่ด้านนอก ใช้วิธี Re-cycle, Re-use, Re-design มีการตัดบล็อค Wood cut ออกแล้วนำมาทำปีก ใส่มอเตอร์เข้าไปให้ขยับได้”“เรื่องของผึ้ง มีคนกล่าวไว้ว่า ถ้าผึ้งสูญพันธุ์วันนี้ อีก 4 ปี มนุษย์ตายหมด เพราะผึ้งคอยผสมเกสรดอกไม้ ถ้าไม่มีผึ้งก็ไม่มีต้นไม้ ดอกไม้”“ส่วนที่ชั้นบนของ Art Space เป็น Video Art พูดถึงกำเนิดของสายน้ำ มีนกกระยางบินอยู่ เหมือนที่เราเห็นนกกระยางเกาะอยู่บนกอพืชน้ำอย่างผักตบชวา แล้วก็ล่องไปเหมือนแพ คอยกินปลา ผมใส่ Vector เข้าไป ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น AI เป็น Cyber นิดๆ”นอกจากนี้ ที่อุโมงค์ มีแขวนไฟฉายไว้ เป็นไฟฉายคล้ายๆ Black Light หรือหลอด UV เหมือนเป็นแสงอาทิตย์ เปรียบเทียบคือเมื่อเราเห็นแสงแดดเป็นแสงสีขาว เราคิดว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วซ่อนทั้ง 7 สีไว้ในแสงเหล่านั้นที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น“อุโมงค์นั้นมีผลงานชื่อ Spectrum 10 กว่าชิ้น เรียงกันอยู่ เมื่อใช้ไฟ UV ส่องก็จะเห็นสีเด้งออกมา เป็นงาน Mixed Mediaทุกอย่างที่กล่าวมานี้คือ River > Birth เน้นให้ผู้ชมได้มีประสบการณ์ตรง ทั้ง แสง สี เสียง Light and Sound ให้รู้สึกจริงๆ เป็น Immersive”ถามถึงกระบวนการสร้างงานนิทรรศการครั้งนี้ ธีรศักดิ์ตอบว่า มีงานบางส่วนที่ทำมาอยู่แล้วดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งเหมาะที่จะนำมาจัดแสดง นำมาประกอบร่างเป็นนิทรรศการนี้ เช่น ภูเขานี้ก็เคยทำใน Re > Birth เล่าเรื่องไฟป่าที่ร้านเท ทรงวาด ส่วนภูเขามอสก็เคยนำไปจัดแสดงที่เชียงใหม่เมื่อจัดแสดงเป็นนิทรรศการ River > Birth ก็นำภูเขาทั้งสองลูกนี้ มาอยู่ด้วยกันส่วนที่ต้องเริ่มใหม่คือดอกไม้และมอสมีการเตรียมมอสมาจากพื้นที่ของเบิกบานบุรี Art Space ของธีรศักดิ์ที่เขาใหญ่ โดยยกมาทั้งลูกที่มีมอสอยู่แล้ว ในบริเวณที่จัดภูเขามอสจะเห็นว่าที่พื้น มีเส้นไฟวิ่งยาวๆ นั้น นอกจากส่งให้เห็นมอสในภูเขาแล้ว ไฟนี้ช่วยให้มอสสังเคราะห์แสงด้วยเพื่อให้เค้ามีชีวิตอยู่ได้ และต้องมีการให้น้ำกับมอสเรื่อยๆ“ส่วนบ่อน้ำยาวๆ ที่มีปลายแหลมเหมือนลูกศร ส่วนนี้ทำใหม่ ทรงมอสกลมๆ นั้นก็ทำขึ้นใหม่เพื่องานนี้เช่นกัน, VDO Art ก็เป็นงานที่ทำขึ้นใหม่ครับ”Yosemite : แรงบันดาลใจแห่ง ‘ภูเขาสีเงิน’ไม่อาจปฏิเสธว่าภูเขาสีเงินที่มีมอสอยู่ภายใน เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการนี้ ที่ผู้ชมมักพาตัวเองเข้าไปอยู่ภายใน สัมผัสกับความเงียบสงบและสัมผัสธรรมชาติอันแท้จริงที่ซ่อนไว้ในภูเขาจำลองลูกนี้ธีรศักด์เล่าว่า “แรงบันดาลใจของภูเขาสีเงิน ตอนแรกที่ทำ ผมนึกถึงช่วงทำงานโฆษณาที่ทำให้ผมเดินทางบ่อย และผมเคยเรียนอยู่ที่ San Francisco ซึ่งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติ Yosemite (Yosemite National Park) ผมได้แรงบันดาลใจจากที่นั่น เมื่อได้เห็นทะเลสาบกว้างๆ มีภูเขาอยู่ แล้วเมื่อภูเขาสะท้อนน้ำ มันเป็นความงาม เป็นสีเงินในความรู้สึกของผม มีจุดที่เป็นภูเขาสะท้อนในน้ำ แล้วผมก็นำมาทำเป็นเส้น Vector ที่สะท้อนถึงยุคนี้ เป็นความ Cyber นิดๆ เป็นโมเดิร์น”“ภูเขาทำจากสแตนเลส มีสองลูก ผมทำลูกหงายขึ้นมาก่อน ทดลองทำดูแล้วค่อยทำอีกลูกนึง เมื่อเริ่มทำก็สร้างขึ้นจากเส้น Vector ก่อน ทำเป็นโมเดลเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่”“เพื่อให้ Contrast กัน เมื่อมองจากข้างนอกเป็นโมเดิร์น แต่เมื่อเข้าไปข้างในจะพบว่าเป็นมอสจริงๆ มีแขกหลายท่านเข้าไป บางท่านเข้าไปก็ร้องไห้ คง Touch อะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขาร้องไห้ เขาคงสัมผัสได้ถึงพลังจากธรรมชาติส่วนภูเขาที่จัดแสดงที่ร้านเท ก็มีเรื่อง Touch มีบางท่านไปนั่งทำสมาธิอยู่ชั่วโมงนึง เมื่อถาม เค้าก็ตอบว่า คุณแม่เค้าเสีย เค้ามองว่าทั้งหมดคือความสูญเสียของเค้า แม่เค้าเพิ่งเสียไป แล้วก็มีดอกไม้งอกขึ้นมา ก็ Heal ใจเค้า”"งาน River > Birth นี้ก็มีผู้ชมอีกท่าน เมื่อเห็นเรา เค้าก็เข้ามาจับมือด้วยอาการสั่นเทา เค้าบอกว่างานนี้ช่วยHeal ใจเค้ามากๆ แล้วก็ถ่ายรูปเข้าไปอยู่ใน Screen Saver ของโทรศัพท์เค้า”“ผมว่าไม่เลวเลยที่งานอาร์ตมีแรงปะทะอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เคลื่อนเข้าไปอยู่ในใจเค้าได้ ดีใจที่ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ เป็น Fine Art ที่เปิดกว้าง ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด”ประสบการณ์ ZEN : ZEN คืออะไรในฐานะผู้ชมอีกคนหนึ่ง อดถามไม่ได้ว่า บริเวณที่เป็นอุโมงค์สีดำ มีบ่อน้ำชี้ไปที่มอสทรงกลม สัมผัสได้ถึงความสงบ และความเป็น ZEN ส่วนตัวคุณสนใจ ZEN ไหมธีรศักดิ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “มีผู้กล่าวไว้ว่า ผู้รู้ ZEN นั้น แท้แล้วคือผู้ไม่รู้” (หัวเราะ) “ผมก็เลยคิดว่าผมไม่น่าจะเป็นผู้รู้เรื่อง ZEN ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ถ้าจะตีความในแง่ของความเรียบง่าย กับการอยู่กับปัจจุบันขณะ อะไรที่ไม่ใช่ก็เอาออกไป ให้รับรู้ได้ถึงประสบการณ์ตรง อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เปิดกว้างและยอมรับกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมก็คิดว่างานตรงนี้ก็น่าจะตอบได้ในจุดนั้น ทั้งที่ผมก็ไม่ได้เข้าใจ ZEN อย่างแท้จริง ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเป็นบริบทนั้นและเป็นในแง่ของธรรมชาติด้วย ก็ทำหน้าที่ในหน่วยของความรู้สึกร่วมแบบนั้น”“บริเวณบ่อน้ำที่ชี้ไปยังมอสทรงกลม คือการดับสูญสู่การกำเนิดใหม่ ทุกๆ อย่างไม่ว่า ดอกไม้ มอส ก็เป็นธรรมชาติจริงๆ เห็นการเกิด-ดับ แล้วก็อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ใส่ลงไป ใส่เฉพาะที่ต้องตีความจริงๆ ลงไป ผมทำหน้าที่ตรงนั้น ในฐานะผู้ที่ไม่รู้จักเซนอย่างผม”“บริเวณที่น้ำสะท้อนเงามอส คือการสะท้อนซึ่งกันและกัน มอสเป็นปราการธรรมชาติ มอสอยู่บนโลกนี้มา 400 กว่าล้านปีแล้ว นักวิทยาศาสตร์พบว่ามอสน่าจะมาจากสาหร่ายทะเล เมื่อน้ำท่วมโลก เค้าก็อยู่อย่างนั้น อยู่ก่อนไดโนเสาร์ อยู่ก่อนหลายสิ่งในโลกนี้ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราอาจมองข้าม แต่มีความงามซ่อนอยู่”อดีตครีเอทีฟ สู่ผู้สร้างงานศิลปะธีรศักดิ์เป็นอดีต Worldwide Chairman และ Chief Creative ของ Creative Juiceเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคม B.A.D. Awards และเป็นประธานการตัดสิน ADMAN Awards ทั้งเป็นกรรมการตัดสินรางวัลอีกหลายเวทีตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปีในวงการ เขาคว้ามาแล้วทุกรางวัลในการประกวดโฆษณาระดับโลก อาทิ CANNES LIONS, CLIO, D&AD, ONE SHOW DESIGN, Grand Prix Spikes, Grand Prix AdFest“ปัจจุบัน ผมออกจากวงการครีเอทีฟแล้วผมเข้าวงการตั้งแต่ตอนเรียนนิเทศศาสตร์ ปี 1 เริ่มจากไปฝึกงานตอนอายุ 17 ปี แล้วทำงานเรื่อยมา ทำงานโฆษณาจนกระทั่งเรียนจบปี 4 แล้วก็ทำงานอีกปีนึง จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา เรียนปริญญาโท ตอนเรียนปริญญาโทปีแรก ก็ไปสมัครงาน ได้ทำงานกับฝรั่ง ทำงานกับ Copy writer อเมริกัน ได้รางวัลประมาณนึง อยู่อเมริกาสักช่วงนึงแล้วก็กลับมาที่ไทย มาทำอีก 2-3 ที่ แล้วมาที่ Creative Juice”กระทั่งเมื่อราว 20 ปีที่แล้ว เขาก่อตั้ง ‘เบิกบานบุรี’ พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติและ Art Space ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ทำควบคู่ไปกับงานโฆษณาในขณะนั้นอดถามไม่ได้ว่า ทั้งการเป็นครีเอทีฟและการทำเบิกบานบุรี ส่งผลต่อการสร้างงานศิลปะของคุณอย่างไรธีรศักดิ์ตอบว่า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดน 3 มงกุฎ (หมายเหตุ : UNESCO Triple Heritage City เนื่องจากมีพื้นที่อนุรักษ์ครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่)-มรดกโลก, พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช, และมีอุทยานธรณีโลกคือ Khorat Geopark)“ที่เขาใหญ่ บริเวณโดยรอบเป็น UNESCO Sites เป็นประสบการณ์ตรงในการที่ได้อยู่กับธรรมชาติ ทำให้เราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ส่งผลต่องานอาร์ตและงานโฆษณา ผลงานหลายชิ้นที่ได้รางวัลจากเมืองนอกก็มีที่มาจากธรรมชาติผมอาจจะเข้มข้นในเรื่องนี้โดยตรง ผมมักจะทำเกี่ยวกับเรื่องสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ความพังทลายของธรรมชาติ ทำวนไปวนมาแบบนี้แหละครับ”“งานนิทรรศการศิลปะธีมแรกที่ทำ ผมทำเรื่อง LIFE ทำที่เบิกบานบุรีเขาใหญ่ ทำร่วมกับศิลปินหลายๆ ท่านเริ่มจากงานกลุ่ม แล้วเป็นงานเดี่ยว หลักๆ คือนิทรรศการครั้งที่ 1 ชื่อ Nature Speak ธรรมชาติพูดต่อมาคือ Re > Birth การเกิดใหม่ กระทั่งมานิทรรศการนี้ River > Birth การกำเนิดของแม่น้ำ เป็นนิทรรศการหลักครั้งที่ 3 แต่อาจจะเป็นนิทรรศการย่อยครั้งที่ 5 หรือ 6 แล้วครับ มีส่วนที่เคยถูกจัดแสดงย่อยมาก่อน อย่างภูเขานี้ก็เหมือนยานอวกาศ บินไปบินมา (หัวเราะ)”ธีรศักดิ์ยืนยันว่า งานชิ้นต่อไปก็จะยังคงเกี่ยวกับธรรมชาติเช่นที่เคยทำมาเสมอนิทรรศการครั้งต่อไปของเขาคนนี้จะเป็นการเล่าเรื่อง หรือสื่อออกมาในรูปแบบใด ผู้ชมคงต้องติดตามขณะที่ River > Birth ซึ่งกำลังจัดแสดงอยู่นี้ ยังคงรอคอยให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสและตีความในแบบของตนเองได้อย่างเปิดกว้างและอิสรเสรี……Text By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูลPhoto By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุลผู้สนใจผลงานของ ธีรศักดิ์ ติดตามได้ที่FB : Thirasak TanapatanakulIG : @thirasak_tanapatanakulเอื้อเฟื้อสถานที่ 10 10 Art Spaceนิทรรศการ River > Birth จัดแสดงที่ 10 10 Art Space เดิมกำหนดจัดแสดงถึงวันที่ 24 มิถุนายน ต่อมามีการขยายเวลาออกไปถึงช่วงปลายเดือนกรกฎาคมติดตามข้อมูลที่ FB : 10 10 Art Spaceแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000051806

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“สวนหินพุหางนาค” มหัศจรรย์ป่าหินล้านปีที่สุพรรณบุรี

11/06/2026

ก้อนหินขนาดมหึมารูปร่างแปลกตาภูมิประเทศแบบคาสต์ในผืนป่าเขียวชอุ่ม นับเป็นผลงานสร้างสรรค์จากกาลเวลาที่ขัดเกลาโดยกระแสลม กระแสน้ำ กัดกร่อนตามกระบวนการตามธรรมชาติรังสรรค์มาเป็นประติมากรรมแห่งธรณีวิทยาน่าตื่นตาตื่นใจ ที่ปรากฏให้เห็นใน “พุหางนาค” สุพรรณบุรีอุโมงค์ต้นไผ่ในเส้นทางเดินป่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจนึกถึง “อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี” ในภาพของจุดหมายด้านการเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญ และศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะหลักฐานประวัติศาสตร์ที่พบว่าเป็นเมืองต้นกำเนิดอารยธรรมในดินแดนสุวรรณภูมิ มีหลักฐานด้านโบราณคดีซึ่งสันนิษฐานได้ว่าเป็นดั่งเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดีอันเก่าแก่ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง หนึ่งในพิพิธภัณฑ์มาตรฐานระดับประเทศ รวมทั้งพุทธสถานร่วมสมัยอย่างวัดเขาทำเทียมที่แกะสลักพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ บนหน้าผาหินขนาดใหญ่ และมีสกายวอล์กยาวที่สุดในเมืองไทยแต่นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับศิลปวัฒนธรรมแล้ว อำเภออู่ทอง ยังมีพื้นที่แห่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีชื่อว่า “พุหางนาค” หรือ “สวนหินพุหางนาค” ซึ่งอยู่ในเขตการดูแลของ “วนอุทยานพุม่วง" เขตป่าสงวนแห่งชาติเขาตะโกทอง และป่าเขาเพชรน้อยรากไม้งดงามแปลกตาระหว่างทางที่มาของ “พุหางนาค”เกิดจากคำว่า “พุ” คือ น้ำผุดตามธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาทางด้านล่างของภูเขา ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนของหางพญานาค และชาวบ้านท้องถิ่นมีความเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีพญานาค 3 ตน คอยปกปักรักษา แบ่งพื้นที่กันดูแลในช่วงบน กลาง ล่างปัจจุบัน “พุหางนาค” ได้รับการพัฒนาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของภาคกลาง โดยจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประกาศจัดตั้ง “อุทยานธรณีพุหางนาค” เป็นอุทยานธรณีในระดับท้องถิ่นไปเมื่อปี พ.ศ.2565 ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภออู่ทอง อำเภอดอนเจดีย์ และอำเภอหนองหญ้าไซดอกกระเจียวป่าอย่างไรก็ตาม การมาเที่ยวพื้นที่ป่าหินพุหางนาค นักท่องเที่ยวก็นิยมปักหมุดไว้ที่อำเภออู่ทอง ซึ่งมีเส้นทางเดินเที่ยวด้วยตัวเอง โดดเด่นด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ และภูเขาหินปูน โดยจากการศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยาพบว่า บริเวณพื้นที่พุหางนาครวมถึงบริเวณภูเขาทางตะวันตกของอำเภออู่ทอง ประกอบด้วยหินตะกอนและหินแปรยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician rocks) ที่มีอายุราว 505-438 ล้านปี หินอัคนีแทรกซอนยุคไทรแอสซิก (Triassic rocks) มีอายุราว 245-210 ล้านปี และตะกอนยุคควอเทอร์นารี (Quaternary) ที่มีอายุราว 1.6-0.01 ล้านปีพุหางนาค จึงได้รับการขนานนามว่า ผลงานธรรมชาติร้อยล้านปี เนื่องมาจากความสวยงามของสวนหินดึกดำบรรพ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีลักษณะโดดเด่นแปลกตา อันเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกและภูมิอากาศต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี จนกระทั่งหินในพื้นที่พุหางนาคถูกแปรสภาพเป็นสวนหินที่มีเอกลักษณ์ งดงามแปลกตา เป็นความโดดเด่นทางธรณีที่นับว่าหาชมได้ยากในเมืองไทยก้อนหินดึกดำบรรพ์นอกจากความเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว พุหางนาค ยังเป็นหนึ่งในเส้นทาง “วิ่งเทรล” ของเหล่านักวิ่งสายรักธรรมชาติอีกด้วย โดยมีกิจกรรม “พุหางนาค เทรล” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดสุพรรณบุรีเส้นทางท่องเที่ยวสวนหินพุหางนาคด้วยตัวเองแม้ว่ามีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ แต่ “สวนหินพุหางนาค” ก็ไม่ยากเกินกว่าจะท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเอง แนะนำให้เริ่มต้นปักหมุดไปที่ “สำนักสงฆ์พุหางนาค” พื้นที่เล็กๆของสำนักสงฆ์ที่เปรียบเสมือนทางเข้าก่อนไปแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติประตูลับแลจากนั้น เดินเท้าไปตามเส้นทางที่แผ้วถางไว้สังเกตได้ไม่ยาก เริ่มต้นความตื่นเต้นที่ “ประตูเมืองลับแล” ที่ถือเป็นทางเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน ลักษณะของก้อนหินขนาดใหญ่ซ้อนทับกันเป็นช่องให้เดินลอดเข้าไป ก่อนโผล่ไปอีกด้านที่ตื่นตาตื่นใจไปด้วยเส้นทางสู่ลานหินเต็มไปด้วยแมกไม้นานาชนิดหินโบราณในป่าไผ่มีเอกลักษณ์ของสวนหินที่มีก้อนหิน โตรกผา รูปร่างแปลกตาชวนจินตนาการ สลับแทรกแซมไปด้วยพันธ์ุไม้ดึกดำบรรพ์อายุนับพันปี และพืชพรรณไม้หายากประจำถิ่น เช่น ต้นจันผา ปรง กระเจียวป่า (พบได้ในช่วงฤดูฝน) สลัดได ผกากรอง สุพรรณิการ์ มะค่า สมุนไพรพื้นเมือง เป็นต้นทั้งนี้ ก้อนหินขนาดใหญ่หลายก้อนที่อยู่เรียงรายระหว่างเส้นทาง สามารถจินตนาการเป็นรูปร่างได้ตามคำบอกกล่าว เช่น หินรูปเต่า หินรูปช้าง หินรูปเศียรพญานาค หินรูปวาฬ เป็นต้น ช่วยสร้างความเพลิดเพลินไปกับการมองก้อนหินที่งดงามตามธรรมชาติรูปแบบธรณีวิทยาให้กลายเป็นเรื่องสนุกกว่าเดิมจุดชมวิวระหว่างเส้นทางสำหรับเส้นทางท่องเที่ยวสวนหินพุหางนาค นักท่องเที่ยวส่วนมาก เลือก “เส้นทางที่ 1” ไป-กลับเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมในการสัมผัสความโดดเด่นของสถานที่ เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป“เส้นทางที่ 2" ไป-กลับ เป็นระยะทางราว 4- 5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาพืชพรรณไม้ และธรณีวิทยาแบบเจาะลึกมากขึ้นต้นจันผาส่วน “เส้นทางที่ 3” ระยะทางราว 20-30 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหล่านักวิ่งเทรล นิยมเลือกมาฝึกซ้อม และออกกำลังกาย โดยควรเตรียมฟิตร่างกาย-เตรียมน้ำดื่มมาให้พร้อม และไม่ควรมาวิ่งคนเดียวสอบถามเพิ่มเติม วนอุทยานพุม่วง โทร. 08-9948-3018หินรูปร่างแปลกชวนให้จินตนาการเป็นสัตว์ต่างๆแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000053068

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย มอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 15,000 เข็มฟรีแก่กลุ่มเปราะบางใน 6 จังหวัด ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์” (AIA Sharing A Life) ครั้งที่ 13

02/06/2026

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมเกราะป้องกันสุขภาพให้คนไทย มอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้แก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ไร้บ้าน และผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ในจังหวัดสมุทรปราการ สงขลา เพชรบุรี เชียงใหม่ และนครปฐม ผ่านโครงการ AIA Sharing A Life หรือ วันทำดีร่วมกันของชาวเอไอเอ ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด "Stronger Together" เพื่อร่วมสร้างเกราะป้องกันโรคและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ รวมจำนวนวัคซีนที่บริจาคตลอดโครงการ ทั้งสิ้น 15,000 เข็ม สอดคล้องตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’สำหรับ AIA Sharing A Life ปีที่ 13 ได้มีการเปิดตัวโครงการไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้แก่เจ้าหน้าที่เก็บขยะและกวาดถนน รวมถึงเจ้าหน้าที่ขุดเจาะ สังกัดกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ของกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และได้มีการดำเนินโครงการต่อเนื่องในอีก 5 จังหวัด ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ว่าราชการจังหวัด เหล่ากาชาดจังหวัด ตลอดจนกลุ่มจิตอาสาการดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนถึงพันธกิจของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social และ Governance)ในฐานะผู้นำด้าน ESG ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและแข็งแรงอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย มอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4 เชิดชู 26 โรงเรียนต้นแบบสุขภาพดีจากทั่วประเทศ

26/05/2026

กรุงเทพฯ, 25 พฤษภาคม 2569 – เอไอเอ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียนที่ชนะเลิศโครงการฯ ในปีนี้รวมทั้งสิ้น 26 โรงเรียน ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่า 1,600 โรงเรียนจากทั่วประเทศ และมีโรงเรียนจำนวนกว่า 150 แห่งที่ส่งผลงานเข้ามาประกวด โดยทั้งหมดได้นำสื่อการเรียนการสอนของโครงการฯ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน รวมถึงบุคลากรในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ ส่งผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนทั้งในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน สะท้อนถึงศักยภาพในการต่อยอด สร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมแห่งการมีสุขภาพที่ดีในโรงเรียน ซึ่งเปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของเยาวชน ทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ขึ้น ตามพันธกิจ AIA One Billion พร้อมสานต่อคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐฯ และเอกชนที่ร่วมสนับสนุนโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีแก่โรงเรียนที่ชนะ พร้อมขึ้นมอบรางวัล นำโดย คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย คุณภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ ดร. จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยพิธีมอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4” จัดขึ้น ณ AIA Leadership Centre อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ คุณ นิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมอย่างยิ่งกับทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ในปีนี้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีโรงเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการกับเราเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยปีนี้มีโรงเรียนมากถึง 1,600 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ และหลาย ๆ โรงเรียนได้แสดงให้เราเห็นถึงความตั้งใจและความคิดริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งส่งเสริมและผลักดันเยาวชนให้มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างจริงจัง โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการสนับสนุนเยาวชน พัฒนาโรงเรียน และส่งเสริมความยั่งยืนแก่ชุมชนของเรา แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของระบบการศึกษาของประเทศไทย“สำหรับรางวัลที่เอไอเอได้มอบให้แก่โรงเรียนที่ชนะเลิศในโครงการตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รวมเป็นมูลค่าแล้วกว่า 10 ล้านบาท โดยแต่ละโรงเรียนได้นำไปพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น สร้างห้องคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงโรงอาหาร สร้างห้องน้ำ และทำสวนผักเพื่อรับประทานในโรงเรียนและเผื่อแผ่ถึงชุมชน ซึ่งเอไอเอ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนสนับสนุนสุขภาพและชีวิตดีขึ้นให้แก่เยาวชน และเราจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมสุขภาพในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ การใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง การมีสุขภาพใจที่ดี และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ตลอดทั้งมอบความรู้ผ่านสื่อการสอนให้แก่นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป ภายใต้โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools”คุณ ภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า “ในนามของ สพฐ. รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นภาคเอกชนอย่าง เอไอเอ ประเทศไทย ให้ความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนไทย ผ่านการจัดโครงการ ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการช่วยส่งเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมอันนำไปสู่การมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นของเยาวชน ตลอดจนสนับสนุนให้คุณครูและผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมสุขภาพดีภายในโรงเรียนและครอบครัว อีกทั้งโครงการนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการสร้างโรงเรียนแห่งความสุข ดังนั้นการที่ได้รับความสนับสนุนจากภาคเอกชนย่อมสามารถช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในการร่วมกันสร้างพื้นฐานระบบการศึกษาด้านสุขภาวะที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนไทย เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงและพร้อมเป็นกำลังพัฒนาประเทศไทยต่อไป”ดร. จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เผยว่า “ในนามของ depa รู้สึกภูมิใจแทนทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และในฐานะพันธมิตรของเอไอเอ เราได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเอไอเอในการส่งเสริมสุขภาวะของเด็กไทยครอบคลุมทั้ง 4 มิติ และสำหรับ depa เรามุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมเด็กไทยในมิติของดิจิทัล เพื่อช่วยพัฒนาทักษะดิจิทัลให้เด็กไทยสามารถก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”สำหรับรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ปีที่ 4 ได้แก่•  รางวัลชนะเลิศโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี ระดับชั้นประถมศึกษา รับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท ได้แก่   - โรงเรียนบ้านจันทัย จังหวัดอุบลราชธานี ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4 ในระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นการคว้ารางวัลชนะเลิศต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ปีนี้โรงเรียนได้ต่อยอดโครงการ “Move More Learn More” ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพนักเรียนอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ และสิ่งแวดล้อม กิจกรรมสำคัญ อาทิ “ไปรษณีย์…ที่ฉันรอ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกและดูแลสุขภาพจิต “ข้าวสู่เส้น” ที่ให้นักเรียนเรียนรู้การทำนาและแปรรูปอาหารจากผลผลิตจริงในโรงเรียน “ดอกไม้จันทน์สู่ชุมชน” การนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มคุณค่า ลดขยะ และสร้างประโยชน์แก่ชุมชน รวมถึงกิจกรรม “โลกสวย…ด้วยมือเรา” และ “เรียน(เล่น)รู้” ที่บูรณาการการเคลื่อนไหวกับการเรียนรู้ผ่านเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนอย่างชัดเจน นักเรียนมีภาวะโภชนาการดีขึ้น สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจสดใส กล้าแสดงออก และมีทักษะชีวิตที่เหมาะสม•  รางวัลชนะเลิศโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี ระดับชั้นมัธยมศึกษา รับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท ได้แก่   - โรงเรียนพานพิทยาคม จังหวัดเชียงราย ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4 ในระดับมัธยมศึกษา จากโครงการ “วางจอ พักใจ : Disconnect to Reconnect” เพื่อส่งเสริมการใช้สื่ออย่างรู้เท่าทัน ควบคู่กับการเพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวและการดูแลสุขภาพใจ โครงการเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีเกินความจำเป็น และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เรียนได้ทบทวนอารมณ์ ความคิด และเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับตนเองและผู้อื่น กระบวนการดำเนินงานขับเคลื่อนด้วย HEART Model กลยุทธ์หัวใจนำทาง ประกอบด้วย Health & Heal, Eat Good Food, Art & Activities, Resilience และ Transformation โดยบูรณาการกิจกรรมสุนทรียศาสตร์ เช่น ดนตรีบำบัด ศิลปะสร้างสรรค์ นาฏศิลป์ร่วมสมัย และการออกกำลังกายแนว Active Lifestyle ส่งผลให้นักเรียนมีสมาธิดีขึ้น อารมณ์มั่นคง พลังใจเข้มแข็ง และเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม•  รางวัลดีเด่นในแต่ละด้าน รับรางวัลมูลค่า 75,000 บาท ต่อโรงเรียน จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่   1. โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเย็น จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ   2. โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร ได้รางวัลดีเด่นด้านการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง   3. โรงเรียนจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการมีสุขภาพใจที่ดี   4. โรงเรียนบ้านปัว จังหวัดพะเยา ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน•  รางวัลยอดเยี่ยมโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี รับรางวัลมูลค่า 50,000 บาทต่อโรงเรียน จำนวน 20 โรงเรียน ได้แก่   1. โรงเรียนบ้านแม่กลองน้อย จังหวัดตาก   2. โรงเรียนวัดหนองปาตอง จังหวัดฉะเชิงเทรา   3. โรงเรียนบ้านห้วยกล้า จังหวัดเชียงราย   4. โรงเรียนฟ้าใสวิทยา จังหวัดนครปฐม   5. โรงเรียนสุเหร่าทางควาย กรุงเทพมหานคร   6. โรงเรียนเชียงแสนอาคาเดมี จังหวัดเชียงราย   7. โรงเรียนเทศบาล 4 รัตนวิทยานุสรณ์ จังหวัดตาก   8. โรงเรียนบ้านนาอิซาง จังหวัดอุตรดิตถ์   9. โรงเรียนวัดนาคปรก กรุงเทพมหานคร   10. โรงเรียนวัดชัยชนะสงคราม (วัดตึก) กรุงเทพมหานคร   11. โรงเรียนวัดอู่ตะเภา จังหวัดสุพรรณบุรี   12. โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยชนะสงคราม จังหวัดตาก   13. โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก จังหวัดพิษณุโลก   14. โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร   15. โรงเรียนบ้านท่าข้าม จังหวัดปัตตานี   16. โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง จังหวัดบุรีรัมย์   17. โรงเรียนวัดโพธิธรรมาราม จังหวัดสงขลา   18. โรงเรียนบ้านหนองคู จังหวัดศรีสะเกษ   19. โรงเรียนบ้านแหลว นาล้อม จังหวัดเชียงราย   20. โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพรหมวิหาร จังหวัดเชียงรายสำหรับโรงเรียนที่ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4 ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 3 ล้านบาทติดตามข้อมูลโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ได้ทางเว็บไซต์ ahs.aia.com/th/th/ สำหรับโรงเรียนที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดสื่อการเรียนการสอนได้จากเว็บไซต์ของโครงการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามข่าวสารของโครงการฯ ปีที่ 5 ซึ่งจะเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนสิงหาคมนี้ ได้ทางเว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ของเอไอเอ ประเทศไทย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

ผีน้อยทำงาน 15 ปี เก็บเงินได้ 8 ล้าน กลับไทยคิดเป็นเศรษฐี แต่แม่ใช้หมดเกลี้ยงแล้ว

25/05/2026

หนุ่มทำงานเป็นผีน้อย 15 ปี เก็บเงินได้ 8 ล้าน พอกลับไทยมาช็อก เงินที่โอนให้แม่เก็บไว้ให้ใช้หมดแล้ว ชีวิตสูญสลายกลายเป็นศูนย์ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เล่าประสบการณ์การทำงานเป็นผีน้อยนานถึง 15 ปี เก็บเงินได้ 8 ล้านบาท พอกลับไทยจะมาแต่งงาน แม่กลับใช้เงินหมดเกลี้ยง แฟนขอเลิก รายละเอียดทั้งหมด ดังนี้ปี 2553 ไปทำงานญี่ปุ่น ไปแบบผีน้อยน้าผมทำประมงอยู่นั้นก่อนแล้ว ไปกับแฟนได้เงินเก็บมา 7.8 ล้านบาท ส่งเข้าบัญชีแม่ทุกเดือนปี 2561 น้าขอกลับไทยเพราะ เจ็บหลัง ร่างกายไม่ไหว เหลือผมกับแฟน เจ้านายญี่ปุ่นดีมาก ไม่กดขี่ ผมให้แก โอนเงินให้แม่ทุกเดือน เพราะถ้าโอนเข้าบัญชีผม ผมเช็กไม่ได้ เพราะอยู่ต่างประเทศ1-2 ปีก่อน ร่างกายผมเรี่มไม่ไหวแล้ว เจ็บหลัง เจ็บเข่า สาเหตุทำงานขนของหนักผมกับแฟนปรึกษากันเรื่องแต่งงาน เพราะจะ 35-36 ทั้งคู่แล้ว เงินแต่ละฝ่าย ถ้ารวมกัน 15 ล้านบวก จะเอาเงินตรงนี้ ลงทุน + ฝากประจำกินดอกเบี้ย คุยเรื่องกลับไทยนี้ มา 3-4 ปีช่วงนี้ผมบอกแม่ผมตลอดว่า จะกลับไปแต่งงานแล้วนะ แม่ผมแกก็ ตัดบท ตัดสาย ตลอด เออ-อ่า ๆ ๆ ผมคิดว่าแปลก ๆ ๆ แล้ว มีอะไรแน่ ๆ ๆพอผมกลับไทยก็เป็นอย่างที่ผมคิด เงินหมด บัญชี แฟนรู้ แฟนผม ขอเลิก กลับบ้าน ผมก็ขึ้นรถไปส่งด้วย ส่งถึงบ้านแฟน ไปคุยกับแม่แฟน ผมขอโทษ แล้วผมก็เดินทางกลับผมร้องไห้ตลอดทาง ผมมีเวรมีกรรมอะไรวะเนี่ย จากคนรวย ๆ ๆ กลายเป็นล้มละลาย ผมถึงบ้าน ผมปิดบ้าน เคลียร์กับแม่เลย2-3 วันต่อมา มีแก๊งทวงหนี้มา ทวงเงิน สงสัยรู้ว่าลูกกลับไทย ผมก็เคลียร์จ่ายไป สักพัก นายทุน เรียกไปคุยเรื่องจำนองบ้าน ผมคิดละชิบหาย ผมไม่มีเงิน พอจะเคลียร์ให้ผมกลับบ้าน ผมทะเลาะแม่ แม่บอก ถ้าพูดเรื่องนี้อีก จะไปผูกคอ กระโดดน้ำ ผม ขนเสื้อผ้า ไปอยู่กับน้าผมที่ไปญี่ปุ่นด้วยกัน1 เดือนผ่านมา แม่ผม มาตามให้ไปทำงาน ใช้หนี้ให้แก ถ้าไม่ไป แกจะผูกคอ กระโดดน้ำ สูตรเดิมสุดท้ายผมไม่โกรธ ไม่โทษแฟนผม ที่ขอเลิกนะ เพราะผมเข้าใจ คบกันมา 16-17 ปี ตั้งแต่ทำงานโรงงานวางแผนอนาคตด้วยกันตลอดแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกระปุก.คอมhttps://hilight.kapook.com/view/253362#goog_rewarded

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

"ประกัน" เซฟภาษี พร้อมความคุ้มครอง ทางเลือกที่ไม่ควรละเลย

25/05/2026

เมื่อนึกถึงการวางแผนลดหย่อนภาษี หลายคนอาจนึกถึงกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นอันดับแรก แต่สำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ไม่สูงมาก "ประกัน" อาจเป็นทางเลือกในการลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรรมธรรม์ด้วยโดยค่าเบี้ยประกันบางประเภทสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งเงื่อนไขและวงเงินลดหย่อนจะแตกต่างกันไปตามประเภทของประกันที่เลือก วันนี้ Wealthy Thai จะพาทุกคนมาสำรวจประกันแต่ละแบบว่าให้สิทธิลดหย่อนภาษีมากน้อยแค่ไหนประกันชีวิต – คุ้มครองอนาคต พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทประกันชีวิตเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างหลักประกันให้ครอบครัว ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนเพื่อดูแลค่าใช้จ่าย โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาททั้งนี้ กรมธรรม์ต้องมีอายุสัญญาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และหากเป็นประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) จะใช้สิทธิลดหย่อนได้เฉพาะส่วนของเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น นอกจากนี้ หากมีเงินคืน ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันในแต่ละปีประกันสุขภาพ – ดูแลสุขภาพ พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาทในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นต่อเนื่อง การมีประกันสุขภาพจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่ดี และไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยเบี้ยประกันสุขภาพทั้งของตนเองและพ่อแม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทประกันบำนาญ – วางแผนเกษียณ พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ประกันบำนาญเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยสร้างรายได้ยามเกษียณ พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15% หรือไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อนำไปรวมกับสิทธิ์ลดหย่อนเพื่อการเกษียณอื่นๆ เช่น RMF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาทนอกจากนี้ หากใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบทั่วไปไม่เต็ม 100,000 บาท สามารถใช้เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนเพิ่มจนกว่าจะเต็มโควต้าได้ประกันออมทรัพย์ – เก็บเงินพร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทสำหรับคนที่ต้องการออมเงินหรือวางแผนเกษียณอายุ ประกันออมทรัพย์เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีเงินก้อนในอนาคตแล้ว ยังได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท โดยกรรมธรรม์จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 10 ปี และเป็นประกันที่ออกโดยบริษัทในประเทศไทย ทั้งนี้ หากมีการเวนคืนกรรมธรรม์ก่อนกำหนดจะต้องคืนภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนทั้งนี้ หากเป็นประกันที่มีการคืนเงินทุกปี จำนวนเงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี หรือหากคืนเป็นงวดก็ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลาเลือกประกันยังไงให้คุ้มค่า?การเลือกประกันที่เหมาะสมไม่ควรมองแค่เรื่องภาษีอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความคุ้มครองและเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เช่น ต้องการความมั่นคงระยะยาว ประกันบำนาญจะช่วยให้มีรายได้สม่ำเสมอหลังเกษียณ แต่หากกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วยได้ เป็นต้น"ประกัน" ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือทางการเงินเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี แต่ยังช่วยให้เรามีความคุ้มครองและเป็นการวางแผนทางการเงินที่ดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อประกันทุกครั้ง ควรศึกษาศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ครบถ้วน และเลือกให้เหมาะกับความต้องการ รวมถึงแผนการเงินของตนเองสุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาวิธีลดหย่อนภาษีพร้อมความคุ้มครอง “ประกัน” อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและไม่ควรละเลยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ wealthythaihttps://www.wealthythai.com/en/updates/wealth-management/wealth-ez/35331

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ชวนท่องโลก “น้องดื้อ” ในนิทรรศการ give.me.museums ณ เซ็นทรัลชิดลม ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

25/05/2026

ห้างเซ็นทรัลชิดลม ร่วมกับ give.me.museums จัดนิทรรศการ “artnything else?” ชวนคุณตั้งคำถามว่าอะไรคือศิลปะผ่านโลกของ “น้องดื้อ” พร้อมสัมผัสประสบการณ์ Immersive Art ครั้งแรก วันนี้ – 30 พ.ค. 69เซ็นทรัลชิดลม ร่วมกับ give.me.museums แบรนด์ศิลปะที่มุ่งเน้นการทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ในนิทรรศการ “give.me.museums exhibition: artnything else?” พื้นที่สร้างสรรค์ที่ชวนตั้งคำถามว่า “อะไรบ้างที่เป็นศิลปะได้อีก?” โดยนำเสนอผ่านโลกของ “น้องดื้อ” ตัวแทนของจินตนาการที่ไร้กรอบและเต็มไปด้วยความสงสัยแบบเด็ก ๆ เพื่อเปลี่ยนสิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นความเป็นไปได้ใหม่ทางศิลปะสำรวจจินตนาการผ่าน 8 ไฮไลต์สำคัญนิทรรศการครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถ “เล่น” และเข้าถึงศิลปะได้อย่างง่ายดาย  โดยมีโซนที่น่าสนใจดังนี้1. The Great Artventure Begins: พบกับประติมากรรม (Sculpture) “น้องดื้อ” และ “ซัมเมอร์” ที่พร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกที่ศิลปะเป็นอะไรก็ได้2. Artnything Wall: โซนที่รวบรวมสิ่งของรอบตัวมาจัดแสดงเพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่มีข้อจำกัด3. Little Moody Room: ห้องนอนของน้องดื้อที่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ ภายในมีบอลลูนน้องดื้อขนาดใหญ่และวิวธรรมชาติที่ช่วยพักกายพักใจ4. Take a Walk into Painting (Immersive Room): สัมผัสงาน Immersive Art ครั้งแรกของแบรนด์ ที่จะพาคุณก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดและสัมผัสรายละเอียดของสีสันในมิติใหม่5. Flower Playground: สวนดอกไม้นุ่มนิ่มที่เปิดให้สัมผัสและเล่นได้อย่างอิสระ สื่อถึงความฝันและจินตนาการที่ไร้ขอบเขต 6. Choco/Museum/Project: คาเฟ่พิเศษที่ Collaboration กับร้าน choco.project ในคอนเซปต์ “ศิลปะที่กินได้” ท่ามกลางบรรยากาศมิวเซียมคลาสสิก7. Museum Studio: พื้นที่จำลองสตูดิโอของศิลปิน ให้ผู้เข้าชมได้สวมบทบาทเป็นผู้สร้างสรรค์ พร้อมตู้ถ่ายรูป (Photo Booth) ลายพิเศษ8. More Than a Palette: โซนที่จัดแสดงจานสีที่ใช้จริงในการสร้างสรรค์งานทั้งหมด เพื่อให้เห็นความงามของสีสันก่อนจะมาเป็นผลงานศิลปะนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ชวนทุกคนมาปล่อยจินตนาการผ่านคำถามที่ว่า “ถ้านี่ไม่ใช่ดอกไม้ จะสามารถเป็นอะไรได้อีก?” และเลือกซื้อสินค้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดได้ที่ Merchandise Shop ภายในงานรายละเอียดการเข้าชมระยะเวลาจัดงาน:  •  วันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2569    •  สถานที่: The Event Hall ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม    •  บัตรเข้าชม: ราคา 200 บาทต่อท่านนิทรรศการ “give.me.museums exhibition: artnything else?” เป็นการสร้างพื้นที่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่แฝงอยู่ในสิ่งของรอบตัวและชีวิตประจำวันของเราทุกคน ผ่านการนำเสนอด้วยมุมมองอันไร้เดียงสาและจินตนาการที่ไร้ขอบเขตของ “น้องดื้อ” ภายในงานอัดแน่นไปด้วยไฮไลต์ที่น่าสนใจ ตั้งแต่งานประติมากรรม พื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วม ไปจนถึงประสบการณ์ Immersive Art ครั้งแรกของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีโซนคาเฟ่และสินค้าที่ระลึกที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2931282

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

เตรียมเปิดการท่องเที่ยว “น้ำตกกินรี - หินโลมา” 1 มิ.ย. 69

25/05/2026

สิ้นสุดการรอคอย “น้ำตกกินรี - หินโลมา” แห่งอุทยานแห่งชาติภูลังกา เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมอีกครั้งในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ภาพจาก อช. ภูลังกาเฟซบุ๊กเพจ อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดนครพนม ได้ประกาศเตรียมเปิดการท่องเที่ยว “น้ำตกกินรี - หินโลมา” อีกครั้ง โดยลงภาพพร้อมให้ข้อมูลว่าปักหมุดรอได้เลย 1 มิถุนายนนี้ กลับมาอีกครั้งของ “น้ำตกกินรี - หินโลมา”อุทยานแห่งชาติภูลังกา พร้อมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับครอบครัวโลมาน้ำจืดแห่งภูลังกา กลุ่มหินธรรมชาติหนึ่งเดียวทางภาคอีสาน ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสายน้ำชุ่มฉ่ำของน้ำตกกินรี พลาดไม่ได้แล้วภาพจาก อช. ภูลังกาอุทยานแห่งชาติภูลังกา พร้อมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับครอบครัวโลมาน้ำจืดแห่งภูลังกา กลุ่มหินธรรมชาติหนึ่งเดียวทางภาคอีสาน ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสายน้ำชุ่มฉ่ำของน้ำตกกินรี พลาดไม่ได้แล้วสำหรับ “น้ำตกกินรี - หินโลมา” เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติภูลังกา พื้นที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ แต่ปากทางเข้าไปสู่จุดหมายปลายทางสุดอันซีนนั้น อยู่ในพื้นที่อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ทำให้สามารถเที่ยวแบบเชื่อมต่อระหว่างสองอำเภอได้ภาพจาก อช. ภูลังกา“น้ำตกกินรี” เป็นน้ำตกเล็กๆ ไม่สูงชัน มีลานกว้างให้เล่นน้ำได้ พร้อมทิวทัศน์สวยงามร่มรื่น ซึ่งไกด์ชุมชนส่วนมากใช้เป็นจุดที่สองสำหรับการเดินทางเพื่อลดการเดินย้อนกลับไปมาโดยจะนำไปยังจุดแรกเดินเท้าขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 4 ตามเส้นทางเดินป่า ซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปกับชั้นหินที่สลับซับซ้อนปกคลุมความเขียวชอุ่ม มองดูคล้ายหัวของโลมาหลายตัวหันหน้าเข้าหากัน เป็นที่มาของ "หินโลมา"ภาพจาก อช. ภูลังกา“หินโลมา” เป็นโขดหินที่ตรงกลางเป็นลานกว้างขนาดเล็กๆ เหมาะแก่การเล่นน้ำ และการเข้าไปยืนหามุมถ่ายภาพสวยๆ ซึ่งนับเป็นมุมลับสุดอันซีนของบึงกาฬที่โดนใจคนรักการถ่ายภาพอย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากไปในช่วงเวลาเที่ยง แสงแดดจะสาดส่องลงไปบริเวณช่องหินกระทบผิวน้ำสะท้อนเป็นแสงเงาอย่างมีมิติและโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีของแมกไม้การเดินทางไปชมน้ำตกทั้งสองจุด ไกด์ท้องถิ่นนิยมพาเดินไปที่ “หินโลมา” ก่อน จากนั้นเส้นทางขากลับ ค่อยเดินเป็นเส้นลงจากเขาเพื่อแวะเล่นน้ำหรือถ่ายภาพที่ “น้ำตกกินรี” แต่หากใครอยากจะสลับปรับเปลี่ยนกันก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดภาพจาก อช. ภูลังกาแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000049326#google_vignette

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X